Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

พรีเมียมคอยน์เบสติดลบต่อเนื่อง 60 วัน จับตาสัญญาณฟื้นตัวดีมานด์บิตคอยน์(BTC)สหรัฐฯ

บิตคอยน์(BTC) มีข้อมูลยืนยันว่าดัชนีพรีเมียมคอยน์เบส (Coinbase Premium) ซึ่งใช้วัดดีมานด์ซื้อขายบิตคอยน์(BTC)ในตลาดสหรัฐฯ ยังคงติดลบต่อเนื่องมาแล้ว 60 วันนับถึงกลางเดือนกรกฎาคม สะท้อนว่าราคาบิตคอยน์(BTC)บนกระดานเทรดสหรัฐฯ ยังคงต่ำกว่าราคาตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

AMBCrypto รายงานอัปเดตเมื่อวันที่ 16 ว่าพรีเมียมบิตคอยน์(BTC)ของคอยน์เบส(Coinbase)ติดลบต่อเนื่องมาแล้ว 90 วัน โดยตัวเลขล่าสุดอยู่ที่ -0.1066% อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบไขว้กับรายงานอื่นที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ช่วงเวลาติดลบต่อเนื่องยาวนานที่ยืนยันได้ชัดเจนที่สุดคือ 50 วัน ตามรายงานของ CoinDesk เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม และ 60 วัน ตามรายงานของ The Block เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม

ดัชนีพรีเมียมคอยน์เบส (Coinbase Premium Index) เป็นตัวชี้วัดส่วนต่างราคาบิตคอยน์(BTC)ระหว่างคอยน์เบสโปร(Coinbase Pro)กับไบแนนซ์(Binance) โดย Coinglass อธิบายว่าดัชนีนี้แสดงทั้งส่วนต่างราคาและอัตราส่วนระหว่างสองกระดานเทรดดังกล่าว

Glassnode ตีความว่า เมื่อราคาบิตคอยน์(BTC)บนคอยน์เบส(Coinbase)ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาดโลก มักเชื่อมโยงกับแรงขายจากนักลงทุนในสหรัฐฯ หรือดีมานด์ที่อ่อนตัวลง เนื่องจากคอยน์เบส(Coinbase)ถูกมองเป็นช่องทางซื้อขายสปอตหลักที่อิงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ พรีเมียมนี้จึงถูกใช้เป็นดัชนีเสริมในการวัด ‘อุณหภูมิ’ ของแรงซื้อฝั่งสหรัฐฯ

หากพรีเมียมเป็นบวก หมายความว่าราคาบนคอยน์เบส(Coinbase)สูงกว่าตลาดอื่นเชิงเปรียบเทียบ ในทางกลับกัน หากติดลบ หมายความว่าบิตคอยน์(BTC)เหรียญเดียวกันถูกซื้อขายในราคาที่ต่ำกว่าบนคอยน์เบส(Coinbase) ตลาดมองสัญญาณนี้ว่าดีมานด์สปอตในสหรัฐฯ อ่อนกว่ากระดานเทรดต่างประเทศ หรือแรงขายในฝั่งสหรัฐฯ มีมากกว่าเชิงเปรียบเทียบ

CoinDesk รายงานเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมว่า พรีเมียมคอยน์เบส(Coinbase)ติดลบต่อเนื่องมาแล้ว 50 วัน ขณะที่กองทุน ETF บิตคอยน์(BTC)สปอตของสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ ด้าน The Block รายงานเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมว่าดัชนีดังกล่าวติดลบต่อเนื่องครบ 60 วัน โดยตัวเลขจาก Coinglass ในขณะนั้นอยู่ที่ -0.1025%

เมื่อพิจารณาตามลำดับเวลา สัญญาณแรงขายเห็นได้ชัดตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม Glassnode ระบุในรายงานวันที่ 1 กรกฎาคมว่า บิตคอยน์(BTC)หลุดต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ ขณะที่กองทุน ETF สปอตสหรัฐฯ อยู่ในสถานะไหลออกสุทธิ และเงินทุนสถาบันไหลเข้าอ่อนตัวลง

อย่างไรก็ตาม ดัชนีเดียวกันนี้ไม่ได้ชี้ไปทิศทางเดียวเสมอไป Glassnode ระบุในรายงานวันที่ 13 กรกฎาคมว่า บิตคอยน์(BTC)ฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ระดับประมาณ 64,000 ดอลลาร์ และกองทุน ETF สปอตสหรัฐฯ พลิกกลับมาไหลเข้าสุทธิ โดยรายงานฉบับเดียวกันระบุเพิ่มเติมว่าปริมาณซื้อขายสปอตลดลง 21.5% และค่าเดลต้าปริมาณซื้อขายสะสมยังคงติดลบ

