ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะระดับ 14.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2027 ขณะที่แม้จะมีสัญญาณอุปทานน้ำมันขยายตัว แต่ยังไม่พบความสัมพันธ์ทางตรงที่มั่นคงระหว่างราคาบิตคอยน์(BTC) กับราคาน้ำมันดิบ
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยรายงานคาดการณ์พลังงานระยะสั้น (STEO) ฉบับเดือนกันยายน เมื่อวันที่ 9 (เวลาท้องถิ่น) ระบุว่า คาดการณ์การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ในปี 2027 จะอยู่ที่ 14.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง จากตัวเลขคาดการณ์เดือนกรกฎาคมที่ 14.0 ล้านบาร์เรล และเดือนสิงหาคมที่ 14.2 ล้านบาร์เรล ทั้งนี้ รายงาน STEO ฉบับเดือนกันยายนจัดทำขึ้นโดยอ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 3 กันยายน และถือเป็นตัวเลขคาดการณ์แบบมีเงื่อนไข
สำหรับปี 2026 EIA ยังคงตัวเลขคาดการณ์ไว้ที่ 13.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งสูงกว่าระดับการผลิตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของปี 2025 ที่ 13.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน
EIA อธิบายว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 การผลิตน้ำมันดิบเฉลี่ยของสหรัฐฯ อยู่ที่ 13.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 300,000 บาร์เรล หรือคิดเป็น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากแหล่งเพอร์เมียนซึ่งครอบคลุมรัฐเท็กซัสและนิวเม็กซิโก รวมถึงพื้นที่อ่าวเม็กซิโกในเขตน้ำสหพันธรัฐสหรัฐฯ
ปริมาณการผลิตของแหล่งเพอร์เมียนในปี 2026 ถูกคาดการณ์ไว้ที่เฉลี่ย 6.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงกว่าปี 2025 ราว 3%
EIA คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เฉลี่ยไว้ที่ 91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2026 และ 74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2027 กล่าวคือ แม้ทิศทางราคาน้ำมันจะปรับลดลง แต่ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ กลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน
การปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ครั้งนี้สะท้อนทั้งเงื่อนไขการผลิตของผู้ผลิตในสหรัฐฯ และมุมมองต่อราคาตลาดควบคู่กัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นเพียงค่าประมาณที่อ้างอิงราคาและสภาวะอุปทาน ณ ช่วงเวลาที่จัดทำรายงาน ไม่ใช่ปริมาณการผลิตที่ยืนยันแน่นอน
ทิศทางอุปทานและราคาน้ำมันสามารถส่งผลต่อสินทรัพย์เสี่ยงผ่านกลไกเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ หากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น แรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นและความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยอาจอ่อนแรงลง แต่การที่ราคาน้ำมันหรือปริมาณการผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นตัวกำหนดราคาบิตคอยน์โดยอัตโนมัติ
ทีมวิจัยของไบแนนซ์ (Binance Research) เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลรายสัปดาห์ในช่วงปี 2016-2026 ไม่พบความสัมพันธ์ที่มั่นคงระหว่างผลตอบแทนของบิตคอยน์กับผลตอบแทนของน้ำมันดิบ โดยความสัมพันธ์เชิงบวกที่มีนัยสำคัญระหว่างสองสินทรัพย์นี้ปรากฏขึ้นอย่างจำกัดเฉพาะในช่วงปี 2020-2022 ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพคล่องในระบบขยายตัวมาก
ทีมวิจัยของไบแนนซ์ตีความว่าการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันในช่วงดังกล่าวน่าจะมาจาก 'ปัจจัยสภาพคล่องร่วม' มากกว่าความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลโดยตรง ส่วนในช่วงเวลาอื่นๆ ความสัมพันธ์ระหว่างบิตคอยน์กับน้ำมันดิบแยกแยะไม่ได้ชัดเจนจากค่าศูนย์
นั่นหมายความว่าปัจจัยที่อาจเชื่อมโยงกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ใช่ปริมาณการผลิตน้ำมันโดยตรง แต่เป็นวิธีที่ราคาน้ำมันส่งผลต่อเงินเฟ้อและความคาดหวังด้านอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมโยงนี้ก็ยังเคลื่อนไหวไปพร้อมกับตัวแปรอื่นๆ อย่างอัตราดอกเบี้ยและสภาพคล่องในระบบด้วย
ทิศทางการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ และความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน ยังเป็นประเด็นที่เชื่อมโยงกับรายงานก่อนหน้าของ TokenPost ที่เคยนำเสนอความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งครั้งนั้นก็มีการพูดถึงผลกระทบของปัจจัยด้านอุปทานและภูมิรัฐศาสตร์ต่อตลาดเช่นกัน
รายงานคาดการณ์พลังงานระยะสั้นฉบับต่อไปของ EIA มีกำหนดเปิดเผยในวันที่ 6 ตุลาคม โดยต้องติดตามว่าตัวเลขคาดการณ์การผลิตของสหรัฐฯ และราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะถูกปรับเปลี่ยนอย่างไรในรายงานฉบับถัดไป
ความคิดเห็น 0