Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) พุ่งแตะ 98,000 ดอลลาร์ ขณะธนาคารสหรัฐเตือนภัย 'สเตเบิลคอยน์สร้างดอกเบี้ย'

บิตคอยน์(BTC) มีราคาพุ่งใกล้แตะระดับ 98,000 ดอลลาร์ หรือราว 3.5 ล้านบาท ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่เริ่มชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดระหว่างอุตสาหกรรมคริปโตกับระบบการเงินแบบดั้งเดิมกลับเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะการมาถึงของ *สเตเบิลคอยน์แบบสร้างผลตอบแทน* ได้ก่อให้เกิดความกังวลว่าอาจเป็น ‘การเงินไร้ใบอนุญาต’ ที่เข้ามาเลียนแบบฟังก์ชันการรับฝากเงินของธนาคารโดยไม่มีการกำกับดูแล

เมื่อต้นสัปดาห์ ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ เจพีมอร์แกน(JP Morgan) ได้ออกโรงเตือนว่าสเตเบิลคอยน์ที่เสนอการจ่ายดอกเบี้ยอาจส่งผลให้ฟังก์ชันหลักของการเงินในระบบธนาคารกลายเป็นเรื่องไร้การควบคุม *ความคิดเห็น* จากนักวิเคราะห์มองว่าเรื่องนี้สะท้อนถึง ‘แรงกดดัน’ ที่ธนาคารแบบดั้งเดิมเริ่มเผชิญ ขณะเดียวกัน การเคลื่อนไหวของวอลล์สตรีทได้แสดงให้เห็นว่า ความต้องการเข้าร่วมในตลาดคริปโตยังคงเติบโต โดยมอร์แกนสแตนลีย์(Morgan Stanley) กำลังเดินหน้าเตรียมเปิดกองทุน ETF ที่อ้างอิงราคาบิตคอยน์และโซลานา(SOL)

ความคิดเห็นจากเจเรมี บาร์นัม(Jeremy Barnum) ประธานเจ้าหน้าที่การเงินของเจพีมอร์แกน ซึ่งกล่าวระหว่างแถลงผลประกอบการไตรมาส 4 ระบุว่า สเตเบิลคอยน์ที่จ่ายดอกเบี้ยกำลังทำหน้าที่เสมือนเงินฝากธนาคาร แต่กลับไม่อยู่ภายใต้ข้อบังคับทางการเงินที่สั่งสมมานานนับศตวรรษ เขาชี้ว่า “หากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่มีการกำกับดูแลที่ชัดเจน อาจสร้างระบบการเงินที่เสี่ยงและไม่พึงประสงค์” ความเห็นนี้เกิดขึ้นในช่วงที่สภาคองเกรสสหรัฐกำลังพิจารณาร่างกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล *ความคิดเห็น* จึงมองว่าธนาคารกำลังเตรียมรุกคืบด้านนโยบายผ่านการเร่งลอบบี้

ไม่เพียงเท่านั้น รายงานจาก Binance Research ชี้ว่าการที่มอร์แกนสแตนลีย์เดินหน้าขอเปิด ETF คริปโต ถือเป็นสัญญาณของ ‘การยอมรับระดับสถาบันในขั้นใหม่’ โดยเฉพาะจากวอลล์สตรีท รายงานระบุว่า “ETF เหล่านี้อาจกระตุ้นให้เจพีมอร์แกน, โกลด์แมนแซคส์ และธนาคารอื่นๆ ต้องรีบเร่งวางแผนกลยุทธ์ด้านสินทรัพย์ดิจิทัลให้เร็วขึ้น”

ในฝั่งของโปรเจกต์คริปโตที่มีความเกี่ยวโยงกับทรัมป์ บริษัท 'เวิลด์ลิเบอร์ตี้ไฟแนนเชียล(World Liberty Financial)' ได้เข้าสู่ตลาดสินเชื่อคริปโตผ่านการใช้ USD1 ซึ่งเป็น *สเตเบิลคอยน์* ที่ถือครองอยู่ โดยขณะนี้มีการหมุนเวียนแล้วกว่า 3.4 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 117,000 ล้านบาท แพลตฟอร์มชื่อ ‘เวิลด์ลิเบอร์ตี้มาร์เก็ต’ เปิดให้ผู้ใช้ใช้สินทรัพย์อย่างอีเธอเรียม(ETH), บิตคอยน์ในรูปแบบโทเคน, USDC และเทเธอร์(USDt) เป็นหลักค้ำประกันเพื่อขอกู้เป็น USD1

ซาค โฟกมาน(Zac Folkman) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งระบุว่าอนาคตมีแผนจะรับโทเคนของสินทรัพย์จริงเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันด้วย ทั้งนี้ บริษัทได้ยื่นคำขอต่อสำนักงานกำกับการเงินของสหรัฐ (OCC) เพื่อจัดตั้งทรัสต์แบงก์ครอบคลุมระดับประเทศ โดยตั้งเป้าขยายบทบาทของ USD1 ในด้านการชำระเงินข้ามพรมแดนและการบริหารเงินองค์กร

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมาจากบริษัทฟินเทค ‘ฟิกเกอร์ เทคโนโลยี(Figure Technology)’ ที่เปิดตัวระบบ *การยืมหุ้นบนบล็อกเชน* หรือ 'Open' โดยนำหุ้นจริงมาทำโทเคนและจัดซื้อขายหรือให้ยืมสินทรัพย์เหล่านี้โดยตรงผ่านระบบบล็อกเชน ซีอีโออย่างไมค์ แคกนี(Mike Cagney) กล่าวว่า “ผู้ใช้งานสามารถจัดการสินทรัพย์เหล่านี้ได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านตัวกลางทางการเงินทั่วไป” ปัจจุบัน ฟิกเกอร์มีมูลค่าบริษัทพุ่งแตะ 12,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 427,000 ล้านบาท

ความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึง *รอยร้าวที่ขยายตัว* ระหว่างภาคการเงินดั้งเดิมและอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งดูจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการวิวัฒน์ยกใหญ่ ความกังวลของธนาคารกับความคืบหน้าของคริปโตในภาคสถาบันได้แสดงให้เห็นว่า *อนาคตของตลาดคริปโตขึ้นอยู่กับทิศทางของทั้งระเบียบกฎหมายและการยอมรับในระบบเศรษฐกิจแบบเดิม* อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1