บิทธัมบ์ (Bithumb) ตลาดซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ออกคำเตือนผู้ใช้งานให้ระวังมัลแวร์ที่แอบอ้างเป็นโปรแกรมเทรดอัตโนมัติด้วย 'ปัญญาประดิษฐ์' (AI) หรือเครื่องมือวิเคราะห์การลงทุน ชี้หากติดมัลแวร์ดังกล่าวอาจทำให้ข้อมูลสำหรับเข้าถึงบัญชีในตลาดซื้อขายและกระเป๋าเงินดิจิทัลส่วนตัวรั่วไหลได้
บิทธัมบ์ระบุเมื่อวันที่ 10 (เวลาท้องถิ่น) ว่าได้ออกประกาศเตือนเรื่อง 'โปรแกรมเทรดอัตโนมัติด้วย AI และเครื่องมือวิเคราะห์การลงทุนปลอม' ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญรักษาความปลอดภัยข้อมูลประจำเดือนกันยายน โดยอธิบายว่าปัจจุบันบริการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลที่นำเทคโนโลยี AI มาใช้ขยายตัวมากขึ้น ส่งผลให้อาชญากรรมไซเบอร์ที่แอบอ้างใช้ประโยชน์จากเทรนด์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ผู้ไม่หวังดีมักล่อลวงผู้ใช้งานด้วยข้อความในทำนอง 'AI จะเทรดให้เองแบบทำกำไรสูง' หรือ 'แค่เชื่อมต่อ API Key ก็เทรดอัตโนมัติแบบไม่ขาดทุน' จากนั้นจะใช้โฆษณาบนเครื่องมือค้นหา เครือข่ายสังคมออนไลน์ (SNS) และลิงก์ผ่านแอปพลิเคชันแชท ชักจูงให้เหยื่อติดตั้งไฟล์ปฏิบัติการ (.exe) หรือไฟล์บีบอัด (.zip)
หากเครื่องคอมพิวเตอร์ติดโปรแกรมที่ไม่ได้รับการรับรองเหล่านี้ ข้อมูลชื่อผู้ใช้ รหัสผ่านที่บันทึกไว้ในเบราว์เซอร์ และคุกกี้เซสชันการเข้าสู่ระบบอาจรั่วไหลได้ นอกจากนี้ API Key รวมถึงคีย์ส่วนตัว (Private Key) และวลีกู้คืนกระเป๋าเงิน (Seed Phrase) ของกระเป๋าเงินดิจิทัลส่วนตัว ก็เป็นเป้าหมายที่อาจถูกขโมยไปด้วยเช่นกัน
บิทธัมบ์อธิบายว่าผู้โจมตีอาจใช้เซสชันการเข้าสู่ระบบที่ขโมยไปเพื่อเข้าถึงบัญชีผู้ใช้โดยไม่ต้องกรอกรหัสผ่าน และอาจใช้สิทธิ์ของ API Key ที่ขโมยได้พยายามทำธุรกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาตเช่นกัน
ทางตลาดซื้อขายแนะนำให้ผู้ใช้งานหลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดโปรแกรม AI ที่ไม่ได้รับการรับรองและไม่ทราบแหล่งที่มาชัดเจน ควรใช้ช่องทางตรวจสอบอย่างเป็นทางการเท่านั้น พร้อมเตือนให้ระมัดระวังเป็นพิเศษกับการติดตั้งไฟล์ปฏิบัติการและไฟล์บีบอัดที่เผยแพร่ผ่านโฆษณาบนเครื่องมือค้นหา SNS หรือลิงก์ในแอปแชท
สำหรับผู้ที่ต้องการใช้บริการเทรดอัตโนมัติด้วย AI บิทธัมบ์แนะนำให้เลือกใช้บริการที่ทางตลาดซื้อขายให้บริการอย่างเป็นทางการ เช่น 'บิทธัมบ์ เอไอ เทรดคิท' (Bithumb AI TradeKit) ซึ่งออกแบบมาไม่ให้จัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับ API Key ไว้ในอุปกรณ์ของผู้ใช้งานแยกต่างหาก
