บิตคอยน์(BTC) กำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หลังจากสัญญาณอ่อนแรงในฝั่ง ‘นักลงทุนรายย่อย’ เริ่มฉุดความต้องการในเครือข่าย(on-chain) ให้ชะลอลง โดยล่าสุด นักวิเคราะห์เตือนว่าหากแนวรับสำคัญที่ระดับ 62,000 ดอลลาร์ ไม่สามารถรักษาไว้ได้ อาจเกิดความเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างตลาดช่วงสั้นที่ส่งผลด้านลบต่อราคาในวงกว้าง
เมื่อวันที่ 24 CryptoQuant บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนอ้างอิงข้อมูลว่าความต้องการบิตคอยน์จากนักลงทุนรายย่อยลดลงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วงในช่วงตลาดกำลังเผชิญแรงขาย โดย ‘ความสมดุลของอุปสงค์และอุปทาน’ ที่ไม่มั่นคงอาจนำไปสู่การสั่นคลอนของราคาภายในระยะเวลาอันใกล้
นักวิเคราะห์ภายในเครือ CryptoQuant ที่ใช้ชื่อว่า ‘คาอูอีโคโนมี’ กล่าวว่า “การฟื้นตัวของจิตวิทยาตลาดและการกลับเข้ามาซื้อขายในเครือข่ายของนักลงทุนรายย่อยยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสนับสนุนการรีบาวด์ที่มีน้ำหนักเพียงพอ” พร้อมแสดงความเห็นว่าความไม่แน่นอนจากความเป็นไปได้ของ ‘ชัตดาวน์’ ในรัฐบาลสหรัฐกำลังกดดันสภาพคล่องทั่วโลก ซึ่งส่งผลทางลบต่อความน่าสนใจของตลาดบิตคอยน์ในระยะนี้
ในอีกด้าน บิตคอยน์ยังเผชิญกับการเข้าทดสอบระดับ ‘ราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าที่ฝากไว้ใน Binance’ หรือ RP ที่ 62,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับแนวรับสำคัญที่ไม่เคยถูกแตะต้องเลยนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2024 ที่สหรัฐฯอนุมัติการซื้อขาย ‘ETF บิตคอยน์แบบสปอต’ พร้อมเปลี่ยนภูมิทัศน์ตลาดคริปโตครั้งใหญ่
บูรัค เคสเมชี นักวิเคราะห์ที่ CryptoQuant วิเคราะห์ว่า “ในตลาดหมีรอบก่อน RP ถือเป็นแนวรับที่มั่นคง โดยก่อนหน้านี้ระดับ 42,000 ดอลลาร์เคยเป็นแนวรับหลัก แต่ตอนนี้ได้เลื่อนขึ้นมาเป็น 62,000 ดอลลาร์แล้ว” เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า “ด้วยโครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนไปหลัง ETF ผ่าน การประเมินจุดต่ำสุดของรอบนี้จึงไม่สามารถใช้สูตรเดิมได้”
ค่า RP เป็นตัวสะท้อนราคาซื้อเฉลี่ยของบิตคอยน์ที่ฝากไว้ในแพลตฟอร์ม Binance หากราคาซื้อขายอยู่เหนือค่าดังกล่าว ตลาดถือว่ามีโมเมนตัมขาขึ้น แต่ในกรณีที่ต่ำกว่า ก็อาจบ่งชี้ว่าเริ่มเข้าสู่แนวโน้มขาลงแบบระยะกลางถึงยาว
นอกจากแรงกดดันภายในตลาดแล้ว ปัจจัยจากเศรษฐกิจมหภาคโลกก็มีบทบาทในช่วงเวลานี้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการแข็งค่าของเงินเยนซึ่งกระตุ้นให้ ‘นักลงทุนสกุลเงิน’ ปิดสถานะในกลยุทธ์แครี่เทรด ส่งผลให้ทุนเคลื่อนย้ายอย่างระมัดระวังและส่งผลกระเทือนสภาพคล่องของตลาดคริปโตในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนรายย่อย
อย่างไรก็ตาม CryptoQuant ยังชี้ให้เห็นถึงสัญญาณบวกอย่าง ‘การเติบโตของ ETF บิตคอยน์’, การเข้าลงทุนจากสถาบันการเงิน และ การยอมรับคริปโตในระดับมหภาคมากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยใหม่ที่สร้างจุดกลับตัวของตลาดในอนาคต แม้จะมีแรงเสียดทานระยะสั้นก็ตาม
*ความคิดเห็น*: ขณะที่นักลงทุนจับตาแนวรับ 62,000 ดอลลาร์ซึ่งเป็น ‘ฐานใหม่ของยุคหลัง ETF’ ทิศทางของบิตคอยน์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าอาจเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดว่าตลาดจะเข้าสู่ ‘ขาลงถาวร’ หรือสามารถปรับฐานเพื่อกลับขึ้นมาได้อีกครั้ง
ตอนนี้ ตลาดกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนที่สามารถชี้ชะตาของราคาบิตคอยน์ในช่วงครึ่งปีหลังได้อย่างมีนัยสำคัญ
ความคิดเห็น 0