แอปเปิล(AAPL) ฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ของตัวเองสำหรับใช้งานใน Apple Intelligence เวอร์ชันจีน โดยได้รับการสนับสนุนด้านเทคนิคจากอาลีบาบา(BABA) ตามรายงานที่เปิดเผยออกมา สะท้อนแนวโน้มที่แอปเปิลต้องแยกโครงสร้างการให้บริการ AI ตามกฎระเบียบและระบบนิเวศโมเดลท้องถิ่นของแต่ละประเทศชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
รอยเตอร์(Reuters) รายงานว่า แอปเปิลพัฒนาโมเดลเฉพาะสำหรับตลาดจีนร่วมกับอาลีบาบา และโมเดลนี้อาจถูกนำไปใช้กับบางฟีเจอร์ของ Apple Intelligence เวอร์ชันจีนแผ่นดินใหญ่ ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า แอปเปิลฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของตัวเองสำหรับตลาดจีนร่วมกับอาลีบาบา มาแล้ว
สำนักงานบริหารไซเบอร์สเปซแห่งชาติจีน (Cyberspace Administration of China) ประกาศเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม เปิดเผยข้อมูลการขึ้นทะเบียนบริการ AI เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) บนอุปกรณ์พกพา 7 รายการ ซึ่งรวมถึง ‘Apple Intelligence’ ด้วย โดยระบุว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการขึ้นทะเบียนร่วมกัน เพื่อส่งเสริมทั้งนวัตกรรมและการใช้งานที่เป็นไปตามกรอบกำกับดูแลของบริการ AI เชิงสร้างสรรค์
Apple Intelligence เวอร์ชันจีนมีโครงสร้างต่างจากตลาดอื่นอย่างสหรัฐฯ เนื่องจากแชทจีพีที(ChatGPT) ของโอเพนเอไอ(OpenAI) และคลอด(Claude) ของแอนโทรปิก(Anthropic) ไม่สามารถใช้งานได้ในจีน แอปเปิลจึงต้องผสมผสานโมเดลจากบริษัทท้องถิ่นแทน
ฝั่งอาลีบาบาระบุว่า โมเดลภาษาขนาดใหญ่ ‘เฉียนเวิ่น (Qwen)’ จะถูกผนวกเข้ากับประสบการณ์ Apple Intelligence บน iOS, iPadOS, macOS และ visionOS สำหรับผู้ใช้ในจีน ขณะที่ไป่ตู้(BIDU) ก็ระบุว่ากำลังร่วมมือกับแอปเปิลในการพัฒนาฟีเจอร์ Apple Intelligence เวอร์ชันจีนเช่นกัน
ที่ผ่านมาแอปเปิลใช้วิธีผสมเทคโนโลยีของตัวเองเข้ากับโมเดลภายนอกในตลาดฝั่งตะวันตก แต่ในจีน ข้อจำกัดการเข้าถึงบริการ AI จากต่างประเทศ ผนวกกับขั้นตอนการขึ้นทะเบียนบริการ AI เชิงสร้างสรรค์ ทำให้แอปเปิลต้องจัดโครงสร้างความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ท้องถิ่นแยกต่างหาก แม้จะเป็นฟีเจอร์เดียวกันก็ตาม
รายงานล่าสุดนี้เพิ่มเติมจากที่เคยทราบกันว่า แอปเปิลไม่ได้เพียงเชื่อมต่อโมเดลของบุคคลที่สามในจีนเท่านั้น แต่ยังฝึกโมเดลของตัวเองสำหรับตลาดจีนควบคู่กันไปด้วย ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า โมเดลเฉียนเวิ่นของอาลีบาบาจะถูกผนวกเข้ากับ Apple Intelligence เวอร์ชันจีน เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม แอปเปิลยังไม่เปิดเผยว่าจะแบ่งงานระหว่างโมเดลของตัวเอง เฉียนเวิ่น และเทคโนโลยีของไป่ตู้อย่างไร รวมถึงยังไม่ประกาศวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการในจีนแผ่นดินใหญ่
รอยเตอร์ระบุว่าฟีเจอร์ดังกล่าวอาจเปิดให้ใช้งานในจีนหลังการอัปเดต iOS ในอนาคต แต่แอปเปิลยังไม่มีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการออกมา
ฟีเจอร์ AI ในตลาดสมาร์ตโฟนจีนเชื่อมโยงโดยตรงกับสภาพการแข่งขันของแอปเปิลในประเทศ ข้อมูลของไอดีซี(IDC) ณ วันที่ 14 กรกฎาคม ระบุว่ายอดส่งมอบสมาร์ตโฟนในจีนช่วงไตรมาส 2 ปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 66 ล้านเครื่อง ลดลง 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในช่วงเวลาเดียวกัน หัวเว่ย(Huawei) ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ที่ 22.6% ส่วนแอปเปิลอยู่อันดับ 2 ที่ 18.1% โดยยอดส่งมอบของแอปเปิลเพิ่มขึ้น 24.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
อาเธอร์ กัว(Arthur Guo) นักวิเคราะห์ประจำจีนของไอดีซี กล่าวว่า “หัวเว่ยและแอปเปิลตรึงราคาสินค้าไว้ในช่วงที่คู่แข่งปรับราคาขึ้น ซึ่งช่วยสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคที่ลังเลตัดสินใจซื้อ ในไตรมาสที่ตลาดส่วนใหญ่ยังรอดูสถานการณ์” คำกล่าวนี้สะท้อนมุมมองที่ว่ากลยุทธ์ด้านราคามีผลต่ออุปสงค์ระยะสั้นของตลาด
แอปเปิลยังมีโจทย์ที่ต้องปิดช่องว่างด้านฟีเจอร์ AI ในจีน ท่ามกลางสถานการณ์ที่ผู้ผลิตจีนต่างชูจุดขายฟีเจอร์ Generative AI แบบออนดีไวซ์ ขอบเขตการให้บริการ Apple Intelligence ในจีนและการรองรับตามรุ่นอุปกรณ์ อาจเป็นปัจจัยที่ตัดสินทิศทางการแข่งขันในตลาดนี้ต่อไป
ประเด็นที่ควรจับตาคือ บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ระดับโลกออกแบบฟีเจอร์ AI ต่างกันไปตามกฎระเบียบและพาร์ตเนอร์ในแต่ละประเทศ แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์เดียวกันก็ตาม เรื่องนี้ไม่ได้เชื่อมโยงโดยตรงกับธุรกิจคริปโตเคอร์เรนซี ส่วนความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ก็จำกัดอยู่แค่ความต้องการด้านอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้รันโมเดล AI เท่านั้น
แหล่งข้อมูลสาธารณะที่ใช้ตรวจสอบ: The Verge, สำนักงานบริหารไซเบอร์สเปซแห่งชาติจีน, South China Morning Post, IDC
ความคิดเห็น 0