บิตคอยน์(BTC) กำลังพยายามทำลายแนวต้าน 9 หมื่นดอลลาร์ ท่ามกลางการรอคอยคำแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เจอโรม พาวเวลล์ ที่จะมีขึ้นหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) โดยตลาดมองว่าการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.5~3.75% นั้นเป็นไปอย่างแน่นอน และความเป็นไปได้ที่จะลดดอกเบี้ย 0.25% มีเพียง 2.8% เท่านั้น
ตามข้อมูลจากแพลตฟอร์มพยากรณ์ตลาดในสหรัฐฯ ‘โพลิแมร์เก็ต’ ตลาดได้ตอบสนองต่อความคาดหวังดังกล่าวไว้ล่วงหน้าแล้ว อย่างไรก็ตาม ความสนใจหลักของนักลงทุนตอนนี้อยู่ที่คำพูดของพาวเวลล์ นักวิเคราะห์ด้านคริปโตอย่าง ซาโตชิ สแตคเกอร์ มองว่า "เพียงแค่พาวเวลล์กล่าวถึงความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม บิตคอยน์ก็อาจพุ่งขึ้นแบบฉับพลัน" ขณะที่นักลงทุนรายอื่นอย่าง คีราน กาดัก แสดงความคิดเห็นว่า "หากพาวเวลล์ส่งสัญญาณผ่อนคลาย บิตคอยน์ก็อาจจะทะยานขึ้นสู่ระดับดวงจันทร์อีกครั้ง"
ถึงแม้จะมีแรงซื้อหนุน แต่แนวรับสำคัญอยู่ที่ระดับ 8 หมื่น~8.4 หมื่นดอลลาร์ โดยหากบิตคอยน์หลุดจากช่วงนี้ อาจเกิดการปรับฐานแรง ฟรังก์เฟร็คทัล ผู้ก่อตั้งบริษัทวิเคราะห์คริปโตกล่าวว่า หากหลุดระดับ 8.1 หมื่นดอลลาร์ ก็อาจเห็นการเทขายคล้ายปี 2022 อีกครั้ง
การวิเคราะห์ทางเทคนิคจาก ‘ดาน คริปโต เทรด’ ระบุว่า ช่วงแนวรับนี้สอดคล้องกับจุดฟิโบนักชีระดับ 0.382 วัดจากจุดต่ำในปี 2022 ที่ 15,500 ดอลลาร์ถึงจุดสูงสุดล่าสุด นักวิเคราะห์รายนี้ชี้ว่า ราคาในระดับนี้ควรถูกยืนไว้เพื่อรักษาโครงสร้างตลาด และหากเกิดการดีดตัวขึ้น ก็จะถือว่าเป็นแนวรับที่แข็งแกร่ง
ในกรณีที่บิตคอยน์สามารถรักษาแนวรับและดีดตัวกลับได้ ระดับต่อไปที่นักลงทุนควรจับตาคือ 9 หมื่น~9.4 หมื่นดอลลาร์ ซึ่งเป็นโซนที่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่หลายเส้นมารวมตัวกัน ก่อนที่จะมองไปยังแนวต้านทางจิตวิทยาในระยะสั้นที่ 9.8 หมื่นดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นด่านทดสอบถัดไป
นอกเหนือจากคำแถลงของพาวเวลล์แล้ว ราคาบิตคอยน์ได้รับแรงสนับสนุนจากแนวโน้ม ‘ดอลลาร์อ่อน’ โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐ(DXY) ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีที่ 95.55 ในวันอังคาร ซึ่งจากประวัติที่ผ่านมา การอ่อนค่าของดอลลาร์มักจะเอื้อต่อการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์
แม้อย่างนั้น ตลาดก็ยังเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจญี่ปุ่น ความกังวลเรื่องการหยุดทำงานของรัฐบาลสหรัฐ และนโยบายรับซื้อเงินเยนของธนาคารกลางสหรัฐ ปัจจัยทั้งหมดนี้อาจส่งผลต่อทิศทางราคาบิตคอยน์ในระยะสั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘น้ำเสียง’ ที่พาวเวลล์จะเลือกใช้ ซึ่งอาจเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดแนวโน้มครั้งต่อไปของตลาดคริปโต
ความคิดเห็น 0