คอสแดก(Kosdaq)ทำผลตอบแทนสะสมเดือนสิงหาคม 20.13% ครองอันดับหนึ่งในบรรดาดัชนีหุ้นหลักของโลก แต่เงินทุนในสัปดาห์ที่สองกลับไหลเข้าคอสพี(Kospi)ซึ่งนำโดยซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์(Samsung Electronics)และเอสเค ไฮนิกซ์(SK Hynix)
ตามข้อมูลรวบรวมของตลาดหลักทรัพย์เกาหลี(Korea Exchange)และยอนฮับอินโฟแมกซ์(Yonhap Infomax)ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 16 ดัชนีคอสแดกปิดตลาดวันที่ 14 สิงหาคม ที่ 864.65 จุด เพิ่มขึ้น 0.38% จากวันก่อนหน้า ส่วนคอสพีในวันเดียวกันปิดที่ 6,977.94 จุด เพิ่มขึ้น 2.42%
ในสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม คอสแดกเพิ่มขึ้น 10.98% ครองอันดับหนึ่งด้านผลตอบแทนรายสัปดาห์ในบรรดาดัชนีหลักของโลก ส่วนสัปดาห์ที่สอง คอสพีกลับมาเป็นอันดับหนึ่งรายสัปดาห์อีกครั้งด้วยการเพิ่มขึ้น 11.49%
หากพิจารณาเป็นรายเดือน คอสแดกยังคงนำอยู่ นับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม คอสแดกเพิ่มขึ้น 20.13% ขณะที่คอสพีเพิ่มขึ้น 5.80%
ทิศทางรายสัปดาห์เปลี่ยนไป ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์และเอสเค ไฮนิกซ์ปรับตัวขึ้นติดต่อกันสี่วันทำการตั้งแต่วันที่ 11 ถึง 14 สำนักข่าวยอนฮับ(Yonhap)รายงานว่าความกังวลเรื่องอุปสงค์โครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์(AI)ในสหรัฐฯที่คลี่คลายลง ประกอบกับความคาดหวังต่อนโยบายตอบแทนผู้ถือหุ้นใหม่ ทำให้กระแสเงินซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติไหลกลับเข้าหุ้นเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่อีกครั้ง
กระแสเงินทุนต่างชาติก็หันกลับไปที่คอสพีเช่นกัน นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในคอสพีเกือบ 6,000 พันล้านวอนในสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม แต่พลิกมาซื้อสุทธิ 6,574.1 พันล้านวอนในสัปดาห์ที่สอง
ในทางกลับกัน คอสแดกถูกนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิกว่า 1,000 พันล้านวอนในสัปดาห์แรก และขายสุทธิต่อเนื่องอีก 618.7 พันล้านวอนในสัปดาห์ที่สอง ขณะที่นักลงทุนสถาบันในสัปดาห์ที่สองซื้อสุทธิในคอสพี 771.9 พันล้านวอน แต่ขายสุทธิในคอสแดก 40.3 พันล้านวอน
นักลงทุนรายย่อยเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้าม สัปดาห์ที่สอง นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิในคอสพี 7,084.6 พันล้านวอน และซื้อสุทธิในคอสแดก 646 พันล้านวอน กล่าวได้ว่าแกนหลักของเงินทุนที่หนุนการดีดตัวระยะสั้นของคอสแดกได้เอนไปทางนักลงทุนรายย่อย
กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้นต่อผลิตภัณฑ์ ETF และ ETN ประเภทเลเวอเรจรายหุ้นเดี่ยว ก็ถูกระบุว่าเป็นอีกปัจจัยเบื้องหลังการเปลี่ยนทิศทางของเงินทุนครั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เลเวอเรจรายหุ้นเดี่ยวเป็นผลิตภัณฑ์กองทุนจดทะเบียนที่ออกแบบให้เคลื่อนไหวตามการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้นรายตัวในแต่ละวันด้วยอัตราทวีคูณที่กำหนดไว้ ด้วยความผันผวนของราคาที่สูง จึงอาจทำให้ผลขาดทุนของนักลงทุนขยายตัวมากขึ้น
