เฮลโล่อีเธอเรียม(ETH)! บล็อกเชนอันดับสองของโลกกำลังยกระดับบทบาทตัวเองสู่การเป็น ‘เวทีกลาง’ สำหรับการเชื่อมต่อระหว่างเอเจนต์ AI โดยไม่ต้องพึ่งพาการควบคุมแบบรวมศูนย์ ด้วยมาตรฐานใหม่ ‘ERC-8004’ ที่เตรียมถูกนำขึ้นเมนเน็ตเร็ว ๆ นี้ ชุมชนเชื่อว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของโครงสร้างความ ‘ไว้วางใจ’ และ ‘ตัวตน’ ที่ใช้ได้ระหว่าง AI บนระบบอัตโนมัติ
ERC-8004 เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา และได้รับความสนใจทันทีจากกลุ่มนักพัฒนา โดยดาวิเด เครพิส(Davide Crapis) หัวหน้าฝ่าย AI ของมูลนิธิอีเธอเรียม ยืนยันผ่านวิดีโอล่าสุดว่า “อีเธอเรียมเป็นแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งในการจัดการกับการโต้ตอบและชำระธุรกรรมระหว่าง AI ต่อ AI” พร้อมเผยว่ามีนักพัฒนากว่า 1,000–2,000 คนกำลังเข้าร่วมโครงการแล้ว
*‘ความไว้วางใจ’ คือประเด็นใหญ่ที่ ERC-8004 ตั้งเป้าแก้ไข:* ในปัจจุบัน เอเจนต์ AI เช่นที่พัฒนาโดยกูเกิล หรือโอเพ่นAI มักถูกจำกัดอยู่ในระบบของตัวเอง ทำให้การสื่อสารข้ามระบบยังคงเป็นไปได้ยาก แม้ว่าบางระบบอย่าง A2A ของกูเกิล หรือ MCP ของ Anthropic จะสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้บ้างก็ตาม แต่ยังขาด ‘ความน่าเชื่อถือร่วม’ ระหว่างเอเจนต์เหล่านี้
ERC-8004 ทำให้แต่ละเอเจนต์ AI มี ‘ตัวตนดิจิทัล’ ที่ชัดเจนผ่าน NFT ไม่สามารถปลอมแปลงหรือเปลี่ยนแปลงย้อนหลังได้ ข้อมูลการใช้งานยังถูกรวบรวมไว้บนเชนเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือ และในงานที่มีความเสี่ยงสูง ระบบประเมินเสริมจะทำงานอัตโนมัติ ทั้งผ่านผู้ตรวจสอบที่วางเงินประกัน หรือเทคนิคการพิสูจน์แบบ Zero-Knowledge
อีเธอเรียมยังเตรียมปล่อย Registry ไฟล์ที่แสดงคุณสมบัติของเอเจนต์แต่ละตัว รวมถึงข้อมูลโปรโตคอลและจุดเชื่อมต่อ พร้อมจัดเก็บข้อมูลจากผู้ใช้งานไว้ในระบบ IPFS หรือเรียกว่า ‘ทะเบียนความน่าเชื่อถือ’ เพื่อให้ผู้ใช้ค้นหาเอเจนต์ต่าง ๆ ได้อย่างโปร่งใสผ่าน Explorer ที่พัฒนาโดยทีมบุคคลที่ 3
ไม่ใช่แค่ชุมชน แต่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเมตามาสก์, คอยน์เบส และบุคลากรเก่าจากกูเกิลต่างร่วมพัฒนามาตรฐาน ERC-8004 ครั้งนี้ ตัวอย่างเช่น มาร์โก เดอ รอซซีแห่งเมตามาสก์ และอีริค เลอเฟลอแห่งคอยน์เบส โดยในปัจจุบันมีโครงการกว่า 70 โครงการที่กำลังทดลองสร้าง Browser สำหรับเอเจนต์บล็อกเชนโดยเฉพาะ
ทั้งนี้ โครงการเลเยอร์ 2 อย่างไทโก(Taiko) และเครือข่ายย่อยของอีเธอเรียมหลายแห่งก็ประกาศสนับสนุนมาตรฐานดังกล่าว ทำให้บางฝ่ายเชื่อว่า ‘เศรษฐกิจเอเจนต์อัตโนมัติ’ หรือ Agentic Economy อาจก้าวสู่มูลค่ามากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ได้ในอนาคต
นักพัฒนาในชุมชนอย่าง ‘binji’ ได้แสดง *ความคิดเห็น* ไว้อย่างน่าสนใจว่า “มนุษย์สร้างความเจริญมาจากความไว้ใจโดยปริยาย แต่นั่นไม่ใช่กรณีของระบบ AI พวกเขาจำเป็นต้องมีบัญชีจริงร่วมกัน — และบล็อกเชนคือคำตอบ”
เทคโนโลยีเสริมที่เข้ามาหนุน ERC-8004 ยังรวมไปถึงโปรโตคอล ‘x402’ ของคอยน์เบส ซึ่งเปิดตัวในปีที่แล้วและมีปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้นกว่า 10,000% โดย x402 จะรับหน้าที่ประมวลผล ‘ระบบชำระเงินอัตโนมัติระหว่างเอเจนต์’ ขณะที่ ERC-8004 ทำหน้าที่จัดการตัวตนและความน่าเชื่อถือ
เพื่อสนับสนุน x402 อย่างเต็มที่ คอยน์เบสร่วมมือกับคลาวด์แฟลร์ก่อตั้งมูลนิธิ x402 Foundation เพื่อพัฒนา ‘มาตรฐานการชำระเงินสำหรับเครื่องจักร’ พร้อมเปิดตัว ‘NET Dollar’ ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์เฉพาะสำหรับ AI ถือเป็นก้าวสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานการเงินในระบบอัตโนมัติ
นักวิเคราะห์จาก IOSG Investment กล่าวว่า “โครงสร้างพื้นฐานของ AI ต้องไม่ตกอยู่ในการควบคุมของบริษัทเพียงไม่กี่แห่ง มันควรขึ้นอยู่กับเลเยอร์ที่เป็นกลาง เช่น บล็อกเชน” พร้อมเสริมว่า “ERC-8004 มีศักยภาพเทียบเท่า TCP/IP ในโลกของอินเทอร์เน็ตเลยทีเดียว”
*ความคิดเห็น:* หากอีเธอเรียมสามารถรักษาฐานนักพัฒนาและขยายการสนับสนุนจากองค์กรชั้นนำได้เท่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ก็มีโอกาสมากที่จะถูกยกให้เป็น ‘ศูนย์กลางความไว้วางใจ’ ของ AI แบบกระจายศูนย์ในอนาคต ไม่ใช่แค่ในโลกคริปโต แต่ในระดับโลกเลยก็ว่าได้
ความคิดเห็น 0