อีเธอเรียม(ETH) กำลังกลับมาเป็นจุดสนใจของตลาดอีกครั้ง หลัง ‘กิจกรรมบนเครือข่าย’ พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยเฉพาะตัวชี้วัดสำคัญอย่าง ‘จำนวนที่อยู่แอคทีฟ’ ที่สะท้อนการใช้งานจริงของเครือข่าย แต่มุมหนึ่งกระแสเงินในกองทุน ETF อีเธอเรียมกลับไหลออกต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมตลาดตอนนี้เริ่มมีความซับซ้อนและน่าจับตาเป็นพิเศษ
เมื่อเร็ว ๆ นี้ มาร์ตุน(Maartunn) นักวิเคราะห์จากคริปโตควอนต์(CryptoQuant) เปิดเผยว่า ‘จำนวนที่อยู่แอคทีฟ(Active Addresses)’ ของอีเธอเรียม(ETH) แบบ ‘ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 30 วัน’ แตะระดับ ‘สูงสุดตลอดกาล’ แล้ว โดยตัวเลขนี้นับจำนวนที่อยู่กระเป๋าที่มีส่วนร่วมทำธุรกรรมภายในหนึ่งวัน จึงมักถูกใช้เป็นตัววัด ‘ขนาดผู้ใช้งาน’ และ ‘ระดับความสนใจ’ ต่อเครือข่าย
โดยทั่วไป หาก ‘จำนวนที่อยู่แอคทีฟ’ ปรับตัวสูงขึ้น มักถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่า ‘มีผู้ใช้ใหม่หรือกิจกรรมมากขึ้น’ บนเครือข่าย ตรงกันข้าม หากตัวเลขลดลงก็มักสะท้อนว่าความสนใจและการเคลื่อนไหวของนักลงทุนเริ่มชะลอตัว ตัวเลขนี้เคยพุ่งแรงในช่วงตลาดกระทิงครึ่งหลังปี 2025 และทยอยลดลงตามทิศทางราคาในช่วงตลาดหมีหลังจากนั้นอย่างสอดคล้องกัน
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เข้าสู่ปี 2026 เป็นต้นมา รูปแบบเดิมเริ่มเปลี่ยนไป ขณะที่บิตคอยน์(BTC) เผชิญแรงขายต่อเนื่องและราคาปรับตัวลงเพิ่มเติมในเดือนกุมภาพันธ์ ‘จำนวนที่อยู่แอคทีฟ’ ของอีเธอเรียมกลับพุ่งขึ้นแรงจนทำสถิติสูงสุดใหม่ กลายเป็นภาพ ‘การใช้งานเพิ่มขึ้นแม้ราคาจะไม่ได้ฟื้นตัวแรง’ ซึ่งถือว่าแตกต่างจากวัฏจักรในอดีตที่กิจกรรมบนเครือข่ายมักสอดคล้องกับทิศทางราคา
ในอดีต จุดสูงสุดของ ‘ที่อยู่แอคทีฟ’ มักจะเกิดขึ้นใกล้ ๆ กับช่วงปลายของ ‘รอบตลาดกระทิงขนาดใหญ่’ และจะลดลงอย่างชัดเจนในช่วงตลาดขาลง ดังนั้นข้อมูลรอบนี้จึงถูกมองว่าเป็นการ ‘ท้าทายรูปแบบเดิม’ และอาจสะท้อนโครงสร้างผู้ใช้ของอีเธอเรียมที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยการเก็งกำไรเป็นหลัก มาสู่การใช้งานจริงที่หลากหลายมากขึ้น ‘ความคิดเห็น’ บางส่วนมองว่านี่อาจเป็นสัญญาณแรก ๆ ของการขยายฐานผู้ใช้ระยะยาว
ในอีกด้านหนึ่ง ภาพจากตลาดกองทุน ETF อีเธอเรียมในสหรัฐฯ กลับไม่ค่อยสดใสเท่าไร ตามข้อมูลจากโซโซแวลยู(SoSoValue) ระบุว่า ภายในวันเดียวมีเงินทุนไหลออกจากกองทุนอีเธอเรียมสปอต ETF รวมราว 136.4 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,060 พันล้านวอน) ขณะที่วันก่อนหน้านั้นก็มีเม็ดเงินไหลออกมากกว่า 55 ล้านดอลลาร์ต่อวันติดต่อกัน
แม้กระแสเงินไหลออกล่าสุดยังไม่ถึงขั้นลบล้าง ‘แนวโน้มเงินไหลเข้า’ ตลอดช่วง 6 วันที่ผ่านมาก่อนหน้า แต่ก็เพียงพอให้เห็นว่า ‘บรรยากาศการลงทุนระยะสั้นเริ่มสั่นคลอน’ โดยเฉพาะในกลุ่มนักลงทุนสถาบันและผู้เล่นรายใหญ่ที่ใช้ ETF เป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงอีเธอเรียม ‘ความคิดเห็น’ ของนักวิเคราะห์บางรายมองว่านี่อาจเป็นการพักฐานตามภาวะตลาดภาพใหญ่ มากกว่าจะเป็นการเทขายเฉพาะอีเธอเรียม
ฝั่งราคา ณ ตอนนี้ อีเธอเรียม(ETH) ซื้อขายกันบริเวณ 2,100 ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับระดับเมื่อสัปดาห์ก่อน สะท้อนภาวะ ‘ราคาทรงตัว’ แต่ในขณะที่ราคาย่ำอยู่ในกรอบเดิม กิจกรรมบนเครือข่ายกลับ ‘เร่งตัวเพิ่มขึ้น’ ทำให้เกิดภาวะ ‘การเคลื่อนไหวไม่สอดคล้องกันระหว่างราคาและการใช้งาน’
สถานการณ์แบบนี้เริ่มถูกตีความว่า ‘เครือข่ายอีเธอเรียมกำลังมีการใช้งานที่มีฐานจริงมากขึ้น’ ไม่ได้ขับเคลื่อนแค่จากราคาระยะสั้นเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างเช่น การใช้งานด้านดีไฟน์(DeFi) เอ็นเอฟที(NFT) เกมบล็อกเชน หรือโครงสร้างพื้นฐานการเงินบนเชนที่ยังคงขยายตัว แม้ภาวะตลาดโดยรวมจะไม่ร้อนแรงเหมือนช่วงตลาดกระทิงก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอกอย่าง ‘กระแสเงินใน ETF’ และทิศทางเงินทุนของสถาบันก็ยังมีน้ำหนักต่อการกำหนดราคาตลาดในระยะกลางถึงยาว ‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งจึงมองว่า ทิศทางของตลาดอีเธอเรียมจากนี้จะขึ้นอยู่กับว่า ‘ตัวชี้วัดบนเชนที่สะท้อนการใช้งานจริง’ จะสามารถเดินหน้าต่อเนื่องและดึงดูด ‘กระแสเงินสถาบัน’ ให้กลับมาไหลเข้าได้มากน้อยแค่ไหน หากทั้งสองฝั่งเริ่มขยับไปในทิศทางเดียวกัน อาจกลายเป็นตัวเร่งใหม่ของรอบตลาดถัดไปสำหรับอีเธอเรียมได้ในที่สุด
ความคิดเห็น 0