เมื่อออก API Key ผู้ใช้งานควรกำหนดสิทธิ์เฉพาะที่จำเป็น เช่น การตรวจสอบข้อมูลหรือการสั่งซื้อขาย โดยไม่มอบสิทธิ์ในการถอนเงิน และควรยกเลิกคีย์ที่ไม่ได้ใช้งานหรือคีย์ที่เคยรั่วไหลสู่ภายนอกทันที
คีย์ส่วนตัวและวลีกู้คืนกระเป๋าเงินไม่ควรกรอกลงในโปรแกรม เว็บไซต์ หรือบริการ AI ภายนอกที่ไม่ได้รับการรับรองเด็ดขาด เนื่องจากคีย์ส่วนตัวเป็นข้อมูลที่ใช้เข้าถึงกระเป๋าเงิน ส่วนวลีกู้คืนกระเป๋าเงินเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการกู้คืนกระเป๋าเงินส่วนตัว
หลังติดตั้งโปรแกรมแล้ว หากพบส่วนขยายเบราว์เซอร์ (Extension) ที่ไม่ทราบที่มา หรือมีการแจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าความปลอดภัยเกิดขึ้น ผู้ใช้งานควรตรวจสอบความเป็นไปได้ที่จะติดมัลแวร์ทันที เพราะอาการเหล่านี้อาจบ่งชี้ว่าโปรแกรมที่ติดตั้งไปส่งผลกระทบต่อเบราว์เซอร์หรือสภาพแวดล้อมความปลอดภัยของเครื่อง
หากสงสัยว่าติดมัลแวร์ ควรตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทันทีเป็นอันดับแรก จากนั้นใช้อุปกรณ์เครื่องอื่นที่ไม่ติดมัลแวร์เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีบิทธัมบ์ ลบ API Key ที่ผูกไว้ และตรวจสอบรายการที่อยู่สำหรับถอนเงินอีกครั้ง
เจ้าหน้าที่บิทธัมบ์กล่าวว่า "มัลแวร์ที่ไม่ได้รับอนุญาตซึ่งแอบอ้างใช้ AI เพื่อขโมยข้อมูลกำลังระบาดหนัก ผู้ใช้งานจำเป็นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ" พร้อมระบุว่า "จะเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งของระบบรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง และขยายแคมเปญป้องกันภัยต่อไปในอนาคต" คำกล่าวนี้สะท้อนแนวคิดว่าแม้โปรแกรมจะอ้างว่ามีฟีเจอร์ AI ผู้ใช้งานก็ควรตรวจสอบช่องทางเผยแพร่อย่างเป็นทางการและการตั้งค่าสิทธิ์การเข้าถึงให้รอบคอบ
ก่อนหน้านี้เคยมีกรณีไฟล์ติดตั้งปลอมที่มุ่งเป้าไปยังผู้ใช้บริการ AI ในลักษณะคล้ายกัน โดยแอบอ้างเป็นแอปพลิเคชัน Claude เพื่อขโมยข้อมูลกระเป๋าเงินดิจิทัลและบัญชีผู้ใช้งาน ซึ่งในครั้งนั้นก็มีรายงานว่าไฟล์เผยแพร่ภายนอกที่แอบอ้างชื่อบริการ AI มุ่งเป้าไปที่ข้อมูลเบราว์เซอร์และกระเป๋าเงินดิจิทัลเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขความเสียหายที่ชัดเจนจากแคมเปญเตือนภัยครั้งนี้ของบิทธัมบ์ โดยตลาดซื้อขายย้ำเตือนผู้ใช้งานซ้ำให้ใช้ช่องทางตรวจสอบอย่างเป็นทางการ จำกัดสิทธิ์ของ API Key ให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น และยกเลิกคีย์ที่รั่วไหลออกไปโดยทันที
ความคิดเห็น 0