บิตคอยน์(BTC) มีแนวโน้มปรับขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2026 ท่ามกลางความเชื่อมั่นจากนักวิเคราะห์ แต่ก็ยังมีการเตือนถึงโครงสร้างตลาดระยะกลางถึงยาวที่ยังคง ‘อ่อนแอ’ โดยวิลลี วู(Willy Woo) นักวิเคราะห์สายออนเชน ระบุว่ามีสัญญาณของแนวโน้มขาขึ้นในช่วงไตรมาสแรกซึ่งมักเกิดขึ้นตามรูปแบบเดิมๆ แต่เขายังย้ำว่าการคาดการณ์นี้ไม่ได้มีความมั่นใจ 100% และเปรียบว่าเป็นเหมือนการมองเข้าไปใน ‘ลูกแก้ว’ อย่างไรก็ตาม วูยังคงมองบวกในระยะสั้น
ข้อมูลจาก CoinGlass ชี้ว่า ตั้งแต่ปี 2013 ค่าเฉลี่ยผลตอบแทนของบิตคอยน์ช่วงเดือนมกราคมอยู่ที่เพียง 4.28% ขณะที่เดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมสูงถึง 13.12% และ 12.21% ตามลำดับ ปัจจุบันราคาบิตคอยน์เคลื่อนไหวอยู่ที่ 95,520 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.4 ล้านบาท) พร้อมกับปรับตัวขึ้น 4.34% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้แนวโน้มราคาจะดูสดใส แต่การที่กระแสเงินทุนจากนักลงทุนชะลอตัวในช่วง 6 เดือนหลังถือเป็นแรงกดดันสำคัญ
อีกด้านหนึ่ง ชาร์ลส์ เอ็ดเวิร์ดส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทลงทุนคริปโต คา프รีออล อินเวสต์เมนต์ แสดงความเห็นว่า การฟื้นตัวทางเทคนิคในช่วงนี้เป็น ‘สัญญาณสำคัญ’ ที่อาจนำพาบิตคอยน์ทะลุแนวต้านที่ 108,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.59 ล้านบาท) โดยเฉพาะหากสัปดาห์นี้ราคาปิดเหนือ 93,500 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.37 ล้านบาท) ก็อาจยืนยันได้ว่าการร่วงลงล่าสุดเป็นเพียง ‘การหลอก’ หรือ fake-out ขณะที่นักวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง Rekt Capital ก็สนับสนุนแนวคิดนี้
เอ็ดเวิร์ดส์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า หากแนวโน้มระยะสั้นเดินหน้าไปถึงจุดสูงสุดที่ 108,000 ดอลลาร์ อาจทำให้เกิดการ ‘ล้างโพซิชั่นชอร์ต’ มูลค่ากว่า 673 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9.9 พันล้านบาท) ได้อีกด้วย
ในด้านของริปเปิล(XRP) กำลังเผชิญความเสี่ยงจาก ‘ความไม่แน่นอนทางกฎหมาย’ ของสหรัฐอเมริกา โดย CLARITY Bill หรือร่างกฎหมายที่ถูกเลื่อนการพิจารณาออกไป เนื่องจากแรงกดดันจากภาคตลาดคริปโต ทำให้เกิดความกังวลว่า XRP อาจได้รับผลกระทบด้านลบหากมีการปรับแก้ไขที่ไม่เป็นผลดี
พาฟ ฮุนดัล นักวิเคราะห์จาก Swyftx เตือนว่าสถานการณ์การพิจารณากฎหมายดังกล่าวอาจเป็นตัวกดดันราคาของ XRP ได้ โดยเฉพาะหากมี ‘เซอร์ไพรส์’ ที่คาดไม่ถึง ณ ปัจจุบัน XRP ซื้อขายอยู่ที่ 2.06 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,034 บาท) ลดลง 2.91% ในรอบ 7 วันที่ผ่านมา แม้จะมีแรงซื้อเกิดขึ้นที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน แต่ก็ยังไม่สามารถผ่านแนวต้านที่ 2.39 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับค่าเฉลี่ย 200 วัน ได้อย่างมั่นคง
ฮุนดัลตั้งข้อสังเกตว่า โมเมนตัมของราคากำลังผูกกับ ‘เนื้อเรื่อง’ มากเกินไป และหากไม่มีอุปสงค์จริงรองรับ ราคาก็มีแนวโน้มเผชิญแรงขายตามมา ด้าน Jake Kennis จาก Nansen เสริมว่า ความคืบหน้าของกฎหมาย CLARITY จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อพฤติกรรมของนักลงทุนใน XRP
