Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ออปชันบิตคอยน์(BTC) 4.08 หมื่นล้านดอลลาร์กระจุกช่วง 78,000-81,000 ดอลลาร์ ETF ไหลออกสุทธิ 46.6 ล้านดอลลาร์

โมเดลบิตคอยน์วางอยู่ก่อนวันหมดอายุสัญญาออปชัน / TokenPost.ai

บิตคอยน์(BTC) ยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบระหว่าง 78,000-81,000 ดอลลาร์ โดยนักวิเคราะห์มองว่าโพซิชันในตลาดออปชันและปริมาณเหรียญที่ถือครองระยะยาวเป็นปัจจัยที่จำกัดความผันผวนในช่วงราคาดังกล่าว

PANews รายงานว่า ยอดคงค้างสัญญาออปชันบิตคอยน์ (Open Interest) อยู่ที่ประมาณ 4.08 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยโพซิชันส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในช่วงราคา 78,000 ดอลลาร์ และ 81,000 ดอลลาร์ ทั้งนี้ ในช่วงเวลาที่มีการวิเคราะห์ บิตคอยน์เคยปรับตัวลงมาทดสอบระดับประมาณ 77,600 ดอลลาร์ ก่อนจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาอยู่ที่ราว 79,000 ดอลลาร์

ในตลาดออปชัน มีการวิเคราะห์ว่ายิ่งราคาบิตคอยน์เข้าใกล้ 81,000 ดอลลาร์มากเท่าใด แรงขายเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedge) ของผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) ก็ยิ่งกดดันไม่ให้ราคาทะลุขึ้นไปได้ง่าย ขณะที่บริเวณ 78,000 ดอลลาร์ แรงซื้อเพื่อป้องกันความเสี่ยงอาจช่วยพยุงราคาไม่ให้ร่วงลงไปมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างดังกล่าวไม่ได้เป็นหลักประกันว่าราคาจะถูกตรึงไว้หรือจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งอย่างแน่นอน

ขนาดของตลาดออปชันที่รายงานออกมาแตกต่างกันไปตามแหล่งข้อมูลและช่วงเวลาที่ใช้อ้างอิง โดยข้อมูลจาก CoinBoss ที่รวบรวมผ่าน API สาธารณะของ Deribit ณ วันที่ 10 กันยายน ระบุว่ายอดคงค้างสัญญาออปชันบิตคอยน์ตามมูลค่าตราสารอ้างอิง (Notional Open Interest) อยู่ที่ 3.46 หมื่นล้านดอลลาร์ และราคาที่ทำให้ผู้ถือสัญญาขาดทุนมากที่สุด (Max Pain) สำหรับสัญญาที่หมดอายุวันที่ 11 กันยายน อยู่ที่ 78,000 ดอลลาร์ ทั้งนี้ ข้อมูลชุดนี้นับเฉพาะสัญญาออปชันที่จดทะเบียนซื้อขายบน Deribit เท่านั้น

ขนาดยอดคงค้างของตลาดออปชันบิตคอยน์อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละเอ็กซ์เชนจ์และรอบวันหมดอายุของสัญญา ดังนั้นการเปรียบเทียบตัวเลขจากแหล่งข้อมูลต่างกันโดยตรงจึงควรพิจารณาควบคู่กับช่วงเวลาอ้างอิงและขอบเขตของข้อมูลที่นำมาคำนวณด้วย

อีกปัจจัยหนึ่งที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงคือปริมาณเหรียญที่นักลงทุนถือครองระยะยาว ซึ่งช่วยลดจำนวนบิตคอยน์ที่พร้อมจะถูกเทขายออกสู่ตลาดในทันที PANews อ้างอิงงานวิเคราะห์ของเมอร์ฟี (Murphy) นักวิเคราะห์ข้อมูลออนเชน ระบุว่าผู้ถือครองระยะยาว (Long-term Holder) ถือครองบิตคอยน์รวมกันประมาณ 14.74 ล้าน BTC หรือคิดเป็นราว 74% ของปริมาณเหรียญหมุนเวียนทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ไม่มีการระบุวันที่อ้างอิงหรือวิธีคำนวณตัวเลขดังกล่าวไว้อย่างชัดเจน

ด้านกลาสโหนด (Glassnode) ใช้เกณฑ์คำนวณปริมาณเหรียญของผู้ถือครองระยะยาวจากเหรียญที่ถือมาแล้วเกิน 155 วันโดยเฉลี่ยนับจากวันที่ซื้อ ข้อมูลของกลาสโหนดระบุว่า ณ วันที่ 5 กรกฎาคม ปริมาณเหรียญของผู้ถือครองระยะยาวอยู่ที่ประมาณ 15 ล้าน BTC