ด้วยเหตุนี้ แนวโน้มติดลบของพรีเมียมคอยน์เบส(Coinbase)จึงไม่ใช่สัญญาณการล่มสลายของราคา แต่เป็นดัชนีด้านอุปสงค์-อุปทานที่ใช้ประเมินว่าดีมานด์สหรัฐฯ ฟื้นตัวแล้วหรือยังมากกว่า พรีเมียมบอกทิศทางของดีมานด์ได้ แต่ไม่ได้ฟันธงสาเหตุ จึงต้องดูกระแสเงินทุน ETF ปริมาณซื้อขายสปอต และโพซิชันในตลาดอนุพันธ์ประกอบกัน

ในเชิงโครงสร้างตลาด พรีเมียมคอยน์เบส(Coinbase)สะท้อนราคาเชิงเปรียบเทียบของนักลงทุนสหรัฐฯ และการซื้อขายที่อิงดอลลาร์ แต่เนื่องจากสภาพคล่องระหว่างกระดานเทรดทั่วโลก การเก็งกำไรส่วนต่างราคา (arbitrage) และการเปลี่ยนแปลงโพซิชันอนุพันธ์เคลื่อนไหวไปพร้อมกัน จึงยากที่จะฟันธงทิศทางเงินทุนสถาบันจากดัชนีเพียงตัวเดียว

ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า ดีมานด์บิตคอยน์(BTC)ถูกประเมินไว้ที่ -32,000 BTC แต่แรงดูดซับจากผู้ถือระยะยาวยังคงมีอำนาจเหนือกว่าต่อเนื่อง ซึ่งขณะนั้นประเด็นสำคัญคือต้องพิจารณาทั้งความอ่อนแรงของดัชนีดีมานด์และแรงดูดซับของผู้ถือระยะยาวไปพร้อมกัน

ประเด็นถกเถียงรอบนี้ก็อยู่ในทิศทางเดียวกัน จนถึงกลางเดือนกรกฎาคมมีการยืนยันแนวโน้มติดลบต่อเนื่อง 60 วัน และต้องพิจารณาทั้งกระแสเงินทุน ETF และปริมาณซื้อขายสปอตไปพร้อมกัน จึงจะประเมินความเร็วในการฟื้นตัวของดีมานด์สปอตสหรัฐฯ ได้แม่นยำขึ้น

ส่วนข้อมูลเสริมในบทความของ AMBCrypto อย่างดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ (RSI) แถบโบลลินเจอร์ (Bollinger Bands) และการกล่าวถึงกระเป๋าเงินรายใหญ่ที่ซื้อบิตคอยน์(BTC)ราว 54,000 BTC ถือเป็นข้อมูลประกอบการวิเคราะห์เท่านั้น แต่หากพิจารณาเฉพาะตัวเลขหลักที่ตรวจสอบไขว้ได้ ข้อสรุปที่ยืนยันได้ในขณะนี้คือ ยังไม่สามารถระบุได้ว่าดีมานด์สหรัฐฯ ฟื้นตัวเต็มที่แล้ว

ปฏิกิริยาจากโซเชียลมีเดียและชุมชนนักลงทุนก็แบ่งออกเป็นสองฝ่าย บางส่วนมองว่าต้องเห็นเงินทุนไหลเข้าตลาดสปอตและ ETF ต่อเนื่องก่อน จึงจะถือว่าเป็นการกลับตัวของแนวโน้มได้ ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าสัญญาณการฟื้นตัวของดีมานด์สหรัฐฯ จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อพรีเมียมพลิกกลับมาเป็นบวก

ดังนั้น จุดที่ตลาดต้องจับตาต่อไปคือ พรีเมียมคอยน์เบส(Coinbase)จะพลิกกลับมาเป็นบวกหรือไม่ และกองทุน ETF บิตคอยน์(BTC)สปอตของสหรัฐฯ จะรักษาสถานะไหลเข้าสุทธิได้ต่อเนื่องเพียงใด รวมถึงต้องติดตามว่าปริมาณซื้อขายสปอตและโพซิชันในตลาดอนุพันธ์จะปรับตัวดีขึ้นไปพร้อมกันหรือไม่

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1