OpenSea ประกาศยกเลิกระบบรอคิว (waitlist) สำหรับแอปพลิเคชันมือถือ และเปิดให้ผู้ใช้ทั้งฝั่ง iOS และ Android เข้าใช้งานได้ทุกคน ปิดฉากช่วงเปิดให้ใช้งานแบบจำกัดที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม โดย OpenSea ชูให้แอปนี้เป็นศูนย์กลาง 'โซเชียลเทรดดิ้ง' สำหรับซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สแบบไม่มีวันหมดอายุ (perpetual futures), มีมคอยน์, การ์ดสะสม และงานศิลปะ บนบล็อกเชนมากกว่า 25 เครือข่าย
ขั้นตอนการสมัครใช้งานเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยอีเมลเพียงอย่างเดียว เมื่อสมัครด้วยอีเมล ระบบจะสร้างกระเป๋าเงินแบบ 'ไม่ฝากไว้กับตัวกลาง' (noncustodial) ให้โดยอัตโนมัติ ตามรายงานของ Bankless เมื่อวันที่ 21 ที่ผ่านมา ความหมายของกระเป๋าแบบ noncustodial คือผู้ใช้เป็นผู้ควบคุมสินทรัพย์เอง ไม่ใช่ผู้ให้บริการ ผู้ใช้สามารถฝากเงินเข้าแอปผ่าน Apple Pay และ Google Pay ได้ทันที ส่วนผู้ที่มีกระเป๋าเงินอยู่แล้วก็นำเข้าได้ด้วยการสแกน QR โค้ดหรือกรอกคีย์ส่วนตัว (private key)
จุดเด่นของแอปอยู่ที่ฟีดติดตามเทรดเดอร์คนอื่น เมื่อผู้ใช้กดติดตามเทรดเดอร์รายใด การซื้อขายของฝั่งนั้นจะปรากฏในฟีดแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะทำผ่านแอปใดหรือบล็อกเชนใดก็ตาม ฟีเจอร์ใหม่ชื่อ 'Signals' ยังเปิดให้ผู้ใช้โพสต์โน้ตสั้น ๆ บอกว่าซื้อสินทรัพย์ชิ้นไหนและเพราะอะไร
ด้านค่าธรรมเนียม OpenSea เก็บ 0.5% ต่อการซื้อขายโทเคน และ 1% ต่อการซื้อของสะสม (collectible) ผู้ใช้ที่สมัครผ่านลิงก์แนะนำจะได้ส่วนลดค่าธรรมเนียม 10% ส่วนผู้แนะนำจะได้รับ 25% ของค่าธรรมเนียมที่ผู้ใช้รายนั้นจ่ายไป
OpenSea เริ่มต้นจากการเป็นตลาดซื้อขาย NFT แต่ที่ผ่านมาก็แสดงข้อมูลราคาโทเคนด้วยเช่นกัน ก่อนหน้านี้ OpenSea เคยแสดงมูลค่าแบบเจือจางเต็มที่ (fully diluted valuation), ปริมาณซื้อขายรายวัน และจำนวนกระเป๋าที่ถือครองของมีมคอยน์ TENDIES บนเชนของ Robinhood(HOOD)
สนามแข่งก็ทับซ้อนกันด้วย เพราะ pump.fun(PUMP) เพิ่งเพิ่มแพ็กการ์ดของ Collector Crypt เข้าแอปตัวเองไปก่อนที่ OpenSea จะประกาศข่าวนี้เพียงหนึ่งวัน Bankless มองว่าแพลตฟอร์มที่เน้นมีมคอยน์กับแพลตฟอร์มที่เน้น NFT กำลังวิ่งไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อแย่งชิงตำแหน่ง 'แอปที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว' (everything app)
ความคิดเห็น 0