ปีเตอร์ แบรนต์(Peter Brandt) ผู้ดำเนินการ The Factor Report ระบุว่า นักลงทุนรายย่อยในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลควรให้ความสำคัญกับโครงสร้างตลาดและอิทธิพลของผู้เล่นรายใหญ่ มากกว่าการไล่ตามความเคลื่อนไหวของราคาระยะสั้น
แบรนต์โพสต์ข้อความผ่าน X เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ระบุว่า การเก็งกำไรในตลาดไม่ควรถูกมองแค่ผ่านการวิเคราะห์ราคา กราฟ ช่วงเวลาซื้อขาย หลักประกัน หรือรายงานของหน่วยงานรัฐเพียงอย่างเดียว เขาอธิบายว่าตลาดคือ ‘โครงสร้างที่กระจายความมั่งคั่งจากคนหมู่มากไปสู่คนหมู่น้อย’
สื่อ U.Today รายงานว่าแบรนต์ตั้งคำถามต่อมุมมองที่นักลงทุนรายย่อยมีต่อตลาด โดยเนื้อหาที่เขาโพสต์ไม่ได้ระบุราคาเป้าหมายหรือจังหวะซื้อขายของสินทรัพย์ดิจิทัลตัวใดตัวหนึ่ง แต่เน้นไปที่โครงสร้างการซื้อขายและความแตกต่างของอิทธิพลระหว่างผู้เล่นในตลาด
แบรนต์เปรียบเทียบตลาดที่มีสถาบันขนาดใหญ่และผู้เล่นเชิงพาณิชย์เป็นศูนย์กลางการซื้อขายว่าเหมือน ‘ห้องโป๊กเกอร์ส่วนตัวชั้นบน’ สื่อความหมายว่านักลงทุนรายย่อยที่ซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สเพียง 5-20 สัญญา มีอิทธิพลต่อตลาดที่จำกัดมาก
เขากล่าวถึงนักลงทุนรายย่อยว่า "เราเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยไม่มีความสำคัญ เมื่อมองจากจักรวาลแล้วเราก็เหมือนมด" สะท้อนว่านักลงทุนรายย่อยยากที่จะแข่งขันกับผู้เล่นรายใหญ่ในเงื่อนไขเดียวกัน ทั้งในแง่ขนาดการซื้อขาย ข้อมูลข่าวสาร และสภาพคล่อง
แบรนต์ยังกล่าวอ้างว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จจากการเก็งกำไรมีสัดส่วน ‘น้อยกว่า 3 ใน 1,000 คน’ อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ระบุแหล่งข้อมูลหรือสถิติใดมารองรับตัวเลขดังกล่าว จึงยากที่จะนำมาใช้เป็นอัตราความสำเร็จทั่วไปของตลาด
ประเด็นหลักที่แบรนต์ต้องการสื่อคือ นักลงทุนไม่ควรโทษความขาดทุนว่าเกิดจากการคาดการณ์ราคาที่ผิดพลาดหรือกลยุทธ์การซื้อขายใดกลยุทธ์หนึ่งเพียงอย่างเดียว เขาระบุว่าต้องพิจารณาขนาดของคู่ค้า สภาพคล่อง และโครงสร้างการจัดสรรเงินทุนควบคู่ไปกับความเคลื่อนไหวของราคาระยะสั้นและสัญญาณทางเทคนิคด้วย
แบรนต์กล่าวว่า "ยิ่งนักเก็งกำไรรายย่อยตระหนักเร็วเท่าไรว่าการซื้อขายหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์คือเกมคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ก็ยิ่งดีเท่านั้น" เป็นการยืนยันแนวคิดที่ว่าตลาดควรถูกมองเป็นโครงสร้างการแข่งขันระหว่างผู้เล่น ไม่ใช่เกมทำนายราคาเพียงอย่างเดียว
การเก็งกำไรในตลาดคือการซื้อขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินโดยคาดการณ์ความเคลื่อนไหวของราคา ซึ่งในกระบวนการนี้ ขนาดของคู่ค้า รูปแบบการสะสมคำสั่งซื้อขาย และสภาพคล่องในการซื้อขายสินทรัพย์ล้วนส่งผลต่อการกำหนดราคา
นักลงทุนรายย่อยมักให้ความสนใจกับราคาระยะสั้นและกระแสข่าวล่าสุดในตลาด แต่ในตลาดเดียวกันนั้น ผู้เล่นแต่ละรายก็มีขนาดเงินทุนและการเข้าถึงข้อมูลที่แตกต่างกัน แบรนต์มองว่าการตระหนักถึงความแตกต่างนี้คือจุดเริ่มต้นของการตีความผลลัพธ์การซื้อขาย
คำกล่าวครั้งนี้ของแบรนต์ไม่ได้เป็นการคาดการณ์ทิศทางขึ้นหรือลงของสินทรัพย์ดิจิทัลตัวใดตัวหนึ่ง จึงควรตีความในฐานะคำเตือนต่อมุมมองของนักลงทุนรายย่อยที่มีต่อตลาด มากกว่าจะมองเป็นสัญญาณซื้อขายสำหรับสินทรัพย์รายการใดรายการหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ แบรนต์เคยกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่บิตคอยน์(BTC) จะปรับตัวลงในระยะสั้นโดยอ้างอิงรูปแบบกราฟในอดีต แต่ในครั้งนี้เขาให้น้ำหนักกับตำแหน่งของผู้เล่นในตลาดและโครงสร้างการซื้อขาย มากกว่าทิศทางราคา โดย TokenPost เคยรายงานเนื้อหาที่แบรนต์กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่บิตคอยน์จะปรับตัวลงในระยะสั้นมาแล้วก่อนหน้านี้
หากคำกล่าวในอดีตของแบรนต์เกี่ยวข้องกับกราฟราคาและความเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง คำกล่าวในครั้งนี้กลับใกล้เคียงกับทฤษฎีโครงสร้างตลาดในภาพรวม ที่ชี้ให้นักลงทุนรายย่อยพิจารณาว่ากำลังซื้อขายกับคู่ค้าลักษณะใด จุดโฟกัสของทั้งสองคำกล่าวจึงแบ่งออกเป็นการคาดการณ์ราคา และการวิเคราะห์ผู้เล่นในตลาด
ตัวเลขอัตราความสำเร็จ ‘น้อยกว่า 3 ใน 1,000 คน’ ที่แบรนต์กล่าวถึงนั้น ไม่ใช่ตัวเลขที่ผ่านการตรวจสอบด้วยสถิติเชิงวัตถุวิสัย จึงควรรับไว้เป็นเพียงมุมมองส่วนตัวของผู้พูดเท่านั้น และยากที่จะนำมาใช้เป็นเกณฑ์ทั่วไปในการประเมินผลลัพธ์การซื้อขายจริงของนักลงทุนรายย่อย
ความคิดเห็น 0