อาเธอร์ เฮย์สชี้: วิกฤตพันธบัตรญี่ปุ่นอาจกระตุ้นเฟดอัดฉีดเงิน หนุนราคาบิตคอยน์ฝ่าวงราบ
อาเธอร์ เฮย์ส(Arthur Hayes) ผู้ร่วมก่อตั้งบิทเม็กซ์(BitMEX) เผยว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากค่าเงินเยนที่อ่อนตัว และอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นที่เพิ่มสูง อาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ต้องหันกลับมาใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินอีกครั้ง ซึ่งอาจกลายเป็น ‘ตัวเร่ง’ ให้ตลาดบิตคอยน์(BTC) หลุดพ้นจากภาวะนิ่งเงียบที่ลากยาวมานาน
เมื่อวันที่ 24 อาเธอร์ เฮย์สให้ความเห็นว่า เฟดอาจตัดสินใจ ‘เข้าแทรกแซงทางอ้อม’ ในตลาดญี่ปุ่น โดยใช้มาตรการกระตุ้นทางการเงินเพื่อพยุงค่าเงินเยนและตลาดพันธบัตรญี่ปุ่น(JGB) ซึ่งอยู่ในภาวะอ่อนไหวสูง โดยเขาชี้ว่า หากนักลงทุนญี่ปุ่นหันมาขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และทยอยเปลี่ยนไปลงทุนในพันธบัตรญี่ปุ่นที่ให้ผลตอบแทนมากขึ้น อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อระบบการเงินสหรัฐโดยตรง
“สุดท้ายแล้วเฟดหรือธนาคารกลางญี่ปุ่นคงไม่มีทางเลือก นอกจากเพิ่มปริมาณเงินเข้าสู่ระบบ” เฮย์สกล่าว พร้อมเสริมว่า “บิตคอยน์กำลังรอการหลุดพ้นจากภาวะไร้แรงส่งในตอนนี้ และนั่นต้องการ ‘สภาพคล่องมหาศาล’ ที่พร้อมหลั่งไหลเข้ามาในตลาด”
เฮย์สยังเสนอภาพจำลองการแทรกแซงของเฟดผ่านธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ เช่น เจพีมอร์แกน โดยระบุว่าเฟดอาจอนุญาตให้ธนาคารเหล่านี้สร้างทุนสำรองในรูปดอลลาร์ แล้วนำไปซื้อเยนเพื่อเข้าสู่ตลาดพันธบัตรญี่ปุ่น การดำเนินการนี้จะทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นลดลง และทำให้รายการสินทรัพย์เงินตราต่างประเทศในงบดุลของเฟดขยายตัว
อย่างไรก็ตาม เขาตั้งข้อสังเกตเชิงวิพากษ์ว่า “สิ่งที่เฟดทำก็เพียงแค่ชะลออายุของ ‘ระบบเงินเฟียตที่เต็มไปด้วยปัญหา’ ไม่ได้แก้ประชัยเชิงโครงสร้างใดๆ” เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เขาจับตางบดุลประจำสัปดาห์ของเฟดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะรายงาน H.4.1 เพื่อหาเบาะแสของการขยายตัวด้านสภาพคล่อง พร้อมเสริมว่า “ตราบใดที่เฟดยังไม่เริ่มอัดฉีดเงินอย่างจริงจัง ผมจะยังไม่เพิ่มสถานะลงทุนในคริปโต”
ในอีกด้านหนึ่ง แม้ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ(DXY) จะร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2022 โดยลดลงถึง 10% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ประธานาธิบดีทรัมป์กลับแสดงความเชื่อมั่นในค่าเงินสหรัฐ โดยกล่าวระหว่างการปราศรัยที่ไอโอวาว่า “ดอลลาร์ยังคงแข็งแกร่ง” พร้อมอ้างว่า “จีนและญี่ปุ่นมักพยายามกดค่าเงินของตัวเอง แต่ในช่วงที่ผมเป็นผู้นำ เราต่อสู้กับพวกเขาอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องมูลค่าของดอลลาร์”
การเชื่อมโยงระหว่างวิกฤตหนี้ของญี่ปุ่นกับนโยบายการเงินของเฟด ทำให้การวิเคราะห์ของเฮย์สน่าสนใจมากกว่าการคาดการณ์เศรษฐกิจทั่วไป เพราะหากเฟดกลับมาใช้มาตรการเพิ่มสภาพคล่องอีกครั้ง นั่นอาจกลายเป็น ‘จุดชนวน’ ให้บิตคอยน์เข้าสู่รอบขาขึ้นในอนาคต
นักลงทุนจึงควรจับตาสัญญาณขยายตัวของงบดุลเฟด ควบคู่กับความเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนและตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เพราะสิ่งเหล่านี้อาจเป็นแรงขับเคลื่อนที่มีผลโดยตรงต่อทิศทางของบิตคอยน์และตลาดคริปโตในภาพรวม ความเห็นของเฮย์สจึงกลายเป็นหนึ่งในข้อมูลอ้างอิงที่อาจใช้ในการประเมินแนวโน้มช่วงถัดไปของตลาดได้อย่างมีน้ำหนัก
ความคิดเห็น 0