บิตคอยน์(BTC) อาจเคลื่อนไหวแบบ ‘เดินหน้าเป็นขั้นบันได’ คือแกว่งตัวในกรอบแคบสักระยะ ก่อนจะพุ่งแรงเมื่อมีข่าวเชิงนโยบาย แล้วพักฐานอีกครั้ง ตามการวิเคราะห์ล่าสุด โดยเงื่อนไขสำคัญของการปรับขึ้นรอบถัดไปคือการที่สหรัฐฯ กลับมาอัดฉีด ‘สภาพคล่อง’ เข้าสู่ระบบการเงินอีกครั้ง
อาร์เธอร์ เฮย์ส(Arthur Hayes) ผู้ร่วมก่อตั้งบิตเม็กซ์(BitMEX) ให้สัมภาษณ์ในรายการพอดแคสต์ ‘Bitcoin Magazine’ เมื่อวันที่ 9 (เวลาท้องถิ่น) ว่าบิตคอยน์มีแนวโน้มเคลื่อนไหวเป็นจังหวะ ‘แกว่งตัว-พุ่งขึ้น-แกว่งตัวอีกครั้ง’ มากกว่าจะไต่ระดับขึ้นทางเดียวต่อเนื่อง โดยแต่ละจังหวะจะขึ้นอยู่กับสัญญาณด้านนโยบายเป็นหลัก
เฮย์สระบุในการสัมภาษณ์ครั้งเดียวกันว่า หากสหรัฐฯ เริ่มอัดฉีดสภาพคล่องอีกครั้ง บิตคอยน์มีโอกาสทะลุระดับ 80,000 ดอลลาร์ 90,000 ดอลลาร์ และ 100,000 ดอลลาร์ตามลำดับ และยังพูดถึงความเป็นไปได้ที่ราคาจะขึ้นไปสูงกว่า 100,000 ดอลลาร์ด้วย อย่างไรก็ตาม คำกล่าวนี้ไม่ได้ยืนยันว่ามีนโยบายใดถูกประกาศหรือบังคับใช้จริง แต่เป็นสถานการณ์สมมติที่ตั้งอยู่บนเงื่อนไขว่าสภาพคล่องจะขยายตัวเท่านั้น
‘สภาพคล่อง’ ในที่นี้หมายถึงปริมาณเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ตลาดการเงิน ประเด็นสำคัญของการวิเคราะห์นี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขราคาเป้าหมาย แต่อยู่ที่ว่านโยบายจะเปลี่ยนแปลงจริงหรือไม่ และจะนำไปสู่กระแสเงินทุนในตลาดจริงหรือไม่
เฮย์สให้น้ำหนักกับสภาพคล่องของเงินตรารัฐ(fiat) มาโดยตลอด มากกว่าประเด็นกฎหมายหรืออารมณ์ตลาดระยะสั้น ก่อนหน้านี้เขาเคยระบุว่าสภาพคล่องของธนาคารกลางสหรัฐฯ(Fed) เป็นตัวแปรสำคัญที่สุดต่อราคาบิตคอยน์ ขณะที่ CoinDesk รายงานการให้สัมภาษณ์ของเฮย์สเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า เขาให้ความสำคัญกับสภาพคล่องมากกว่าเรื่องกฎระเบียบเช่นกัน
ยังไม่มีความชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะอัดฉีดสภาพคล่องเมื่อใดและด้วยวิธีใด ส่วนตลาดบิตคอยน์จะเคลื่อนไหวตามสถานการณ์สมมตินี้หรือไม่นั้น ต้องรอดูสัญญาณนโยบายและกระแสเงินทุนจริงในระยะต่อไป
ความคิดเห็น 0