คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และการลงทุนออสเตรเลีย (Australian Securities and Investments Commission: ASIC) เสนอใช้ข้อจำกัดเลเวอเรจและมาตรการคุ้มครองยอดคงเหลือติดลบกับสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) ที่ชำระด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย โดยพิจารณาจากลักษณะทางเศรษฐกิจและความเสี่ยงของสัญญา ไม่ว่าการชำระจะใช้เงินสดหรือสินทรัพย์ดิจิทัล
เมื่อวันที่ 12 ASIC เผยแพร่เอกสารหารือ CS 64 ซึ่งเสนอขยายคำสั่งแทรกแซงผลิตภัณฑ์ CFD (PIO) ออกไปอีก 10 ปี พร้อมแก้ไขข้อกำหนดบางส่วน ผู้สนใจส่งความเห็นได้ถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน เวลา 17.00 น. ตามเวลา AEDT ข้อเสนอขยายเวลาต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรี และหากได้รับอนุมัติ คำสั่งอาจมีผลถึงปี 2037 เว้นแต่จะถูกยกเลิกก่อน
CFD เป็นอนุพันธ์ที่ใช้เลเวอเรจ ซึ่งผู้ลงทุนทำกำไรหรือขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงของราคาโดยไม่ต้องถือครองสินทรัพย์อ้างอิงโดยตรง ข้อเสนอระบุว่า หากสัญญามีคุณสมบัติอื่นของ CFD ก็ให้ใช้มาตรการคุ้มครองเดิม แม้ชำระด้วยการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลแทนเงินสดหรือการหักกลบยอด สินทรัพย์อ้างอิงไม่จำเป็นต้องเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล
การพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์อยู่ในข่ายหรือไม่ จะไม่ขึ้นอยู่กับชื่อผลิตภัณฑ์หรือวิธีชำระเงินเพียงอย่างเดียว เอกสารหารือเสนอเกณฑ์ เช่น มูลค่าของสัญญาเคลื่อนไหวตามมูลค่าสินทรัพย์อ้างอิง ไม่มีวันครบกำหนดตายตัวหรือมักปิดสถานะก่อนครบกำหนด และผู้ถือสามารถยุติสัญญาได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าสัญญาฟิวเจอร์สหรือออปชันสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีวันครบกำหนดตายตัวทั้งหมดจะอยู่ในข่าย
PIO ที่ใช้ในปัจจุบันจำกัดเลเวอเรจสำหรับนักลงทุนรายย่อยตั้งแต่ 30:1 ถึง 2:1 ตามประเภทสินทรัพย์อ้างอิง และกำหนดหลักเกณฑ์ปิดสถานะเมื่อหลักประกันไม่เพียงพอ รวมถึงการคุ้มครองยอดคงเหลือติดลบ ซึ่งจำกัดความเสียหายไม่ให้เกินเงินที่ฝากไว้ในบัญชี CFD
ASIC เริ่มบังคับใช้คำสั่งเดิมเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2021 และคำสั่งมีกำหนดสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม 2027 ข้อเสนอครั้งนี้จึงมุ่งเลื่อนวันสิ้นสุด พร้อมปรับขอบเขตให้มาตรการคุ้มครองครอบคลุมสัญญาที่ชำระด้วยการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลได้ด้วย
เอกสารหารือของ ASIC ระบุว่า ในปีงบประมาณ 2023–2024 ลูกค้ารายย่อยที่ซื้อขาย CFD จำนวน 68% ขาดทุนสุทธิ โดยมีผลขาดทุนสุทธิรวมกว่า 458 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และจ่ายค่าธรรมเนียม 73 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย สถิตินี้ครอบคลุมลูกค้ารายย่อย CFD โดยรวม ไม่ได้แยกตัวเลขผลขาดทุนของสัญญาที่ชำระด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล
อลัน เคิร์กแลนด์(Alan Kirkland) กรรมาธิการ ASIC กล่าวว่า “ข้อมูลแสดงให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่านักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุนจากการซื้อขาย CFD” ASIC ระบุด้วยว่า ภายใน 6 เดือนหลังเริ่มใช้คำสั่งคุ้มครองปัจจุบัน ผลขาดทุนสุทธิรายไตรมาสรวมในบัญชีลูกค้ารายย่อยลดลง 91% ตัวเลขนี้เกี่ยวข้องกับมาตรการคุ้มครองโดยรวมที่ใช้อยู่ ไม่ได้แสดงผลของข้อเสนอขยายความคุ้มครองไปยัง CFD ที่ชำระด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล
ข้อเสนอจะกำหนดหลักเกณฑ์คำนวณหลักประกันเริ่มต้นสำหรับ CFD แบบออปชันให้ชัดเจนขึ้นด้วย รวมถึงไม่อนุญาตให้หักกลบสถานะที่ตรงข้ามกันเพื่อลดข้อกำหนดหลักประกัน และปรับเงื่อนไขสำหรับส่วนลด เครื่องมือด้านการศึกษาและการวิจัย นอกจากนี้ยังเสนอเปลี่ยนคำว่า “cryptoasset” เป็น “digital asset” ในข้อกำหนด
ออสเตรเลียยังเตรียมขยายกรอบกำกับบริการทางการเงินให้ครอบคลุมผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในอีกแนวทางหนึ่ง ASIC กำลังเตรียมบังคับใช้การแก้ไขกฎหมายเพื่อนำแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลและแพลตฟอร์มรับฝากสินทรัพย์โทเคนเข้าสู่ระบบใบอนุญาตบริการทางการเงิน โดยคาดว่าระบบดังกล่าวจะเริ่มใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2027 ทั้งนี้ ระบบใบอนุญาตแพลตฟอร์มกับ PIO สำหรับ CFD มีขอบเขตและวัตถุประสงค์ด้านการกำกับดูแลต่างกัน
ASIC จะพิจารณาข้อเสนอหลังปิดรับความเห็นในวันที่ 9 พฤศจิกายน เวลา 17.00 น. ตามเวลา AEDT ส่วนการขยายอายุคำสั่งยังต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรี
ความคิดเห็น 0