Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ลด 48% จากจุดสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ หุ้นพาดู(Fadu) ยังต้องพิสูจน์กำไรต่อเนื่อง

ชิปตัวควบคุม SSD บนแผงทดสอบ / José Malhoa (Public domain)

ราคาหุ้นพาดู(Fadu, รหัสหลักทรัพย์ 440110) ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ถึง 48.0% แม้บริษัทจะพลิกกลับมามีกำไรในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 แต่เงาของข้อพิพาทเรื่องผลประกอบการที่เกิดขึ้นหลังเข้าตลาดหุ้นยังไม่จางหายไปทั้งหมด

ตามรายงานของ Korea Economic Daily Market ราคาปิดของหุ้นพาดูเมื่อวันที่ 4 กันยายน (เวลาท้องถิ่น) อยู่ที่ 67,300 วอน เพิ่มขึ้น 5,800 วอน หรือ 9.43% จากวันทำการก่อนหน้า แต่เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 129,400 วอน ราคาปัจจุบันยังต่ำกว่าถึง 48.0%

พาดูเข้าจดทะเบียนในตลาดคอสแดค(KOSDAQ) เมื่อเดือนสิงหาคม 2023 ผ่านระบบ 'เทคโนโลยีพิเศษ' ที่เปิดทางให้บริษัทซึ่งยังไม่ทำกำไรแต่มีศักยภาพด้านเทคโนโลยีเข้าระดมทุนได้ ราคาเสนอขายหุ้นครั้งแรก(IPO)อยู่ที่ 31,000 วอน มูลค่าตลาดรวมขณะเข้าจดทะเบียนราว 1.5 ล้านล้านวอน โดยในหนังสือชี้ชวนบริษัทประเมินรายได้รวมปี 2023 ไว้ที่ประมาณ 120,200 ล้านวอน

ทว่าภายหลังเข้าตลาดกลับพบว่ารายได้ไตรมาส 2 ปี 2023 อยู่ที่เพียง 59 ล้านวอน และไตรมาส 3 อยู่ที่ 320 ล้านวอนเท่านั้น ประเด็นที่ถูกตั้งคำถามมากที่สุดคือ ในช่วงที่กระบวนการเข้าตลาดกำลังดำเนินอยู่นั้น สัญญาณรายได้ที่จะลดฮวบเป็นสิ่งที่รับรู้กันเพียงพอแล้วหรือไม่

Korea Economic Daily รายงานว่าผู้ถือหุ้นรายย่อยได้ยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่มด้านหลักทรัพย์ต่อผู้บริหารพาดู รวมถึงบริษัทที่ปรึกษาการเสนอขายหุ้นอย่างเอ็นเอช อินเวสต์เมนต์ แอนด์ ซีเคียวริตีส์(NH Investment & Securities) และเกาหลี อินเวสต์เมนต์ แอนด์ ซีเคียวริตีส์(Korea Investment & Securities) พร้อมระบุว่าตำรวจสอบสวนพิเศษของสำนักงานกำกับดูแลทางการเงินเกาหลีใต้(FSS)ได้เข้าตรวจค้นที่เกี่ยวข้องด้วย โดยคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ระบบเทคโนโลยีพิเศษเปิดโอกาสให้บริษัทที่ยังไม่ทำกำไรแต่มีศักยภาพด้านเทคโนโลยีและการเติบโตเข้าจดทะเบียนได้ แต่ในทางกลับกัน หากตัวเลขผลประกอบการจริงห่างไกลจากประมาณการที่เคยเสนอไว้มาก ความเชื่อมั่นของนักลงทุนก็สั่นคลอนได้อย่างรวดเร็ว กรณีของพาดูจึงลุกลามกลายเป็นคำถามต่อความน่าเชื่อถือของระบบเทคโนโลยีพิเศษทั้งระบบ

สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปในปีนี้ พาดูแจ้งผลประกอบการเบื้องต้นเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมว่า ไตรมาส 2 ปี 2026 มีรายได้ 73,155 ล้านวอน และกำไรจากการดำเนินงาน 16,267 ล้านวอน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 22.9% ในส่วนรายได้ และ 111.6% ในส่วนกำไรจากการดำเนินงาน

รายได้สะสมครึ่งปีแรกอยู่ที่ 132,693 ล้านวอน และกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 23,953 ล้านวอน พลิกจากผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 24,550 ล้านวอนในช่วงเดียวกันของปี 2025 ทั้งนี้ รายได้ครึ่งปีแรกของปี 2026 ยังแซงหน้ารายได้รวมทั้งปี 2025 ที่ 92,400 ล้านวอนไปแล้วภายในเวลาเพียงครึ่งปี

