ธนาคารกลางและหน่วยงานทางการอื่น ๆ ซื้อทองคำสุทธิ 288.9 ตันในไตรมาส 2 ปี 2026 เพิ่มขึ้น 62% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดสุทธิสะสมครึ่งปีแรกอยู่ที่ 345 ตัน ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022
สภาทองคำโลก (World Gold Council: WGC) ระบุว่า ยอดซื้อสุทธิในไตรมาส 2 สูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบรายไตรมาส อย่างไรก็ตาม สภาฯ ปรับประมาณการยอดซื้อสุทธิไตรมาส 1 จาก 244 ตันเป็น 57 ตัน หลังนำข้อมูลและการวิเคราะห์เพิ่มเติมมาพิจารณา ภาพรวมจึงมีทั้งการฟื้นตัวในไตรมาส 2 และการชะลอลงในครึ่งปีแรก
สถาบันเงิน (The Silver Institute) คาดการณ์ในรายงาน ‘การสำรวจเงินโลก 2026’ ที่เผยแพร่เมื่อเดือนเมษายนว่า ตลาดเงินจะขาดดุลอุปทานต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ในปี 2026 อย่างไรก็ดี ไม่ได้นำตัวเลขขนาดการขาดดุลและการเปรียบเทียบกับปีก่อนมาใช้ เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบยืนยันโดยตรงจากข้อมูลสาธารณะของสถาบันได้ ทางสถาบันคาดว่าผลผลิตจากเหมืองเงินจะทรงตัวในปี 2026
สถิติการซื้อทองสุทธิและการคาดการณ์ภาวะขาดดุลอุปทานเงินเป็นตัวชี้วัดอุปสงค์และอุปทานของโลหะมีค่า โดยตัวเลขการซื้อทองอาจมีการปรับย้อนหลังได้ และการคาดการณ์ภาวะขาดดุลเพียงอย่างเดียวไม่อาจยืนยันความคลาดเคลื่อนของราคาตลาดหรือการเปลี่ยนแปลงความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินได้
มิลาน อดัมส์ (Milan Adams) ผู้เขียนต้นฉบับ เชื่อมโยงราคาทองที่ลดลงกับการซื้อของธนาคารกลางและภาวะขาดดุลอุปทานเงิน พร้อมเสนอว่าความแตกต่างระหว่าง ‘ตลาดกระดาษ’ กับตลาดโลหะจริงกำลังขยายตัว เขายังวิเคราะห์ว่าทองสะท้อนความเชื่อมั่นต่อระบบการเงิน ส่วนเงินสะท้อนอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรมและข้อจำกัดด้านการผลิต ทั้งหมดนี้เป็นการวิเคราะห์ของผู้เขียน ขณะที่ข้อมูลของ WGC และสถาบันเงินไม่ได้ยืนยันว่าเกิดวิกฤตระเบียบการเงิน
ราคาโลหะทองและเงิน รวมถึงส่วนต่างระหว่างตลาดลอนดอนกับนิวยอร์กที่ต้นฉบับนำเสนอ ยังเปรียบเทียบกันบนเกณฑ์เดียวกันได้ยาก เนื่องจากข้อมูลราคามีทั้งราคาสปอต ราคาอ้างอิง และราคาฟิวเจอร์ส จึงใช้เป็นหลักฐานยืนยันวิกฤตอย่างเด็ดขาดไม่ได้
ต้นฉบับไม่ได้ให้หลักฐานเชื่อมโยงการเปลี่ยนแปลงราคาหรืออุปสงค์และอุปทานของตลาดโลหะมีค่ากับสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น บิตคอยน์ (BTC) ข้อมูลอุปสงค์และอุปทานทองกับเงินในครั้งนี้จึงไม่เพียงพอที่จะใช้ประเมินทิศทางตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
ความคิดเห็น 0