ตลาดโซเชียล NFT อย่าง ‘โรดีโอ(Rodeo)’ เตรียมยุติการให้บริการอย่างถาวรในเดือนหน้า หลังเผชิญกับปัญหาผลตอบแทนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 27 (เวลาท้องถิ่น) ทีมงานโรดีโอออกประกาศผ่านช่องทางโซเชียลอย่างเป็นทางการ พร้อมแนะนำให้ผู้ใช้และนักสร้างสรรค์เตรียมย้ายข้อมูลก่อนวันปิดบริการ
แพลตฟอร์มโรดีโอ ซึ่งเคยชูแนวคิด ‘ตลาด NFT เพื่อครีเอเตอร์’ จะเริ่มเข้าสู่โหมด ‘อ่านอย่างเดียว’ ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ ส่งผลให้ไม่สามารถอัปโหลดผลงานหรือทำธุรกรรมใหม่ได้อีก จากนั้นในวันที่ 10 มีนาคม แพลตฟอร์มจะยุติการให้บริการโดยสิ้นเชิง ผู้ใช้งานมีเวลาราวสองสัปดาห์ในการสำรองข้อมูลและย้าย NFT ไปยังกระเป๋าอื่นหรือแพลตฟอร์มใหม่ ซึ่งโรดีโอยืนยันว่าจะมีการให้เครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวกเพื่อลดความยุ่งยาก
หนึ่งในแนวทางที่โรดีโอแนะนำคือการถ่ายโอนข้อมูลไปยังระบบจัดเก็บแบบกระจายศูนย์อย่าง ‘อาร์วีฟ(Arweave)’ ซึ่งจะรองรับทั้งเมตาดาต้าและเนื้อหาของ NFT รวมถึงมี ‘เครื่องมือช่วยโอนย้าย’ ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายโอนสินทรัพย์จากสมาร์ตคอนแทรกต์ได้ง่ายขึ้น
โรดีโอระบุว่าเป้าหมายของการปิดระบบแบบเป็นขั้นตอนนี้ก็เพื่อ ‘ลดการสูญหายของข้อมูลออนเชน’ และช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถเก็บรักษาผลงานของตนเองได้อย่างปลอดภัย พร้อมเน้นว่า ‘การโอนย้ายไปยังแพลตฟอร์มภายนอกอย่างอาร์วีฟมีความซับซ้อนในระดับหนึ่ง’ ดังนั้นผู้ใช้ควรสำรวจขั้นตอนอย่างละเอียดและดำเนินการด้วยความระมัดระวัง
เคย์วอน เตห์รานีอัน(Kayvon Tehranian) ซีอีโอของโรดีโอแสดงความเห็นว่า แพลตฟอร์มของเขาเป็น ‘พื้นที่ทดลอง’ ที่พยายามให้รางวัลกับกิจกรรมของครีเอเตอร์และสร้างชุมชนไม่ใช่เพียงแค่ตลาดซื้อขาย เขาชี้ว่าถึงแม้จะได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากกลุ่มผู้ใช้เฉพาะทาง แต่โรดีโอก็ไม่สามารถขยายขนาดได้มากพอที่จะดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
ในการประกาศครั้งนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงบางส่วนในฝั่งผู้บริหาร แม้จะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดอย่างชัดเจน แต่สะท้อนให้เห็นถึงการวางโครงสร้างใหม่หลังการยุติบริการ
การปิดตัวของโรดีโอ เกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากแพลตฟอร์มอย่าง Nifty Gateway เผยแผนยุติบริการเมื่อต้นเดือนเช่นกัน แสดงให้เห็นถึงภาพรวมของตลาด NFT ที่ยังประสบปัญหาด้าน ‘จำนวนผู้ใช้งาน’ และ ‘การหมุนเวียนธุรกรรม’ ที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความคิดเห็นจากนักวิเคราะห์มองว่า ‘ยังไม่มีโมเดลรายได้ที่ยั่งยืนสำหรับแพลตฟอร์มขนาดกลางและเล็ก’ ทำให้ตลาด NFT ยุคใหม่กระจุกตัวอยู่ในมือของแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ไม่กี่ราย
ทางโรดีโอได้เน้นย้ำให้ครีเอเตอร์ดำเนินการ ‘สำรองข้อมูลสำคัญ’ อาทิ เมตาดาต้า, ไฟล์มีเดีย, สมาร์ตคอนแทรกต์ และ Token ID เพื่อไม่ให้สูญเสียทรัพย์สินดิจิทัล พร้อมอธิบายว่าไฟล์ที่ย้ายไปยังอาร์วีฟจะยังคงอ้างอิงพอยน์เตอร์ของ NFT เดิมบนเชนได้ ทำให้สามารถรักษาความเป็นเจ้าของบทบาททางเทคนิคและเนื้อหาต้นฉบับไว้ได้
ผู้ใช้งานที่ถือครองหรือทำธุรกรรม NFT บนโรดีโอจึงถูกแนะนำให้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้งานผ่านโซเชียลฟีเจอร์ ซึ่งอาจต้องผ่านขั้นตอนด้านการเชื่อมต่อกระเป๋าเงินและการยืนยันสิทธิ์เพิ่มเติม ความระมัดระวังจึงเป็นเรื่อง ‘จำเป็น’ สำหรับการถ่ายโอนที่ ‘ปลอดภัย’ และ ‘สมบูรณ์’
ความคิดเห็น 0