ผลิตภัณฑ์หลักของพาดูคือชิปตัวควบคุม(controller)ที่ใช้ในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลโซลิดสเตต(eSSD)ระดับองค์กรสำหรับศูนย์ข้อมูล ตัวควบคุม SSD ทำหน้าที่เป็นเซมิคอนดักเตอร์ระบบที่บริหารจัดการการจัดเก็บและส่งผ่านข้อมูลระหว่างหน่วยความจำแนนด์แฟลชกับเซิร์ฟเวอร์ เมื่อความต้องการศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์(AI)ขยายตัว ความต้องการอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูงก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้ผลประกอบการของชิ้นส่วนกลุ่มนี้อ่อนไหวต่อภาวะตลาดมากขึ้น

ปัจจุบันบริษัทกำลังขยายการส่งมอบตัวควบคุม SSD รุ่นเจน 5 ที่รองรับมาตรฐานการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่อพ่วงรุ่นที่ 5(PCIe 5.0) พร้อมระบุว่ากำลังเตรียมตัวควบคุมรุ่นเจน 6 ที่ใช้มาตรฐาน PCIe 6.0 ให้พร้อมตามจังหวะที่ตลาดเริ่มมีความต้องการ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงแผนเตรียมความพร้อมทางธุรกิจที่บริษัทเปิดเผยเอง ไม่ได้เป็นการรับประกันรายได้หรือทิศทางราคาหุ้นในอนาคตแต่อย่างใด

นัม อี-ฮยอน(Nam Yi-hyun) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(CEO)ของพาดู กล่าวระหว่างการแถลงผลประกอบการเบื้องต้นเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมว่า “ต่อเนื่องจากการพลิกเป็นกำไรในไตรมาสแรก ไตรมาสสองเราขยายโครงสร้างกำไรให้ใหญ่ขึ้น” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าบริษัทมองว่าการทำกำไรในไตรมาสที่ผ่านมาไม่ใช่เหตุการณ์ชั่วคราว แต่เป็นทิศทางที่ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน เขายังกล่าวเสริมว่า “รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการกระจายฐานลูกค้า บวกกับความต้องการตัวควบคุมสตอเรจในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ AI ที่เพิ่มขึ้น ทำให้เราคาดว่าครึ่งปีหลังจะเติบโตมากกว่าครึ่งปีแรก” ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวเป็นความคาดหวังของฝ่ายบริหารบริษัทเอง ส่วนจะสะท้อนในผลประกอบการจริงหรือไม่ต้องรอการเปิดเผยงบการเงินในรอบถัดไป

ประเด็นที่นักลงทุนจับตาพาดูแบ่งออกเป็นสองด้าน ด้านหนึ่งคือปัญหาความเชื่อมั่นที่เกิดจากช่องว่างระหว่างประมาณการผลประกอบการตอนเข้าตลาดกับรายได้จริงที่เกิดขึ้น อีกด้านหนึ่งคือคำถามว่าการเติบโตของรายได้และกำไรจากการดำเนินงานที่ปรากฏขึ้นในปี 2026 นี้เป็นโครงสร้างที่เกิดขึ้นซ้ำได้ต่อเนื่องหรือไม่

ณ ราคาปิดวันที่ 4 กันยายน มูลค่าตลาดรวมของพาดูกลับขึ้นมาอยู่ในระดับ 3 ล้านล้านวอนอีกครั้ง แต่ส่วนต่างจากจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ยังคงกว้างอยู่ เช่นเดียวกับที่ทีมข่าวเคยรายงานกรณีการปรับฐานของหุ้นวิทซ์โรเซลล์(Vitzrocell)เทียบกับจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์และกระบวนการตรวจสอบผลประกอบการ หุ้นที่ปรับฐานลงมากจากจุดสูงสุดมักถูกจับตาที่ความต่อเนื่องของผลประกอบการก่อนการฟื้นตัวระยะสั้น

จุดที่ต้องติดตามต่อจากนี้สำหรับพาดูคือความเร็วในการแปลงคำสั่งซื้อใหม่ให้กลายเป็นรายได้จริง การรักษาระดับอัตรากำไรจากการดำเนินงาน และความคืบหน้าของคดีความและการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกับการเข้าตลาด ส่วนผลกระทบต่อราคาหุ้นจะต้องรอการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมและผลประกอบการไตรมาสถัดไปเพื่อยืนยันอีกครั้ง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1