คณะกรรมการกำกับดูแลบริการทางการเงินเกาหลี(Financial Services Commission)ระบุในเอกสารเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมว่า ได้เลื่อนกำหนดเวลาบังคับใช้มาตรการเพิ่มเงินฝากขั้นต่ำสำหรับผลิตภัณฑ์เลเวอเรจรายหุ้นเดี่ยวให้เร็วขึ้นเป็นวันที่ 31 กรกฎาคม โดยนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการซื้อใหม่หรือซื้อเพิ่มผลิตภัณฑ์ ETF และ ETN เลเวอเรจรายหุ้นเดี่ยวทั้งในและต่างประเทศ จะต้องมีเงินสดในบัญชีอย่างน้อย 30 ล้านวอน โดยหลักทรัพย์ค้ำประกันจะไม่ถูกนับรวม
ในมาตรการเพิ่มเติมที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม คณะกรรมการกำกับดูแลบริการทางการเงินระบุว่า ในช่วงวันที่ 26 พฤษภาคมถึง 10 กรกฎาคม ความผันผวนของราคาหุ้นบริษัทเซมิคอนดักเตอร์หน่วยความจำรายใหญ่อยู่ที่แซนดิสก์(SanDisk) 131%, ไมครอน(Micron) 123%, คิออกเซีย(Kioxia) 118%, เอสเค ไฮนิกซ์ 113% และซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ 96% เอกสารฉบับเดียวกันระบุว่า สัดส่วนมูลค่าตลาดของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์และเอสเค ไฮนิกซ์ในคอสพีเพิ่มขึ้นจาก 34% ณ สิ้นปี 2025 เป็น 52% ณ วันที่ 15 กรกฎาคม 2026
หลังกฎเกณฑ์มีผลบังคับใช้ไม่นาน มูลค่าการซื้อขายในคอสแดกก็เพิ่มขึ้น มูลค่าการซื้อขายคอสแดกที่ 4,492.9 พันล้านวอนเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม เพิ่มขึ้นเป็น 5,435.7 พันล้านวอนในวันที่ 31 และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 7,123.4 พันล้านวอนในวันที่ 10 สิงหาคม ส่วนวันที่ 14 มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 7,558.7 พันล้านวอน
โทเคนโพสต์(TokenPost)เคยรายงานก่อนหน้านี้ถึงกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับคอสแดก หลังมาตรการเข้มงวดต่อผลิตภัณฑ์เลเวอเรจรายหุ้นเดี่ยวเริ่มบังคับใช้ คอสแดกปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหลังจากที่เพิ่มขึ้น 18.72% นับจากต้นเดือนจนถึงวันที่ 10 ซึ่งเป็นช่วงที่นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 1,224 พันล้านวอน
อย่างไรก็ตาม ทิศทางล่าสุดยากที่จะมองว่าเป็นความแข็งแกร่งเฉพาะของคอสแดกเพียงลำพัง เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง แรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติและสถาบันกระจุกตัวอยู่ที่คอสพีมากขึ้น ขณะที่คอสแดกยังคงถูกนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่อง
วอลล์สตรีทเจอร์นัล(The Wall Street Journal)รายงานว่า ณ วันที่ 13 สิงหาคม คอสพีดีดตัวขึ้นราว 22% จากจุดต่ำสุดล่าสุด และเข้าสู่ภาวะตลาดกระทิง โดยมีซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์และเอสเค ไฮนิกซ์เป็นแกนหลักของการฟื้นตัวครั้งนี้
คอสแดกยังคงครองอันดับหนึ่งด้านผลตอบแทนสะสมของเดือนสิงหาคม แต่ ณ วันที่ 14 เงินทุนของนักลงทุนต่างชาติและสถาบันแสดงทิศทางที่เอนเอียงไปทางหุ้นเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ในคอสพีมากกว่า
ความคิดเห็น 0