Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

วงเงินกู้เพิ่ม 30 ล้านล้านวอน แต่แบงก์ดิจิทัลเกาหลีใต้ขยายสินเชื่อได้จำกัด

หน่วยงานกำกับดูแลการเงินเกาหลีใต้ปรับเป้าหมายการขยายสินเชื่อครัวเรือนโดยรวมของปีนี้ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3% แต่ธนาคารดิจิทัลอย่างคาคาโอแบงก์ (Kakao Bank) เคแบงก์ (K bank) และโทสแบงก์ (Toss Bank) กลับไม่น่าจะได้รับอานิสงส์มากนัก เนื่องจากวงเงินกู้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ถูกจัดสรรไปให้สินเชื่อกลุ่ม (สินเชื่อโครงการที่อยู่อาศัย) และสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยระดับกลางเป็นลำดับแรกตามวัตถุประสงค์เชิงนโยบาย

คณะกรรมการกำกับดูแลการเงินเกาหลีใต้ (Financial Services Commission) แถลงเมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ในมาตรการการเงินฉบับรวม ว่าจะนำวงเงินกู้ที่เพิ่มขึ้นไปใช้ส่งเสริมการจัดหาที่อยู่อาศัย สร้างเสถียรภาพที่อยู่อาศัยให้คนรุ่นใหม่ และบรรเทาความเดือดร้อนของผู้กู้ที่มีความจำเป็นจริง สำนักข่าว Yonhap Infomax รายงานว่า ขณะที่หน่วยงานกำลังคำนวณวงเงินเพิ่มเติมของแต่ละสถาบันการเงิน ธนาคารดิจิทัลทั้งสามแห่งก็กำลังรอการจัดสรรวงเงินสุดท้ายเช่นกัน

ประเด็นสำคัญอยู่ที่เกณฑ์การจัดสรรวงเงินเพิ่มเติม โดยหน่วยงานกำกับดูแลจะพิจารณาทั้งการปฏิบัติตามเป้าหมายวงเงินรวมเดิมและโครงสร้างการปล่อยสินเชื่อของแต่ละสถาบัน เพื่อจัดสรรวงเงินแบบแยกตามสถาบัน พร้อมกำหนดให้วงเงินที่เพิ่มขึ้นต้องนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์เชิงนโยบาย เช่น สินเชื่อกลุ่มและสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยระดับกลางเป็นหลัก

การบริหารวงเงินสินเชื่อครัวเรือนโดยรวมเป็นวิธีที่ควบคุมอัตราการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อครัวเรือนในแต่ละสถาบันการเงินให้อยู่ภายในเป้าหมายรายปี เมื่อเป้าหมายวงเงินรวมปรับขึ้น วงเงินที่ทั้งระบบการเงินสามารถปล่อยได้ก็จะมากขึ้นตามไปด้วย แต่ ‘เพดานตามประเภทผลิตภัณฑ์’ และ ‘เกณฑ์การปล่อยสินเชื่อของแต่ละสถาบัน’ ไม่ได้ถูกผ่อนคลายในอัตราเดียวกัน

โครงสร้างนี้กลายเป็นข้อจำกัดสำหรับธนาคารดิจิทัลโดยตรง เพราะสินเชื่อกลุ่มอย่างสินเชื่อเงินดาวน์ สินเชื่อระหว่างก่อสร้าง และสินเชื่อผ่อนชำระเมื่อรับมอบบ้าน ถูกพูดถึงว่าจะบริหารแยกจากเป้าหมายรายสถาบัน โดยดึงมาจากวงเงินสำรองแทน แต่ธนาคารดิจิทัลยังไม่ได้ให้บริการผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้อย่างจริงจัง

อัตราการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อบุคคลก็เป็นแรงกดดันอีกด้าน ยอดคงค้างสินเชื่อบุคคลและวงเงินเบิกเกินบัญชีของคาคาโอแบงก์ ณ สิ้นไตรมาสสอง อยู่ที่ 19.206 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 994 พันล้านวอนจากไตรมาสก่อนหน้า ถือเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นรายไตรมาสที่เร็วที่สุดในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา

ในช่วงเวลาเดียวกัน ยอดคงค้างสินเชื่อที่อยู่อาศัยของคาคาโอแบงก์ลดลง 340 พันล้านวอน และสินเชื่อเงินมัดจำเช่าที่อยู่อาศัยแบบจอนเซ (jeonse) ก็ลดลง 420 พันล้านวอนเช่นกัน สะท้อนว่าแม้จะควบคุมยอดสินเชื่อครัวเรือนสุทธิโดยรวมได้ แต่ส่วนที่เพิ่มขึ้นชัดเจนกลับเป็นสินเชื่อบุคคล

ด้านเคแบงก์ ยอดคงค้างสินเชื่อบุคคลเพิ่มขึ้นจาก 7.1451 ล้านล้านวอน ณ สิ้นไตรมาสหนึ่ง เป็น 7.334 ล้านล้านวอน ณ สิ้นไตรมาสสอง หรือเพิ่มขึ้น 188.9 พันล้านวอน เมื่อรวมยอดคงค้างสินเชื่อบุคคลของคาคาโอแบงก์และเคแบงก์ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน จะอยู่ที่ราว 26.54 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อนหน้าประมาณ 1.25 ล้านล้านวอน

อัตราการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อบุคคลของทั้งสองธนาคารในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 4.9% สูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของธนาคารรายใหญ่ 5 แห่งของเกาหลีใต้ แม้มูลค่าการเพิ่มขึ้นที่แท้จริงของธนาคารใหญ่จะสูงกว่า แต่ ‘ความเร็ว’ ในการขยายตัวกลับเป็นฝั่งธนาคารดิจิทัลที่เร็วกว่า

สิ่งที่ธนาคารดิจิทัลพอจะหวังได้คือสินเชื่อผ่อนชำระเมื่อรับมอบบ้านบางส่วน โดยคาคาโอแบงก์เตรียมเปิดตัวบริการสินเชื่อผ่อนชำระเมื่อรับมอบบ้านแบบไม่ต้องเข้าสาขาในเดือนหน้า หากยอดสินเชื่อประเภทนี้ถูกบริหารแยกจากวงเงินสำรอง ก็จะเปิดโอกาสให้ธนาคารปล่อยเงินทุนที่เกี่ยวข้องได้โดยไม่ต้องดึงวงเงินสินเชื่อครัวเรือนของตัวเองมาใช้โดยตรง

อย่างไรก็ตาม หากช่วงเริ่มต้นให้บริการมีจำนวนโครงการและปริมาณที่จำกัด ผลต่อการขยายวงเงินสินเชื่อโดยรวมก็จะจำกัดตามไปด้วย เพราะสินเชื่อกลุ่มเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องอาศัยจังหวะที่สอดคล้องกันระหว่างผู้พัฒนาโครงการ ผู้รับเหมาก่อสร้าง สถาบันการเงิน และผู้ที่จะเข้าอยู่อาศัย จึงขยายฐานการให้บริการในระยะสั้นได้ยาก

มาตรการจูงใจสำหรับสินเชื่อกลุ่มผู้กู้เครดิตปานกลางถึงต่ำก็อาจไม่ได้ช่วยธนาคารดิจิทัลมากนัก เพราะธนาคารกลุ่มนี้บริหารสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อภาคบังคับให้กลุ่มผู้กู้เครดิตปานกลางถึงต่ำอยู่แล้ว และให้บริการผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นปกติต่อเนื่องอยู่ก่อนแล้ว

เจ้าหน้าที่แวดวงการเงินรายหนึ่งกล่าวว่า “ความต้องการสินเชื่อที่ยังเข้าไม่ถึงในตอนนี้ ส่วนใหญ่กระจุกอยู่ที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยทั่วไปและสินเชื่อบุคคลของกลุ่มเครดิตสูง แต่ต่อให้ได้รับวงเงินเพิ่มเติมมา ก็คงขยายสินเชื่อสองกลุ่มนี้ได้ตามใจชอบไม่ได้ ส่วนสินเชื่อกลุ่มเครดิตปานกลางถึงต่ำก็ให้บริการเป็นปกติอยู่แล้ว มาตรการจูงใจด้านวงเงินรวมจึงไม่ได้แปลงเป็นการขยายสินเชื่อเพิ่มขึ้นโดยตรงเสมอไป” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าวงเงินเพิ่มเติมที่ได้รับ ไม่ได้หมายความว่าจะนำไปสู่การขยายสินเชื่อบุคคลของกลุ่มเครดิตสูงโดยอัตโนมัติ

ทิศทางนี้สอดคล้องกับรายงานก่อนหน้าของ TokenPost ที่ระบุว่า วงเงินกู้เพิ่มเติมราว 30 ล้านล้านวอนจะไม่กระจายไปถึงทุกช่องทางการปล่อยสินเชื่อเท่ากัน แม้วงเงินรวมของทั้งภาคการเงินจะขยายตัว แต่เมื่อเกณฑ์การจัดสรรและโครงสร้างผลิตภัณฑ์แตกต่างกัน ระดับการรับรู้ผลดีในแต่ละกลุ่มธุรกิจจึงย่อมต่างกันไปด้วย

TokenPost ยังเคยรายงานด้วยว่า แม้เป้าหมายวงเงินรวมจะปรับขึ้น แต่เพดานสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั่วไปก็ไม่ได้ลดลงในทันที เมื่อหน่วยงานกำกับดูแลวางแนวทางให้วงเงินเพิ่มเติมเชื่อมโยงกับความต้องการที่แท้จริงเป็นลำดับแรก ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปคือการจัดสรรวงเงินขั้นสุดท้ายให้ธนาคารดิจิทัล และโครงสร้างผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่จะปล่อยจริงในทางปฏิบัติ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

240 ล้านดอลลาร์ บิตคอยน์-อีเธอเรียมไหลเข้ากระเป๋า ETF แบล็คร็อค

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1