โรงเรียนและห้องสมุดในสหรัฐฯ คัดค้านความเป็นไปได้ที่คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารสหรัฐฯ (Federal Communications Commission: FCC) จะลดหรือยุติเงินสนับสนุน E-Rate โดย FCC ยังไม่ได้ตัดสินใจยกเลิกโครงการ และกำลังเปิดรับความเห็นเกี่ยวกับขอบเขตการสนับสนุนและการจำกัดเวลาที่เด็กใช้หน้าจอ
FCC ลงมติเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์ E-Rate ด้วยคะแนน 2 ต่อ 1 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน และเผยแพร่ในวันถัดมา ข้อเสนอถามว่าเงินสนับสนุนอินเทอร์เน็ตแก่โรงเรียนและห้องสมุดบรรลุวัตถุประสงค์เดิมของสภาคองเกรสหรือไม่ และยังมีเหตุผลให้สนับสนุนต่อหรือไม่ นอกจากนี้ยังขอความเห็นว่า FCC มีอำนาจจำกัดเวลาใช้หน้าจอผ่านเครือข่ายที่ได้รับเงินสนับสนุนจาก E-Rate หรือไม่ คำถามในข้อเสนอเป็นเพียงประเด็นขอความเห็น ยังไม่ใช่ข้อกำหนดที่มีผลบังคับ
กำหนดส่งความเห็นรอบแรกสิ้นสุดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม กลุ่มโรงเรียนและห้องสมุด รวมถึงหน่วยงานรายแห่ง ระบุว่าการลดเงินสนับสนุนอาจเพิ่มภาระด้านการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การดูแลและเปลี่ยนอุปกรณ์เครือข่าย ตลอดจนบริการห้องสมุด ส่วนกำหนดส่งความเห็นตอบกลับคือวันที่ 12 พฤศจิกายน
สมาคมห้องสมุดอเมริกัน (American Library Association) ระบุในเอกสารความเห็นว่า E-Rate เป็นโครงการที่สภาคองเกรสจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายโทรคมนาคมปี 1996 และโต้แย้งว่า FCC ไม่มีอำนาจยุติโครงการ สมาคมยังกล่าวว่าการกำกับเวลาใช้หน้าจอและผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาอยู่นอกขอบเขตอำนาจและความเชี่ยวชาญของ FCC นี่เป็นการตีความกฎหมายของสมาคม และยังไม่มีคำวินิจฉัยจากศาลยืนยัน
สมาคมห้องสมุดเท็กซัส (Texas Library Association) ระบุว่า ห้องสมุดสาธารณะในรัฐ 35% ได้รับส่วนลดจาก E-Rate และมีเพียง 55% ที่ผ่านเกณฑ์ความเร็วบรอดแบนด์ที่ FCC แนะนำ ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลที่สมาคมนำเสนอ
พอล ลาฟกา (Paul Lafka) ผู้อำนวยการโรงเรียน Rock Valley Christian School ในรัฐไอโอวา ประเมินในเอกสารความเห็นว่า ค่าอินเทอร์เน็ตต่อปีอยู่ที่ประมาณ 3,120 ดอลลาร์ (ประมาณ 104,000 บาท) และได้รับเงินสนับสนุน E-Rate ราว 1,560 ดอลลาร์ (ประมาณ 52,000 บาท) เขายังแสดงความกังวลว่าการลดเงินสนับสนุนอาจเพิ่มภาระต่องบประมาณท้องถิ่นและทำให้การเปลี่ยนเครือข่ายล่าช้า
E-Rate เป็นโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านบริการสื่อสารและอุปกรณ์ของโรงเรียนกับห้องสมุด ในปี 2025 FCC ยุติการสนับสนุนการให้ยืมฮอตสปอตและ Wi-Fi บนรถโรงเรียน ร่างหลักเกณฑ์ครั้งนี้เป็นกระบวนการทบทวนขอบเขตและวัตถุประสงค์ของโครงการสนับสนุน
ข้อเสนอยังถามว่าจะจำกัดเวลาใช้หน้าจอของเด็กเป็นรายวันหรือไม่ จะให้ผู้ปกครองเลือกปฏิเสธการเรียนการสอนที่ใช้หน้าจอได้หรือไม่ และจะกำหนดให้โรงเรียนกับห้องสมุดมีขั้นตอนกำกับดูแลและรายงานหรือไม่ ประเด็นเรื่องอำนาจที่สมาคมห้องสมุดอเมริกันหยิบยกขึ้นมาแตกต่างจากการทบทวนด้านกฎหมายและนโยบายที่ FCC ขอความเห็น ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใดบ้าง
ความคิดเห็น 0