**‘พายคอยน์’ทดสอบระบบด้วย USDT เปิดสัญญาณใหม่ฟื้นความคล่องตัวในเครือข่าย**
เมื่อวันที่ 27 (เวลาท้องถิ่น) แพลตฟอร์มบล็อกเชนพายเน็ตเวิร์ก(Pi Network) ประกาศนำสเตเบิลคอยน์ชื่อดังอย่างเทเธอร์(USDT) เข้าสู่ระบบทดสอบหรือ ‘เทสต์เน็ต’ ซึ่งเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจบ่งชี้ถึงความพยายามฟื้นฟู *สภาพคล่อง* ในระบบนิเวศของพายคอยน์(PI) ที่ซบเซาในช่วงที่ผ่านมา โดยผู้ใช้สามารถทดลองใช้ฟังก์ชันสำคัญ เช่น การฝาก ถอน โอน และแลกเปลี่ยน (Swap) ผ่านกระเป๋าดิจิทัลในเทสต์เน็ตได้โดยไม่ต้องเสี่ยงกับเงินทุนจริง
ฟีเจอร์เหล่านี้เปิดทางให้ผู้ใช้งานสามารถจำลองการใช้งานเว็บแอปแบบกระจายศูนย์ (dApp) เพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าสู่เมนเน็ตจริง ซึ่ง *ความคิดเห็น* มองว่านี่คือก้าวที่สะท้อนความตั้งใจของทีมพัฒนาในการเร่งสร้างความพร้อมสำหรับการใช้งานจริงของพายคอยน์
*USDT คือกุญแจขับเคลื่อนสู่การใช้งานจริง*
แม้ช่วงก่อน พายคอยน์(PI) เคยทำราคาพุ่งขึ้นไปสูงถึง 2.99 ดอลลาร์ ก่อนจะลดลงกว่า 80% จนลงมาอยู่ระดับ 0.17 ดอลลาร์ในปัจจุบัน โดยมีปริมาณการซื้อขายรายวันลดต่ำลงต่อเนื่องต่ำกว่าระดับ 100 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ทีมพัฒนาเปลี่ยนแผนกลยุทธ์จากการมุ่งเน้นเพิ่มรายชื่อในตลาดซื้อขาย มาเป็นการขยายโครงสร้างเชิง *ดีไฟน์ (DeFi)* และปรับสู่ระบบที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
การนำเทเธอร์เข้ามาร่วมในเครือข่ายเทสต์เน็ตครั้งนี้จึงถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ โดยหวังว่าบทบาทของ USDT จะเพิ่ม *ความมั่นคงด้านมูลค่า* และขยาย *สภาพคล่อง* ของสินทรัพย์ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นความต้องการใช้งานพายคอยน์กลับคืนในอนาคต อนึ่ง ปัจจุบันพายเน็ตเวิร์กกำลังพัฒนาเครือข่ายจาก dApp กว่า 100 ตัว และบางส่วนได้เริ่มทดสอบเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ใช้งานแล้ว ฟังก์ชัน Swap ร่วมกับ USDT ยังอาจช่วยลดความผันผวนที่เกิดจากการซื้อขาย PI ได้อย่างมีนัยสำคัญ
*ตลาดเริ่มจับตาแต่ยังไม่รีบกระโจนเข้า*
ท่ามกลางความเคลื่อนไหวดังกล่าว ตลาดกลับมีท่าที ‘รอดู’ มากกว่าการเข้าซื้อ โดยข้อมูลจาก PiScan เผยว่า มียอดเหรียญ PI ที่ ‘ปลดล็อก’ แล้วกว่า 8.38 พันล้านเหรียญ ขณะที่อีก 4.5 พันล้านเหรียญยังคงถูกล็อกไว้ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับแรงเทขายในอนาคตหากเหรียญปล่อยเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
รายงานจากบริษัทข้อมูลบล็อกเชน SoSoValue ชี้ว่า พายคอยน์ขณะนี้ร่วงลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำคัญทั้ง 3 เส้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณของ *ภาวะตลาดหมีทางเทคนิค* และเครื่องมือวิเคราะห์กระแสเงินทุนอย่าง Chaikin Money Flow (CMF) ก็ยังค่าติดลบอยู่ ซึ่งบ่งชี้ว่า *กลุ่มนักลงทุนรายใหญ่* ยังไม่เดินเกมในรอบนี้
*เทสต์เน็ตคือฐานรากให้เมนเน็ตมั่นคงขึ้น*
แม้การทดลองรวม USDT เข้าสู่เครือข่ายจะยังไม่ส่งผลงานตรงต่อ *สภาพคล่องหลักบนเมนเน็ต* แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในแง่ของการวางโครงสร้างรองรับระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่ใช้งานได้จริงในอนาคต การผสานสเตเบิลคอยน์กับฟีเจอร์อย่าง ‘ชำระเงิน’ และ ‘แลกเปลี่ยน’ มีศักยภาพในการลดอุปสรรคให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงระบบได้ง่ายขึ้น
ในระยะถัดไปมีความเป็นไปได้ที่พายเน็ตเวิร์กจะเปิดใช้บริการการซื้อขายจริงบนเมนเน็ต รวมถึงพัฒนาโซลูชันชำระเงินผ่านแอปของตนเองเพิ่มเติม หากการเติบโตบนเทสต์เน็ตราบรื่น ก็อาจส่งผลบวกทั้งในแง่ *ความเชื่อมั่นในเหรียญ PI ราคาที่มั่นคงขึ้น* และการได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้นจากตลาดแลกเปลี่ยนต่างๆ ได้ในอนาคต
ความคิดเห็น 0