แม้ราคาอีเธอเรียม(ETH)จะยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน แต่ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า *อีเธอเรียม* ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องในเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะในด้านของ *การวางเดิมพัน(Staking)* ที่มีจำนวนเหรียญที่ถูกวางเดิมพันทะลุ *36 ล้าน ETH* ซึ่งคิดเป็นกว่า *30%* ของอุปทานในระบบ จุดนี้สะท้อนว่าอีเธอเรียมยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนรายใหญ่ แม้พฤติกรรมตลาดจะผันผวน
ตามรายงานจากบริษัทให้บริการวางเดิมพัน *เอเวอร์สเตค(Everstake)* เผยว่า ณ วันที่ 27 มกราคม 2026 ยอดการวางเดิมพันอีเธอเรียมอยู่ที่ 36.5 ล้าน ETH เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งมีจำนวน 36.08 ล้าน ETH หรือราว 29.3% ของอุปทานการหมุนเวียนทั้งหมด ข้อมูลยังเผยว่าการทำธุรกรรมบนเลเยอร์ 1 (L1) ของอีเธอเรียมเพิ่มขึ้นเฉลี่ย *30%* เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปริมาณเฉลี่ย 1.5-1.6 ล้านรายการต่อวัน ส่วนเลเยอร์ 2 (L2) ซึ่งเน้นขยายประสิทธิภาพ มีอัตราการประมวลผลสูงถึง 300-330 ธุรกรรมต่อวินาที
ขณะที่มูลค่ารวมที่ถูกล็อก (TVL) บนเครือข่ายอีเธอเรียมอยู่ที่ประมาณ *72,000 ล้านดอลลาร์* หรือราว *10.3 ล้านล้านวอน* สะท้อนบทบาทของอีเธอเรียมในฐานะรากฐานของระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ ทั้งนี้ ราคา ETH ล่าสุดอยู่ที่ *2,930 ดอลลาร์* เพิ่มขึ้น *4%* ภายในวันเดียว แต่ลดลง *10%* เมื่อเทียบแบบรายปี
ในด้านเทคโนโลยี รายงานระบุว่าการอัปเกรดสำคัญ เช่น *แพกทรา(Pectra)* ที่นำมาตรฐานใหม่ *EIP-7251* มาใช้ ทำให้ *โหนดผู้ตรวจสอบ (Validator Node)* สามารถวางเดิมพันสูงสุดได้ถึง *2,048 ETH* ต่อโหนด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการและขยายกิจกรรมภายในเครือข่าย ส่วนการอัปเกรด *ฟูซากา(Fusaka)* ผ่าน *EIP-7594* ยังช่วยรองรับการประมวลผลด้านข้อมูลของเลเยอร์ 2 ได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการขยายเครือข่ายในอนาคต
เอเวอร์สเตคแสดงความเห็นว่า *อีเธอเรียมเลเยอร์ 1 กำลังเปลี่ยนบทบาทเป็นเครือข่ายสำหรับการชำระบัญชี (Settlement Layer)* และผู้ใช้งานส่วนใหญ่ได้ย้ายกิจกรรมไปยังเลเยอร์ 2 แล้ว พร้อมให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าการเข้ามาของนักลงทุนสถาบันเริ่มทำให้โครงสร้างการวางเดิมพันซับซ้อนยิ่งขึ้น ทั้งในแง่การแข่งขันด้านผลตอบแทนและการเลือกใช้โหนดผู้ตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม รายงานเตือนถึง *ความเสี่ยงด้านความหลากหลายของซอฟต์แวร์* โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ในเดือนธันวาคม 2025 ที่ *ไคลเอนต์ 'ไพรซึม(Prysm)'* เกิดข้อผิดพลาด ส่งผลให้ *248 บล็อกไม่สามารถตรวจสอบได้* และอัตราการเข้าร่วมของโหนดตกลงเหลือเพียง *75%* เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่า แม้ อีเธอเรียม จะรองรับไคลเอนต์หลายตัว แต่ยอดการใช้งานจริงกลับกระจุกตัวสูงใน *Geth (47%)* และ *Lighthouse (48%)* ซึ่งหากเกิดบั๊กในไคลเอนต์ยอดนิยม อาจสร้างผลกระทบกว้างขวางต่อทั้งเครือข่าย
เอเวอร์สเตคสรุปถึง *สถานะของอีเธอเรียมในปัจจุบันว่าเป็นช่วงที่การเติบโตและความเสี่ยงดำรงอยู่ร่วมกัน* โดยเน้นว่านอกจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างแล้ว ความมั่นคงของเครือข่ายและการกระจายอำนาจยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องให้ความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อกระแสการลงทุนจากสถาบันเริ่มแผ่ขยายสู่แพลตฟอร์มอีเธอเรียมอย่างจริงจัง
*ความคิดเห็น*: แม้ราคา ETH จะยังนิ่งเงียบ แต่ข้อมูลเหล่านี้ชี้ชัดว่าเบื้องหลังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่เทคโนโลยี และการเข้ามาของทุนสถาบัน ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยสนับสนุนใหญ่เมื่อวงจรตลาดเข้าสู่ช่วงขาขึ้นอีกครั้ง
ความคิดเห็น 0