อัลเทรา(Altera) ผู้ผลิตชิป FPGA เดินหน้าเตรียมแผนเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) ในปี 2026 หลังทำผลงานเติบโตกว่า 20% ในปีที่ผ่านมา แต่ข่าวลือเรื่องการระดมทุนกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.7 ล้านล้านวอน) และกำหนดการเข้าตลาดหลักทรัพย์ที่ชัดเจนยังไม่ได้รับการยืนยัน
ราจีบ ฮุสเซน(Raghib Hussain) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของอัลเทรา ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์(Reuters) เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม (เวลาท้องถิ่น) ว่าบริษัทเติบโตกว่า 20% ในปีที่ผ่านมา และคาดว่าปีนี้จะเติบโตในระดับกลาง 20% เช่นกัน ทั้งนี้ อัลเทราเป็นบริษัทเอกชนที่ยังไม่เปิดเผยตัวเลขรายได้ที่ชัดเจน
อัลเทราผลิตชิป FPGA (Field-Programmable Gate Array หรือชิปที่โปรแกรมได้) ป้อนให้กับตลาดปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์ FPGA ต่างจากชิปกราฟิก GPU ที่เน้นการประมวลผลขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว โดยถูกนำไปใช้ในงานด้านการเชื่อมต่อระบบ การประมวลผลข้อมูลเบื้องต้น และการรวมสัญญาณจากเซ็นเซอร์ต่างๆ
ฮุสเซนอธิบายว่า “ถ้า GPU คือสมอง FPGA ก็เปรียบเสมือนระบบประสาท” หมายความว่า ขณะที่ GPU ทำหน้าที่ประมวลผลขนาดใหญ่ FPGA จะทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างระบบต่างๆ และจัดการข้อมูลที่ป้อนเข้ามา
โครงสร้างการบริหารแบบอิสระของอัลเทราเกิดขึ้นจากดีลกับอินเทล(Intel) โดยเมื่อเดือนเมษายน 2025 อินเทลประกาศข้อตกลงขายหุ้น 51% ในอัลเทราให้กับซิลเวอร์เลค(Silver Lake) ซึ่งขณะนั้นมูลค่ากิจการของอัลเทราถูกประเมินไว้ที่ 8,750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 11.8 ล้านล้านวอน) ส่วนอินเทลยังคงถือหุ้นที่เหลืออีก 49%
เอกสารเปิดเผยข้อมูลของอินเทลระบุว่ามูลค่าซื้อขายสุทธิของดีลนี้อยู่ที่ 4,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.8 ล้านล้านวอน) ดีลดังกล่าวปิดดีลเสร็จสิ้นในเดือนกันยายน 2025 และนับจากนั้นอัลเทราก็แยกตัวออกมาบริหารงานเป็นอิสระจากอินเทล
เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา อัลเทรายังเสริมความแข็งแกร่งให้คณะกรรมการบริษัท โดยแต่งตั้งเคิร์สเทน สเปียร์ส(Kirsten Spears) อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินและประธานเจ้าหน้าที่บัญชีของบรอดคอม(Broadcom) ขึ้นเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบ พร้อมทั้งดึงตัวสุมิต สาดานา(Sumit Sadana) อดีตผู้บริหารจากไมครอน(Micron) เข้ามาเป็นกรรมการอิสระ
ฮุสเซนกล่าวว่าผู้บริหารทั้งสองคนจะนำประสบการณ์ด้านเซมิคอนดักเตอร์ การเงิน และธรรมาภิบาลเข้ามาเสริมให้คณะกรรมการ โดยโครงสร้างคณะกรรมการชุดนี้ถูกวางไว้เป็นฐานรองรับการบริหารการเงินและเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าตลาดหลักทรัพย์ในฐานะบริษัทอิสระต่อไป
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามระหว่างกระบวนการเตรียม IPO คือทิศทางการฟื้นตัวของผลประกอบการ โดยอินเทลเคยเปิดเผยว่าในปี 2024 อัลเทรามีรายได้ 1,540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.1 ล้านล้านวอน) ขณะที่ขาดทุนจากการดำเนินงานอยู่ที่ 615 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.3 แสนล้านวอน)
อัลเทราเผชิญรายได้ลดลงในปี 2023 จากความต้องการชิป GPU สำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงได้รับผลกระทบจากการแข่งขันกับซิลิงซ์(Xilinx) ในเครือเอเอ็มดี(AMD) ทั้งนี้ อัลเทราชูความต้องการชิป FPGA สำหรับ AI และหุ่นยนต์เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตต่อจากนี้
FPGA คือชิปที่สามารถปรับโครงสร้างการทำงานใหม่ได้แม้ผ่านการออกแบบไปแล้ว ทำให้มีความยืดหยุ่นในการปรับใช้งานมากกว่าชิปที่ถูกออกแบบมาเพื่อการประมวลผลเฉพาะทาง จึงเหมาะกับระบบที่ต้องการการเชื่อมต่อและประมวลผลข้อมูลจากเซ็นเซอร์
การเดินหน้า IPO ของอัลเทรามีนัยสำคัญในฐานะกระบวนการที่ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งแยกตัวออกจากอินเทลจะได้รับการประเมินมูลค่าจากตลาดทุนในฐานะบริษัทอิสระ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่เปิดเผยในปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปขนาดการเสนอขายหุ้นหรือมูลค่ากิจการที่แน่ชัดได้
บลูมเบิร์ก(Bloomberg) รายงานว่าปีนี้บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI มีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของเงินทุนที่ระดมได้จากการทำ IPO ในสหรัฐฯ ทั้งหมด ทำให้อัลเทราต้องอธิบายให้ตลาดเปิดเห็นถึงความต้องการด้าน AI และหุ่นยนต์ รวมถึงทิศทางการฟื้นตัวของผลประกอบการ
ณ วันที่ 11 กันยายน 2026 ยังไม่มีการยืนยันขนาดการระดมทุนที่มากกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ราคาเสนอขายหุ้น ตลาดหลักทรัพย์ที่จะเข้าจดทะเบียน หรือการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล มูลค่ากิจการและขนาดการระดมทุนที่แท้จริงจะสามารถตรวจสอบได้ก็ต่อเมื่อมีการเปิดเผยแบบแสดงรายการข้อมูลและเงื่อนไขการเสนอขายหุ้นในอนาคต
ขั้นตอนต่อไปของอัลเทราคือการติดตามว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการและเงื่อนไขการเสนอขายหุ้นหรือไม่ ก่อนที่กำหนดการเข้าตลาดหลักทรัพย์จะชัดเจน อัตราการเติบโต ความต้องการทางธุรกิจ และโครงสร้างการบริหารแบบอิสระ จะยังคงเป็นประเด็นหลักที่ตลาดจับตามอง
ความคิดเห็น 0