บิตคอยน์(BTC) กำลังเผชิญแรงกดดันใหม่อีกครั้งจากสัญญาณทางเทคนิคที่คล้ายกับช่วง ‘การล่มสลายในปี 2022’ สะท้อนผ่านตัวชี้วัด ‘กำไร/ขาดทุนสุทธิที่เกิดขึ้นจริง (Net Realized Profit/Loss)’ ซึ่งตอนนี้ลดลงจนใกล้ระดับศูนย์ นักลงทุนกังวลว่านี่อาจเป็น ‘เดจาวู’ ของการร่วงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อราคาบิตคอยน์เคยร่วงจาก 30,000 ดอลลาร์ เหลือเพียง 16,000 ดอลลาร์ในช่วงกลางปี 2022
ตามการวิเคราะห์ของ ‘แอดดร้า’ นักวิเคราะห์จากบริษัทวิเคราะห์ออนเชน ‘คริปโตควอนต์(CryptoQuant)’ ตัวชี้วัดกำไร/ขาดทุนสุทธิของบิตคอยน์ดิ่งลงกว่า 97% จากระดับสูงสุดในรอบล่าสุด เหลือใกล้ศูนย์ ซึ่งหมายความว่าผู้ถือส่วนใหญ่ซื้อและขายใกล้ราคาเดียวกัน และเกือบไม่มีการทำกำไรแล้ว การเคลื่อนไหวเช่นนี้สะท้อนว่า ตลาดอยู่ในภาวะ ‘ไร้ทิศทาง’ และใกล้จุดพลิกผันครั้งใหญ่อีกครั้ง
ความเคลื่อนไหวล่าสุดยังเสริมภาพความคล้ายกับสถานการณ์ในปี 2022 ที่ก่อนเกิด ‘การเทขายครั้งใหญ่’ ตัวชี้วัดดังกล่าวก็ลดลงในลักษณะคล้ายกัน โดยในช่วงปลายปี 2024 ถึงต้นปี 2025 ตัวเลขกำไร/ขาดทุนสุทธิของบิตคอยน์เคยพุ่งทะลุ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่เมื่อล่าสุดวันที่ 26 มกราคม เหลือเพียง 60 ล้านดอลลาร์ ห่างไกลจากจุดพีกอย่างชัดเจน และในปี 2022 ก็เคยลดต่ำไปถึงระดับติดลบ 350 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่ราคาจะร่วงลงกว่าครึ่ง
แม้ระดับความตื่นตระหนกยังไม่ระเบิดออก แต่ตลาดยังอยู่ในภาวะเปราะบาง ความจริงที่น่าสนใจคือ ‘วาฬ’ หรือผู้ถือบิตคอยน์รายใหญ่ยังคงอยู่ในสถานะมีกำไร ยกตัวอย่าง กลุ่มที่ถือครอง 100–1,000 BTC มีต้นทุนเฉลี่ยราว 69,900 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาตลาดปัจจุบันยังสูงกว่าต้นทุนราว 25% ด้านผู้ถือ 10–100 BTC และมากกว่า 10,000 BTC ก็มีต้นทุนเฉลี่ยที่ 48,000 ดอลลาร์ และ 51,000 ดอลลาร์ ตามลำดับ ซึ่งยังอยู่ในระดับทำกำไร 70-80% นี่บ่งชี้ว่า ‘การขายด้วยความกลัว’ หรือ Panic Sell น่าจะยังไม่เริ่มต้นขึ้น
แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ ‘แรงขายดูเหมือนหยุดชั่วคราว แต่แรงซื้อมองไม่เห็น’ นักวิเคราะห์เตือนว่า แม้การลดลงของกำไร/ขาดทุนสุทธิจะสะท้อนว่ามีการพักตัวของแรงขาย แต่นี่ไม่ใช่สัญญาณของการกลับทิศเป็นขาขึ้น เพราะยังไม่มีแรงซื้อใหม่เข้ามารองรับ บางการวิเคราะห์ชี้ว่า ตลาดบิตคอยน์ไม่แข็งแรงจากการซื้อด้วยความมั่นใจ แต่เป็นเพียงการไม่มีผู้ขายมากกว่า ซึ่งทำให้ราคาเปราะบางต่อแรงกระแทกทุกเมื่อ
แรงกดดันภายนอกเพิ่มเข้ามาอีก เมื่อ *ทรัมป์* แสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อแคนาดา โดยขู่ว่าจะตั้งกำแพงภาษี 100% หากแคนาดาขยายการค้าไปยังจีน ขณะที่ในสหรัฐก็มีความเสี่ยงของ ‘ภาวะชัตดาวน์’ ของรัฐบาลกลาง เสริมความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจโดยรวม คราวเดียวกัน ตำแหน่งการซื้อด้วยเลเวอเรจกว่า 320 ล้านดอลลาร์ ถูกบังคับปิด ส่งแรงสะเทือนต่อตลาดเหรียญอีกระลอก
ในด้านราคาเมื่อวันที่ 27 บิตคอยน์เคลื่อนไหวอยู่ที่ราว 87,756 ดอลลาร์ ลดลง 1.1% ใน 24 ชั่วโมง และ 5.7% เมื่อเทียบรายสัปดาห์ ขณะที่ ‘ปริมาณการซื้อขาย’ กลับเพิ่มขึ้นกว่า 160% สะท้อนว่ามีแรงปรับสถานะที่รุนแรงจากนักลงทุนในช่วงเวลาสั้น
ปัจจัยอีกประการที่ตอกย้ำความเปราะบางในตลาดคือ ‘การไหลออกของเงินทุน’ จากกองทุนคริปโต โดยข้อมูลจากบริษัทจัดการสินทรัพย์ดิจิทัล ‘คอยน์แชร์ส(CoinShares)’ ระบุว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการไหลออกสุทธิสูงถึง 1.73 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 โดยเฉพาะเงินทุนที่ออกจากสินทรัพย์อ้างอิง *บิตคอยน์* มีมูลค่า 1.09 พันล้านดอลลาร์
แม้ตอนนี้ราคายังไม่ทรุดตัวแบบพังทลาย แต่เมื่อลึกลงไปในโครงสร้าง กลับพบว่าการซื้อขายยังเบาบาง เสมือนอาการ ‘เงียบก่อนพายุ’ ตลาดดูเหมือนจะไม่กลัวการร่วงแรงเท่ากับ ‘ความนิ่ง’ ที่ไร้ทิศทาง ด้วยแรงซื้อที่ไม่มี – ขายก็ยังไม่เริ่ม – และข่าวลบรอบด้านที่รอแค่จุดระเบิดเดียว สถานการณ์นี้ อาจเป็นแค่ความเมินเฉยชั่วคราว… ก่อนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่ไม่อาจคาดเดา
ความคิดเห็น 0