แม้ปริมาณการซื้อขายจะชะลอตัวลง แต่บรรดานักลงทุนรายใหญ่อย่าง ‘วาฬคริปโต’ ยังคงเดินหน้าสะสมเอ이다(ADA) อย่างต่อเนื่องในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยมีการย้ายเหรียญเข้าสู่กระเป๋าสตางค์ของวาฬกว่า 454 ล้านเอ이다 หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,297 พันล้านวอน สร้างความหวังต่อ *การฟื้นตัวของราคาในระยะสั้น*
เอิดาเคยร่วงลงมากถึง 45% ตลอดระยะเวลา 3 เดือนล่าสุด และปัจจุบันซื้อขายอยู่บริเวณ 0.35 ดอลลาร์ หรือประมาณ 503 บาท แม้ราคาจะยังเคลื่อนไหวในโซนล่าง แต่จากการเคลื่อนไหวของนักลงทุนขนาดใหญ่ที่ยังคงเข้าซื้อในระดับปัจจุบัน บ่งชี้ว่าอาจมี *สัญญาณการกลับตัวของราคา* ในอนาคตอันใกล้
ตามข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชนอย่าง Santiment พบว่า ที่อยู่กระเป๋าเงินที่ถือ 100,000 – 100,000,000 เอิดากำลังสะสมเหรียญอย่างขนานใหญ่ โดยในช่วง 60 วันที่ผ่านมา กลุ่มที่เรียกว่า ‘สมาร์ทมันนี่’ เหล่านี้ ได้เพิ่มการถือครองอีกกว่า 454 ล้านเหรียญ ขณะที่นักลงทุนรายย่อยหรือ ‘ชริมพ์’ ที่ถือครองน้อยกว่า 100 เหรียญ เริ่มเทขายอย่างต่อเนื่อง รวมแล้วขายออกประมาณ 22,000 เหรียญในช่วงสามสัปดาห์
เหตุการณ์เช่นนี้ถือเป็นภาพที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในจังหวะก่อนไตรมาสแห่งการฟื้นตัว นักวิเคราะห์บางรายชี้ว่า การเลือกเข้าซื้อของกลุ่มทุนรายใหญ่ในช่วงที่นักลงทุนรายย่อยถอยห่างจากตลาด มักเป็นสัญญาณสะท้อนว่า *ราคาอาจใกล้จะกลับตัวแล้ว*
นักเทรดชื่อ 'สุริยา' กล่าวว่า เอิดาปัจจุบันยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบสามเหลี่ยมลง และกำลังเข้าสู่แนวรับสำคัญบริเวณ 0.34 – 0.35 ดอลลาร์ ถ้าหากสามารถยืนแถวนี้ได้ การฟื้นตัวระยะสั้นอาจดันราคาไปถึงเป้าหมายแรกที่ 0.44 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตามเขาเตือนว่าความเสี่ยงจากปัจจัยมหภาคยังคงเป็นเรื่องที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
อีกด้านหนึ่ง บัญชีวิเคราะห์ 'Rose Premium Signals' ให้แนวต้านถัดไปไว้ที่ 0.63 ดอลลาร์, 0.93 ดอลลาร์ และสูงสุดที่ 1.32 ดอลลาร์ หากรูปแบบการสะสมยังคงอยู่ในแนวโน้มเชิงบวก ในขณะที่นักวิเคราะห์อีกคนอย่าง ‘เซเซบี’ ให้ความคิดเห็นเชิงบวกมากยิ่งขึ้น โดยระบุว่า ราคาของเอิดาเคยพุ่งทะลุ 1 ดอลลาร์ครั้งแรกในช่วงที่ประธานาธิบดีทรัมป์ผลักดันแผนสะสมเหรียญ สำหรับกลยุทธ์คริปโตของเขา หากการกลับทิศของตลาดเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ เอิดาอาจพุ่งไปแตะ 3 ดอลลาร์ (ราว 4,308 บาท) ภายในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์
แม้สัญญาณทางเทคนิคและพฤติกรรมของนักลงทุนรายใหญ่จะส่งสัญญาณเชิงบวก แต่ก็ยังไม่อาจปฏิเสธแรงกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนและสภาพคล่องในตลาดที่ยังบาง กูรูส่วนใหญ่ต่างเห็นพ้องกันว่า นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ควรวางกลยุทธ์อย่าง *รอบคอบ* มากกว่าจะ *คาดหวังเกินไป*
ความคิดเห็น 0