与此同时 กลุ่มริปเปิลยังแสดงพลังในการขยายธุรกิจ โดยสามารถดึงมูลค่าตลาดของสเตเบิลคอยน์ RLUSD ได้ถึง 1.33 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.95 หมื่นล้านบาท) พร้อมจับมือกลุ่ม SBI ในญี่ปุ่นเพื่อบุกตลาดอย่างจริงจัง นอกจากนี้ โครงการจัดตั้ง ‘ริปเปิลแบงก์’ และเงินลงทุนจาก ETF ก็อาจเป็นปัจจัยหนุนเสริมในอนาคต
ต่อมาที่อีเธอเรียม(ETH) นักวิเคราะห์ แมทธิว ไฮแลนด์ ระบุว่า ETH อาจกำลังเข้าสู่ ‘วัฏจักรที่ 4’ หรือ ‘ไซเคิลใหม่’ โดยให้ความเห็นว่า จุดต่ำสุดของไซเคิลนี้น่าจะเกิดขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 ถ้าอิงจากอดีต ราคาพีกมักเกิดขึ้นที่เดือนที่ 38 ซึ่งเคยแตะระดับสูงสุดที่ 4,953 ดอลลาร์ (ประมาณ 728,000 บาท) ในรอบที่แล้ว
ในทางเทคนิค Titan of Crypto เชื่อว่า หากรูปแบบปัจจุบันมีการยืนยัน ราคาน่าจะวิ่งขึ้นไปถึง 4,200 ดอลลาร์ (ประมาณ 618,000 บาท) หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 27.56% จากระดับปัจจุบันที่ 3,292 ดอลลาร์ โดยสอดคล้องกับกิจกรรมของ BitMine ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน ที่เปิดเผยว่าได้สเตกอีเธอเรียมเพิ่มจนแตะ 1.5 ล้าน ETH แล้ว
อย่างไรก็ตาม มุมมองจากสถาบันการเงินเริ่มออกมาในเชิงอนุรักษ์นิยม โดยธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ปรับลดคาดการณ์สิ้นปีของ ETH จาก 12,000 ดอลลาร์เหลือ 7,500 ดอลลาร์ และรายปี 2028 จาก 22,000 เหลือ 20,000 ดอลลาร์ แม้จะยังมองว่ามีโอกาสแตะ 40,000 ดอลลาร์ภายในปี 2030
บิตคอยน์กำลังส่งสัญญาณเชิงบวกในแง่ของราคา แต่สภาพจิตวิทยาการลงทุนกลับสวนทาง แพลตฟอร์มวิเคราะห์ Sentiment ระบุว่า การแพร่กระจายของ FUD (ความกลัว ความไม่แน่นอน และความสงสัย) ในช่วง 10 วันล่าสุดอาจกลายเป็นเชื้อเพลิงให้ตลาดกลับฟื้นตัวได้ ในขณะที่ ‘ดัชนีความกลัวและความโลภ’ (Crypto Fear & Greed Index) ขยับสู่ ‘โหมดโลภ’ ที่ 61 คะแนน ซึ่งถือเป็นกำลังใจต่อฝั่งขาขึ้นหลังเผชิญความตึงเครียดต่อเนื่องหลายเดือน
ถึงแม้ดัชนีนี้จะเป็นไปในทางบวก แต่ดัชนี ‘อัลท์ซีซัน’ ยังสะท้อนว่าบิตคอยน์ยังกินส่วนแบ่งของตลาดอยู่อย่างชัดเจน โดยมีคะแนนเพียง 27 จาก 100 สะท้อนว่า ‘ซีซันของอัลต์’ ยังมาไม่ถึง
ขณะเดียวกัน ตลาดพยากรณ์อย่าง Polymarket เผยว่า โอกาสที่บิตคอยน์จะทะลุ 100,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นเดือนนี้อยู่ที่ 54% แต่ถ้าเป็นภายในสิ้นปี ตัวเลขพุ่งสูงถึง 91% อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ที่จะทำลายสถิติเดิมที่ 120,000 ดอลลาร์นั้นยังจำกัดอยู่ที่ 54% เท่านั้น
ความน่าสนใจคือ ความหวังจะเห็นบิตคอยน์แตะ 200,000 ดอลลาร์ในปีนี้ยังอยู่ที่เพียง 10% ขณะที่ความเป็นไปได้ที่ราคาจะร่วงต่ำกว่า 75,000 ดอลลาร์มีสูงถึง 63% สำหรับอีเธอเรียม ความเป็นไปได้ที่จะปิดเดือนมกราคมที่ระดับสูงกว่า 3,600 ดอลลาร์อยู่ที่เพียง 36% และแตะ 3,800 ดอลลาร์อยู่แค่ 16%
ด้วยความไม่แน่นอนที่ยังปกคลุมตลาด นักลงทุนจำนวนมากยังคงตั้งรับโอกาสผ่านการวิเคราะห์ทางเทคนิคระยะสั้นและจับตานโยบายใหม่จากรัฐบาลเป็นหลัก โดยที่ ‘ความระวังแต่คาดหวัง’ กลายเป็นท่าทีหลักของปีนี้อย่างชัดเจน
ความคิดเห็น 0