เชนฟาสต์ฟู้ดสัญชาติอเมริกัน ‘สเต็กแอนด์เชค(Steak 'n Shake)’ ได้ประกาศเพิ่มจำนวนเงินใน *เงินสำรองเชิงกลยุทธ์ด้วยบิตคอยน์* (Strategic Bitcoin Reserve) อีก 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 71.4 ล้านบาท) โดยรายได้ทั้งหมดที่ได้จากการชำระเงินด้วย *บิตคอยน์(BTC)* จะถูกนำเข้าสู่เงินสำรองดังกล่าวโดยตรงอย่างต่อเนื่อง
การเคลื่อนไหวล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 มกราคม บริษัทเพิ่งประกาศซื้อบิตคอยน์เพิ่มอีก 10 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 142 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดรวมการถือครองบิตคอยน์ของบริษัทอยู่ที่ 15 ล้านดอลลาร์ หรือราว 214 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 167.7 BTC แม้จะยังไม่มีความชัดเจนว่าจำนวนนี้มาจากส่วนใดระหว่างราคาที่เพิ่มขึ้น รายได้จากลูกค้า หรือการซื้อเพิ่มโดยตรง
สเต็กแอนด์เชคยังเน้นว่า การลงทุนผ่านบิตคอยน์กำลังกลายเป็นกลไกเชิงธุรกิจใหม่ โดยระบุว่า “คุณภาพของอาหารที่ดีขึ้นในแต่ละสาขาก่อให้เกิดยอดขายที่เพิ่มขึ้น และการเติบโตนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับการสะสมบิตคอยน์ในฐานะเงินสำรองเชิงกลยุทธ์” พร้อมย้ำแนวคิดเรื่อง *นวัตกรรมการเงินดิจิทัล* ที่กำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจของบริษัท
ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2026 สเต็กแอนด์เชคเริ่มเปิดให้บริการรับชำระเงินด้วย ‘บิตคอยน์’ ที่ทุกสาขา ซึ่งบริษัทระบุว่าทำให้ยอดขายรวมจากสาขาเดิมของบริษัทและแฟรนไชส์ในปีนี้เติบโตถึง 18% โดยให้เหตุผลว่า “แรงสนับสนุนจากลูกค้าประจำและผู้สนับสนุนบิตคอยน์มีส่วนทำให้บริษัทได้เปรียบเหนือคู่แข่ง”
*ราเจต โซนี(Rajat Soni)* นักบัญชีและนักลงทุนผู้สนับสนุนบิตคอยน์ ให้ความเห็นว่า “หากบริษัทต่าง ๆ เลือกใช้บิตคอยน์เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน เช่นเดียวกับสเต็กแอนด์เชค จะสามารถเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ”
ปัจจุบัน หลายบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เริ่มหันมาใช้บิตคอยน์เป็น *สินทรัพย์สำรองทางการเงิน* โดยบิตคอยน์ที่ถือครองรวมกันอยู่ในมือบริษัทเหล่านี้มีจำนวนกว่า 1.13 ล้านเหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 101.3 พันล้านดอลลาร์ หรือกว่า 144.7 ล้านล้านบาท
ในด้านของ *สวัสดิการพนักงาน* สเต็กแอนด์เชคยังเริ่มทดสอบการจ่ายโบนัสเป็นบิตคอยน์ โดยตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมนี้ พนักงานรายชั่วโมงในสาขาที่บริษัทบริหารเอง จะได้รับโบนัสเป็นบิตคอยน์มูลค่า 0.21 ดอลลาร์ (ประมาณ 300 บาท) ต่อชั่วโมงการทำงาน พร้อมระบบให้สิทธิหลังผ่านกำหนดระยะเวลา 2 ปี
บริษัทระบุว่ามาตรการนี้มีเป้าหมายให้พนักงานได้รู้จักและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ *กลยุทธ์ระยะยาวเกี่ยวกับบิตคอยน์* ขององค์กร
แม้ในช่วงที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์จะย่ำอยู่กับที่ โดยล่าสุดอยู่ที่ 89,354 ดอลลาร์ (ราว 1.2777 ล้านบาท) และยังไม่แตะระดับ 100,000 ดอลลาร์ (ราว 1.4289 ล้านบาท) ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่การถือบิตคอยน์ในฐานะ *สินทรัพย์ระยะยาว* กลับได้รับความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องจากทั้งภาคธุรกิจและนักลงทุนรายใหญ่
*อาเธอร์ เฮย์ส(Arthur Hayes)* และ *ทอม ลี(Tom Lee)* ซึ่งต่างเคยคาดการณ์ว่าราคาบิตคอยน์จะทะลุระดับ 250,000 ดอลลาร์ (ราว 3.5722 ล้านบาท) แม้ตัวเลขจะยังห่างไกลจากความเป็นจริง แต่แนวโน้มที่บริษัทต่าง ๆ จะนำบิตคอยน์มาเชื่อมโยงกับผลประกอบการจริง กำลังกลายเป็นทิศทางสำคัญของการนำ *สินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่เศรษฐกิจจริง*
อุตสาหกรรมต่างจับตามองว่า กลยุทธ์ของสเต็กแอนด์เชคในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จเพียงใด และจะเป็นต้นแบบให้กับภาคธุรกิจอื่นหรือไม่ในอนาคต
ความคิดเห็น 0