ริปเปิล(XRP) กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบระหว่าง 1.34-1.36 ดอลลาร์ ก่อตัวเป็นรูปแบบ 'สามเหลี่ยมขาลง' (Descending Triangle) จุดที่ต้องจับตาคือระดับ 1.38-1.40 ดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดทิศทางราคาระยะสั้น ขณะที่ระดับ 1.60 ดอลลาร์และ 2 ดอลลาร์ยังเป็นเพียงเป้าหมายตามเงื่อนไขทางเทคนิคเท่านั้น ไม่ใช่ราคาที่ยืนยันแล้ว
ยูทูเดย์ (U.Today) เปิดเผยผลวิเคราะห์กราฟราคาว่า ขณะนี้ XRP กำลังเข้าใกล้จุดยอดของรูปแบบสามเหลี่ยมดังกล่าว หากราคาปิดในกรอบรายชั่วโมงเหนือระดับ 1.38 ดอลลาร์ จะถือเป็น 'สัญญาณ' เริ่มต้นของแนวโน้มขาขึ้น และหากสามารถยืนเหนือแนวรับที่ 1.40 ดอลลาร์ได้ เป้าหมายถัดไปตามผลวิเคราะห์คือ 1.60 ดอลลาร์
หากราคาปรับขึ้นจากระดับปัจจุบันไปแตะ 1.60 ดอลลาร์ จะคิดเป็นการเพิ่มขึ้นประมาณ 17.6-19.4% ทั้งนี้ คำว่า “ทะลุ 20%” ที่ปรากฏในรายงานต้นทางไม่ได้หมายถึงราคาที่ปรับขึ้นไปแล้วจริง แต่เป็นเพียงกรอบความเคลื่อนไหวที่อาจเกิดขึ้น เมื่อเทียบระหว่างระดับราคาปัจจุบันกับเป้าหมายจากการวิเคราะห์
เส้นแบ่งของสถานการณ์ขาลงอยู่ที่ 1.31 ดอลลาร์ หากราคาหลุดต่ำกว่าระดับนี้ แนวโน้มขาขึ้นตามการวิเคราะห์ข้างต้นอาจเป็นโมฆะทันที โดยช่วง 1.31-1.35 ดอลลาร์ถูกระบุว่าเป็นแนวรับสำคัญ
แนวต้านหลักบนกราฟอยู่ที่ 1.38 ดอลลาร์และ 1.40 ดอลลาร์ โดย 1.38 ดอลลาร์เป็นเกณฑ์การทะลุแนวต้านขั้นแรก ส่วน 1.40 ดอลลาร์ถูกมองว่าเป็นแนวต้านเชิงจิตวิทยา อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าราคาได้ทะลุระดับดังกล่าวแล้วจริง
ระดับ 2 ดอลลาร์ถูกกล่าวถึงในฐานะเป้าหมายระยะยาว แต่ราคาต้องทะลุ 1.60 ดอลลาร์ไปก่อน จากนั้นต้องผ่านจุดสูงสุดของเดือนสิงหาคมที่ 1.66 ดอลลาร์ให้ได้ด้วย ทั้งนี้ ยังไม่มีการระบุเหตุผลหรือกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าราคาจะไปถึง 2 ดอลลาร์ได้อย่างไรและเมื่อใด
รูปแบบสามเหลี่ยมขาลงคือรูปแบบกราฟที่จุดสูงสุดปรับตัวลดลงเรื่อยๆ ขณะที่ราคาค่อยๆ บีบตัวเข้าหาแนวรับที่ค่อนข้างคงที่ นักลงทุนจึงต้องติดตามว่าราคาจะเบรกออกด้านบนหรือด้านล่าง พร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่ตามมา เพื่อแยกแยะระหว่างสถานการณ์ทางเทคนิคกับความเคลื่อนไหวของราคาจริง
ก่อนหน้านี้ ในช่วงที่ XRP อ่อนตัวอยู่แถวระดับ 1.40 ดอลลาร์ ก็มีการนำเสนอประเด็นที่ต้องแยกระหว่างระดับราคาที่แท้จริงกับผลการวิเคราะห์ทางเทคนิคเช่นกัน และในการวิเคราะห์ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ไม่ได้ระบุว่าราคาจะไปถึงระดับใดระดับหนึ่งอย่างแน่นอน แต่นำเสนอในลักษณะเงื่อนไขว่าราคาจะหลุดแนวรับหรือแนวต้านหรือไม่
ปัจจัยด้านกฎระเบียบที่ถูกพูดถึงคือร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ หรือ CLARITY Act ซึ่งเป็นร่างกฎหมายหมายเลข H.R. 3633 ของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการกำหนดกรอบการกำกับดูแลระหว่างคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) กับคณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) ในเรื่องการออกและจำหน่ายสินทรัพย์ดิจิทัลที่เข้าข่ายสินค้าดิจิทัล
เอกสารทางการของรัฐสภาสหรัฐฯ ระบุเพียงว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะวางกรอบการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทดังกล่าว แต่ไม่มีเนื้อหาที่ยืนยันว่า XRP จะถูกจัดประเภทเป็นสินค้าดิจิทัลตามกฎหมายฉบับนี้อย่างแน่ชัด ดังนั้นจึงยังเชื่อมโยงร่างกฎหมายนี้เข้ากับราคาของ XRP โดยตรงไม่ได้
กำหนดการลงมติในขั้นตอนกระบวนการของวุฒิสภาในวันที่ 15 กันยายน และตัวเลขความน่าจะเป็นที่ร่างกฎหมายจะผ่านภายในปีนี้ที่ 16-24% เป็นข้อมูลที่ปรากฏในรายงานต้นทาง อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบบันทึกอย่างเป็นทางการที่ยืนยันว่าการลงมติของวุฒิสภาในวันดังกล่าวถูกกำหนดแน่นอนแล้ว ทั้งกำหนดการและตัวเลขความน่าจะเป็นจึงยังไม่ถือเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคที่ถูกกล่าวถึง ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ และการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) โดยสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) เปิดเผยว่า ดัชนี PPI สำหรับอุปสงค์ขั้นสุดท้ายเดือนสิงหาคม 2026 เพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 5.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีกำหนดจัดประชุม FOMC ในวันที่ 15-16 กันยายน โดยกำหนดการนี้ไม่ได้เป็นเป้าหมายราคาของ XRP โดยตรง แต่ถูกหยิบยกขึ้นมาในฐานะปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคที่อาจส่งผลต่อความผันผวนของราคาในระยะสั้น
ระดับราคาที่ต้องติดตามจากการวิเคราะห์กราฟในขณะนี้คือแนวรับที่ 1.31 ดอลลาร์ และแนวต้านที่ 1.38-1.40 ดอลลาร์ ส่วนโอกาสที่ราคาจะขึ้นไปแตะ 1.60 ดอลลาร์หรือ 2 ดอลลาร์นั้น ยังต้องรอดูว่าราคาจะหลุดแนวรับ-แนวต้านดังกล่าวจริงหรือไม่ พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวของราคาหลังจากนั้น ก่อนจึงจะประเมินได้ชัดเจนขึ้น
ความคิดเห็น 0