Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

5.39% ดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐฯ 30 ปีพุ่ง ทั้งที่เฟดคงดอกเบี้ย

ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งขึ้นแตะ 5.39% แม้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิม สะท้อนว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นกับผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันเสมอไป

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติคงกรอบอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% เฟดระบุในแถลงการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2%

ผลการลงมติแบ่งเป็น 9 ต่อ 3 เสียง โดยเบธ แฮมแมค(Beth Hammack), นีล แคชแครี(Neel Kashkari) และลอรี โลแกน(Lorie Logan) เสนอให้ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25 เปอร์เซ็นต์พอยต์ การประชุมครั้งนี้นับเป็นการคงดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 5

รายงานการประชุมของเฟดระบุว่าระหว่างสองการประชุม ทั้งเส้นทางอัตราดอกเบี้ยที่ตลาดคาดการณ์และผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับขึ้นไปพร้อมกัน แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการคงดอกเบี้ยเป็นสาเหตุเดียวที่ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรปรับขึ้น

ข้อมูลจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ขยับจาก 4.84% ในวันที่ 10 ขึ้นเป็น 4.87% ในวันที่ 11 ขณะที่พันธบัตรอายุ 30 ปี ปรับลดลงเล็กน้อยจาก 5.39% เหลือ 5.38% ในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ยังคงสูงกว่าระดับ 5.22% ที่เคยบันทึกไว้เมื่อเดือนกรกฎาคม

ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวไม่ได้ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่ยังถูกกำหนดโดยการคาดการณ์เงินเฟ้อ ปริมาณพันธบัตรที่รัฐบาลออกใหม่ ความมั่นคงทางการคลัง และ ‘term premium’ หรือผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่นักลงทุนเรียกร้องจากการถือพันธบัตรระยะยาว

สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) รายงานว่าการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1% รายงานการจ้างงานฉบับนี้ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ตลาดใช้ประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนดัชนี CPI พื้นฐานที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบรายปี ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ

ความคาดหวังของตลาดต่อโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละช่วงเวลา ตัวเลขจาก CME FedWatch ไม่ใช่การคาดการณ์อย่างเป็นทางการของเฟด แต่คำนวณจากราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ย Fed Funds จึงไม่ควรตีความตัวเลข ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งว่าเป็นการคาดการณ์ที่ตายตัว

เควิน วอร์ช(Kevin Warsh) ประธานเฟด ย้ำเป้าหมายด้านเงินเฟ้อ และให้ความเห็นในทำนองว่าตลาดพันธบัตรอาจทำหน้าที่แทนเฟดได้บางส่วน ตามรายงานของสำนักข่าว AP ขณะที่ซีมา ชาห์(Seema Shah) นักกลยุทธ์จาก Principal Asset Management ระบุว่าหากตลาดเริ่มสงสัยความมุ่งมั่นของเฟดในการควบคุมเงินเฟ้อ ความน่าเชื่อถือของนโยบายการเงินอาจสั่นคลอนได้

การมีเสียงคัดค้านภายในเฟดสะท้อนว่ามติคงดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่ได้เป็นเอกฉันท์ อย่างไรก็ตาม จำนวนเสียงคัดค้านเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบ่งชี้ผลการประชุมครั้งถัดไปได้

ยังไม่มีข้อมูลยืนยันผลกระทบโดยตรงของการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยระยะยาวต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศ ก่อนหน้านี้เคยมีการวิเคราะห์ว่าการปรับขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตร 30 ปีอาจเพิ่มภาระต้นทุนของบิตคอยน์(BTC) แต่ความเชื่อมโยงระหว่างการเคลื่อนไหวครั้งนี้กับราคาและกระแสเงินทุนของบิตคอยน์ยังต้องอาศัยข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยัน

การเปลี่ยนแปลงของผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ยังเป็นข้อมูลอ้างอิงให้นักลงทุนในประเทศติดตามความเชื่อมโยงระหว่างอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ กับราคาสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขชุดนี้เพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถชี้ทิศทางของตลาดคริปโตหรือตลาดหุ้นในประเทศได้

การประชุม FOMC ครั้งถัดไปของเฟดจะมีขึ้นวันที่ 15-16 กันยายน โดยแถลงการณ์ผลการประชุมมีกำหนดเผยแพร่เวลา 14.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ในวันที่ 16 กันยายน ซึ่งตรงกับเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 17 กันยายน ตามเวลาประเทศไทย

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1