แม้ปริมาณเหรียญที่ถือครองระยะยาวจะอยู่ในระดับสูง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงจะหมดไป เพราะหากผู้ถือครองกลุ่มนี้ตัดสินใจเทขาย หรือความต้องการซื้อใหม่อ่อนแรงลง ราคาก็ยังสามารถเคลื่อนไหวสวนทางกับโครงสร้างอุปทานที่มีอยู่ได้

ในฝั่งกองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตของสหรัฐฯ ทิศทางความต้องการซื้อระยะสั้นไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทางเดียวกัน โดยกองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตของสหรัฐฯ พลิกจากยอดไหลเข้าสุทธิติดต่อกัน 3 วันทำการ มาเป็นยอดไหลออกสุทธิ ข้อมูลของ TFTC ระบุว่า เมื่อวันที่ 8 กันยายน กองทุน ETF ทั้งหมดมียอดไหลออกสุทธิรวม 46.6 ล้านดอลลาร์

เมื่อแยกตามกองทุนแต่ละแห่ง พบว่าทิศทางเงินทุนไม่ได้ไปในทางเดียวกันทั้งหมด กองทุนเกรย์สเกล บิตคอยน์ ทรัสต์ (GBTC) มีเงินไหลออก 65.5 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กองทุนแบล็คร็อก ไอแชร์ส บิตคอยน์ ทรัสต์ (IBIT) มีเงินไหลเข้าสุทธิ 10.66 ล้านดอลลาร์ และกองทุนบิตไวส์ บิตคอยน์ อีทีเอฟ (BITB) มีเงินไหลเข้าสุทธิ 14.47 ล้านดอลลาร์

ข้อมูลของ TFTC ยังระบุว่า มูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวมของกองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตของสหรัฐฯ อยู่ที่ 9.95 หมื่นล้านดอลลาร์ และยอดไหลเข้าสุทธิสะสมอยู่ที่ 5.55 หมื่นล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่ายอดไหลออกรายวันกับกระแสเงินทุนสะสมระยะยาวอาจเคลื่อนไหวไปคนละทิศทางกันได้

การตีความสัญญาณทางเทคนิคก็มีความเห็นที่แตกต่างกัน นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันตัดขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน หรือที่เรียกว่า 'โกลเดนครอส' (Golden Cross) เป็นสัญญาณเชิงบวก ขณะที่เบนจามิน โคเวน (Benjamin Cowen) นักวิเคราะห์ตลาดคริปโต ระบุว่าสิ่งที่สำคัญไม่ใช่ตัวสัญญาณโกลเดนครอสเอง แต่คือว่าราคาจะสามารถทำจุดสูงสุดใหม่ที่สูงกว่าเดิมได้หรือไม่ และจะฟื้นตัวกลับขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 สัปดาห์ได้หรือไม่

ด้านคริปโตเควนท์ (CryptoQuant) วิเคราะห์ว่าต้องติดตามว่าดัชนี MVRV ซึ่งเป็นเครื่องมือประเมินมูลค่าตลาด จะสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 365 วันได้หรือไม่ โดย MVRV คือตัวชี้วัดที่เปรียบเทียบมูลค่าตามราคาตลาด (Market Value) กับมูลค่าที่เกิดขึ้นจริง (Realized Value) เพื่อประเมินระดับกำไรหรือขาดทุนของนักลงทุนในภาพรวม

ทั้งแรงป้องกันความเสี่ยงในตลาดออปชันและปริมาณเหรียญที่ถือครองระยะยาว ต่างเป็นดัชนีที่สะท้อนโพซิชันในตลาดอนุพันธ์และโครงสร้างการถือครองบนเชนคนละมิติกัน แม้ทั้งสองดัชนีจะชี้ไปในทิศทางเดียวกัน แต่หากความต้องการซื้อในตลาดจริงและกระแสเงินทุนของ ETF เคลื่อนไหวสวนทางกัน ความผันผวนของราคาก็อาจเปลี่ยนแปลงไปจากที่คาดไว้ได้

จากตัวเลขที่มีการยืนยันในขณะนี้ ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าบิตคอยน์จะยังคงแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 78,000-81,000 ดอลลาร์ต่อไป จึงจำเป็นต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของโพซิชันหลังวันหมดอายุสัญญาออปชัน รวมถึงทิศทางว่ากองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตของสหรัฐฯ จะกลับมามียอดไหลเข้าสุทธิอีกครั้งหรือไม่

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1