กองทุน H&H International Investment LLC ที่บริหารโดยต้วน หย่งผิง (Duan Yongping) รายงานมูลค่าพอร์ตหุ้นสหรัฐฯ ณ สิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 1.9101 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลงจากประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อสิ้นไตรมาส 1
ตามเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) H&H International Investment ได้ยื่นรายงาน 13F-HR ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม รายงาน 13F เป็นเอกสารที่สถาบันการลงทุนในสหรัฐฯ ต้องเปิดเผยสัดส่วนการถือครองหุ้นหลังสิ้นสุดแต่ละไตรมาส
พอร์ตการลงทุนมีทั้งหมด 18 หลักทรัพย์ โดยหุ้นที่ถือครองมากที่สุดคือแอปเปิล(AAPL) มูลค่าประมาณ 7,840 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วน 41.05% ของพอร์ต
หุ้นเบิร์กเชียร์ แฮทาเวย์ กลุ่ม B(BRK.B) อยู่อันดับสองด้วยมูลค่าประมาณ 4,620 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 24.18% ส่วนพินตัวตัว(PDD) อยู่อันดับสามด้วยมูลค่าประมาณ 1,910 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วน 9.99%
ทิศทางการปรับพอร์ตแตกต่างกันไปในแต่ละหุ้น โดยในไตรมาส 2 กองทุนได้ลดจำนวนหุ้นแอปเปิล(AAPL) ลง 1,846,900 หุ้น
ขณะเดียวกันก็ลดหุ้นเอ็นวิเดีย(NVDA) ลง 7,563,100 หุ้น และลดหุ้นอัลฟาเบท(GOOG) บริษัทแม่ของกูเกิล ลงกว่า 1.7 ล้านหุ้น ซึ่งรายงาน 13F ฉบับก่อนหน้านี้ก็เคยแสดงรูปแบบเดียวกัน คือเพิ่มน้ำหนักพินตัวตัวพร้อมลดเอ็นวิเดียและอัลฟาเบท
ในทางกลับกัน การถือครองพินตัวตัว(PDD) กลับเพิ่มขึ้น โดยกองทุนซื้อเพิ่มในไตรมาส 2 อีก 5,273,800 หุ้น
จำนวนหุ้นพินตัวตัว(PDD) ที่ถือครองเพิ่มขึ้น 26.71% จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนว่าสัดส่วนหุ้นกลุ่มอินเทอร์เน็ตผู้บริโภคของจีนในพอร์ตนี้ขยายตัวขึ้น
อาลีบาบา(BABA) เป็นหุ้นที่เพิ่มเข้าพอร์ตใหม่จำนวน 301,400 หุ้น มูลค่า ณ สิ้นไตรมาสประมาณ 28.93 ล้านดอลลาร์
ส่วนทีเอสเอ็มซี(TSM) ของไต้หวัน และคราวด์สไตรค์(CRWD) หายไปจากรายการถือครองในไตรมาส 2 ซึ่งแตกต่างจากรายงานสิ้นไตรมาส 1 ที่ทั้งสองหุ้นยังคงอยู่ในพอร์ตด้วยสัดส่วนเล็กน้อย
การเปิดเผยครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าพอร์ตหุ้นสหรัฐฯ ของต้วน หย่งผิง ซึ่งเป็นที่คุ้นเคยในหมู่นักลงทุนจีน มีการปรับเปลี่ยนระหว่างหุ้นกลุ่มอินเทอร์เน็ตผู้บริโภคและหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่างไร อย่างไรก็ตาม รายงาน 13F เป็นข้อมูลที่เปิดเผยล่าช้าหลังสิ้นไตรมาส จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าตรงกับสถานะการถือครองปัจจุบัน
ความคิดเห็น 0