แพลตฟอร์มสินทรัพย์โทเคน ‘ทีโอ(Theos)’ ได้เปิดตัว “ทองคำแบบสร้างรายได้” โดยออกโทเคน thGOLD ที่เชื่อมโยงกับราคาทองคำ พร้อมเพิ่มศักยภาพในโลกดีไฟ (DeFi) ด้วยโครงสร้างที่สามารถสร้าง *ผลตอบแทน* ได้จริง แตกต่างจากการถือครองทองคำเชิงรับแบบดั้งเดิมที่เพียงแค่ติดตามราคาตลาด
thGOLD ถูกออกแบบให้ผสมผสานระหว่างมูลค่าทองคำจริงกับการใช้งานในระบบดีไฟ โดยรองรับการใช้งานผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น ยูนิสวอป(Uniswap), ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid) และเพนเดิล(Pendle) พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ถือครองสามารถให้ *สภาพคล่อง*, นำไปใช้เป็น *หลักประกัน* หรือลงทุนในกลยุทธ์ที่มีผลตอบแทนหลากหลายรูปแบบได้
การเปิดตัวโทเคนใหม่นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ราคาทองคำพุ่งแตะระดับประวัติการณ์ โดยล่าสุดราคาทองคำต่อออนซ์ทะลุ 5,100 ดอลลาร์ หรือราว 727,000 บาท สะท้อนความต้องการในฐานะ *สินทรัพย์ปลอดภัย* ที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้มูลค่าตลาดทองคำที่ถูกโทเคนก็ทะลุระดับ 4 พันล้านดอลลาร์เข้าไปแล้ว ตามข้อมูลจากดาฟีลามา(DeFiLlama) ที่ระบุว่า เทเธอร์โกลด์(XAUT) และแพกซอสโกลด์(PAXG) เป็นผู้นำตลาดอยู่ในขณะนี้
แตกต่างจากโทเคนทองทั่วไปที่เพียงแค่ติดตามราคาทองธรรมดา thGOLD เปิดโอกาสให้ *สร้างรายได้จริง* ผ่านการลงทุนโดยใช้ทองคำเป็นฐาน โดยยึดตามโครงสร้างของกองทุน MG999 ซึ่งเป็นกองทุนทองคำแบบออนเชนที่ลงทุนใน *ตลาดสินเชื่อภาคเอกชน* เบื้องต้นจะเริ่มจากการปล่อยกู้ให้กับร้านค้าปลีกทองในสิงคโปร์ ‘มุสตาฟาโกลด์’ เพื่อสร้างดอกเบี้ยเข้ากองทุน ดำเนินการทั้งหมดผ่านโครงสร้างพื้นฐานไฮเทคจากบริษัท ลิเบรา(Libeara) ซึ่งได้รับการบ่มเพาะโดย Standard Chartered Ventures
อารี พิงเกิล(Ari Pingle) ผู้ร่วมก่อตั้งทีโอ กล่าวว่าที่ผ่านมาทองคำแบบโทเคนไม่ต่างอะไรกับ “เปลือกที่ไม่มีเนื้อหา” แต่ thGOLD ถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์แบบ *ทำงานได้จริง* ที่มีการใช้งานในโลกดีไฟและสามารถสร้างดอกเบี้ยให้ผู้ถือครองได้
ในระยะต่อไป ทีโอมีแผน *ขยายรูปแบบการลงทุน* ด้วยการใช้ทองเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อจากธนาคาร หรือเปิดโอกาสทางรายได้ใหม่ๆ เพิ่มเติม แต่อย่างไรก็ตามในระยะเริ่มแรกยังมีการจำกัดจำนวนโทเคนที่ออก เพื่อควบคุมด้านขนาดกองทุนและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ตลาดการโทเคนทรัพย์สินจริง (RWA) เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจาก RWAxyz ระบุว่ามูลค่าสินทรัพย์จริงที่ถูกโทเคนในระบบดีไฟมีมูลค่ารวมกว่า 23,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 32.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 12% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มโทเคนสินค้าโภคภัณฑ์มีมูลค่ากว่า 5,140 ล้านดอลลาร์ และ *ทองคำ* ยังเป็นศูนย์กลางของการเติบโตในตลาดนี้
ก่อนหน้านี้ ทีโอเคยประสบความสำเร็จในการส่งสินค้า ‘thBILL’ ซึ่งเป็นโทเคนที่มีผลตอบแทนอ้างอิงจากตั๋วเงินคลังของสหรัฐฯ เข้าตลาด โดยสามารถแตะยอดเงินฝากรวม (TVL) ได้ถึง 2 ร้อยล้านดอลลาร์ภายใน 4 เดือน thGOLD ถือเป็น *ผลิตภัณฑ์ต่อยอด* ที่เน้นผลตอบแทนแบบคงที่ ผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ทองคำที่จับต้องได้
“ความคิดเห็น” ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การโทเคนสินทรัพย์จริงอย่างทองคำ จะปรับเปลี่ยนมุมมองของนักลงทุนต่อการถือครองสินทรัพย์แบบเดิมๆ และการมีโครงสร้างสร้างรายได้เหมือนกับ thGOLD จะช่วยให้ผู้เล่นในตลาดมีทางเลือกเพิ่มเติม นอกเหนือจากบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ที่มักถูกมองว่าเป็นทางเลือกหลักของโลกคริปโตในปัจจุบัน
ความคิดเห็น 0