ร่างกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งมุ่งกำหนดกรอบกำกับดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ ไม่ผ่านการลงมติขั้นตอนในวุฒิสภา เมื่อวันที่ 15 กันยายน (เวลาท้องถิ่น) มีผู้ลงคะแนนเห็นชอบ 49 เสียง และคัดค้าน 50 เสียง
การลงมติครั้งนี้ไม่ใช่การลงคะแนนขั้นสุดท้ายต่อตัวร่างกฎหมาย แต่เป็นการลงมติเพื่อเริ่มพิจารณาในที่ประชุมใหญ่ ร่างกฎหมายต้องได้อย่างน้อย 60 เสียงเพื่อเดินหน้าตามขั้นตอน ทำให้กำหนดการออกกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ ยังไม่แน่นอน
คอลลิน แม็กคูน (Collin McCune) ผู้เขียนจากแอนดรีสเซน โฮโรวิตซ์ (Andreessen Horowitz) ระบุในโพสต์เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมว่า CLARITY Act เป็น “ภารกิจด้านกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรม” เขายอมรับว่าการไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากวุฒิสภาเป็นอุปสรรค แต่เห็นว่าไม่ควรตีความว่าเป็นการสิ้นสุดการหารือนโยบายสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ โดยไร้ผล ทั้งนี้เป็นการประเมินของผู้เขียนจากบริษัทลงทุน
สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่าง CLARITY Act ในปี 2025 ด้วยเสียงสนับสนุนจากทั้งสองพรรค แต่วุฒิสภากลับไม่สามารถผ่านแม้แต่การลงมติเพื่อเริ่มพิจารณา การผ่านสภาผู้แทนราษฎรกับการตราเป็นกฎหมายเป็นคนละขั้นตอน
ความคืบหน้าประการแรกที่แม็กคูนยกขึ้นมาคือ GENIUS Act ซึ่งเป็นกฎหมายกำกับดูแลสเตเบิลคอยน์ โดยกำหนดคุณสมบัติสำหรับผู้ออกเหรียญที่ออกแบบให้มีมูลค่าอิงกับเงินตรา เช่น ดอลลาร์สหรัฐ และมีเป้าหมายคุ้มครองผู้ใช้งาน แม็กคูนเขียนว่าประเทศอื่นกำลังดำเนินรอยตาม และหน่วยงานต่าง ๆ กำลังเตรียมการบังคับใช้
แม็กคูนยังกล่าวถึงมาตรการกำกับดูแลอื่น โดยระบุว่าคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ยกเลิกแนวทางบัญชี SAB 121 และเครือข่ายปราบปรามอาชญากรรมทางการเงิน (FinCEN) ยกเลิกกฎเกี่ยวกับกระเป๋าเงินที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของผู้ให้บริการ มาตรการทั้งสองมีลักษณะแตกต่างจากการตรากฎหมาย
แม็กคูนระบุด้วยว่า SEC ออกมาตรการยกเว้นที่เปิดให้ซื้อขายหุ้นโทเคนบางประเภทบนบล็อกเชนได้ อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่ากฎที่หน่วยงานเสนอไว้ยังไม่ใช่กฎฉบับสุดท้าย และแนวทางกับมาตรการยกเว้นมีขอบเขตจำกัด เขาให้เหตุผลว่าบริษัทที่ลงทุนระยะยาว 10 ปีต้องการกฎเกณฑ์ที่ยังคงมีผล независимоจากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี
มุมมองต่อร่างกฎหมายยังแตกต่างกัน สำนักข่าวเอพี (AP) รายงานว่า พรรคเดโมแครตคัดค้านเพราะเห็นว่ามาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลของประธานาธิบดีทรัมป์และครอบครัวยังไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นปัจจัยเบื้องหลังการลงมติที่ไม่ผ่าน
หลังการลงมติขั้นตอนในเดือนกันยายน CLARITY Act ยังไม่ได้รับการตราเป็นกฎหมาย
ความคิดเห็น 0