นักลงทุนรายย่อยเกาหลีที่ลงทุนหุ้นต่างประเทศซื้อกองทุน SOXL หรือ Direxion Daily Semiconductor Bull 3X ETF สุทธิรวม 662.85 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 936,600 ล้านวอน) ในช่วง 2 วันทำการ หลังจากต้นเดือนนี้เทขายสุทธิต่อเนื่อง กระแสเงินพลิกกลับมาซื้อพร้อมกับการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ
ตามข้อมูลของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์เกาหลี (Korea Securities Depository) ผ่านระบบ SEIBro เมื่อวันที่ 15 ระบุว่า นักลงทุนในประเทศซื้อ SOXL สุทธิ 544.46 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 12 และ 118.39 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 13 ตามวันที่ทำรายการ รวมยอดซื้อสุทธิ 2 วันอยู่ที่ 662.85 ล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านี้ในวันที่ 3 ซึ่งเป็นวันทำการแรกของเดือน นักลงทุนกลุ่มนี้เทขาย SOXL สุทธิ 664.39 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว และยอดสะสมจนถึงวันที่ 11 ยังคงเป็นการขายสุทธิที่ 1,638.93 ล้านดอลลาร์ ก่อนทิศทางจะพลิกกลับมาเป็นซื้อสุทธิในวันที่ 12-13
SOXL คือชื่อย่อของ Direxion Daily Semiconductor Bull 3X ETF กองทุน ETF ที่บริหารโดยดิเร็กชั่น (Direxion) ซึ่งระบุในเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ว่ากองทุนนี้มีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนรายวันคิดเป็น 300% ของดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ NYSE ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย
กองทุน ETF แบบเลเวอเรจถูกออกแบบให้ติดตามผลตอบแทนเป็นทวีคูณในกรอบ 'รายวัน' เท่านั้น เนื่องจากคำนวณผลตอบแทนใหม่ทุกวัน ผลตอบแทนสะสมในช่วงเวลาหนึ่งจึงไม่ได้เท่ากับ 3 เท่าของผลตอบแทนดัชนีอ้างอิงแบบตายตัวเสมอไป
เบื้องหลังการกลับมาซื้อคือการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ โดยดัชนีฟิลาเดลเฟียเซมิคอนดักเตอร์ (Philadelphia Semiconductor Index) ที่เคยร่วงลงไปแตะ 10,447.49 จุดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 12,456.00 จุดในวันที่ 13
ราคา SOXL เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน จากระดับ 114.72 ดอลลาร์เมื่อสิ้นเดือนก่อน ขึ้นมาอยู่ที่ 145.36 ดอลลาร์ในวันที่ 13 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 25%
ยอดซื้อสุทธิ SOXL ใน 2 วันดังกล่าว สูงกว่าอันดับ 2 อย่างอัลฟาเบท(GOOGL) ที่มียอดซื้อสุทธิ 62.09 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันถึง 13 เท่า สะท้อนว่าเม็ดเงินกระจุกตัวอยู่ที่กองทุนเลเวอเรจเซมิคอนดักเตอร์ตัวนี้เป็นพิเศษ
นักลงทุนรายย่อยเกาหลีซื้อ SOXL สุทธิต่อเนื่องจนถึงเดือนมีนาคม ก่อนพลิกมาขายสุทธิในเดือนเมษายนและพฤษภาคม จากนั้นกลับมาซื้อมากกว่าขายอีกครั้งตั้งแต่เดือนมิถุนายน และในเดือนกรกฎาคมมียอดซื้อสุทธิสูงถึง 3,785.86 ล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานเรื่องการซื้อสุทธิหุ้นสหรัฐฯ ของนักลงทุนรายย่อยเกาหลีที่ขยายตัวในเดือนกรกฎาคม พร้อมเม็ดเงินกระจุกตัวในกองทุน ETF เลเวอเรจ ซึ่งช่วงนั้นก็พบกระแสเงินไหลเข้าหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีสหรัฐฯ รวมถึงผลิตภัณฑ์เลเวอเรจความเสี่ยงสูงเช่นกัน
หลังยอดซื้อสุทธิ 2 วันล่าสุด ยอดขายสุทธิสะสมของ SOXL ตั้งแต่วันที่ 1-13 เดือนนี้ลดลงเหลือ 976.08 ล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าถือครอง SOXL ของนักลงทุนรายย่อยเกาหลี ณ วันที่ 12 อยู่ที่ 6,559.03 ล้านดอลลาร์
มูลค่าถือครองดังกล่าวทำให้ SOXL ขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ของหุ้นสหรัฐฯ ที่นักลงทุนรายย่อยเกาหลีถือครองสูงสุด รองจากเทสลา(TSLA) 19,155.57 ล้านดอลลาร์ เอ็นวิเดีย(NVDA) 18,296.08 ล้านดอลลาร์ และอัลฟาเบท(GOOGL) 8,427.01 ล้านดอลลาร์ โดยขยับขึ้นจากอันดับ 10 เมื่อปลายเดือนเมษายน
นับตั้งแต่ต้นเดือนจนถึงวันที่ 13 นักลงทุนรายย่อยเกาหลีซื้อหุ้นสหรัฐฯ สุทธิรวม 1,156.70 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,634,400 ล้านวอน) ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 นับจากเดือนมิถุนายนที่พลิกกลับมาซื้อสุทธิ 632.96 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ยอดซื้อสุทธิเดือนนี้ยังต่ำกว่าเดือนกรกฎาคมที่ทำได้ถึง 4,668.62 ล้านดอลลาร์ โดยหุ้นที่มียอดซื้อสุทธิสูงสุดในเดือนนี้ ได้แก่ อเมซอน(AMZN) 193.60 ล้านดอลลาร์ สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) 175.91 ล้านดอลลาร์ และอัลฟาเบท(GOOGL) 136.30 ล้านดอลลาร์
ในอีกด้านหนึ่ง เงินรอลงทุนในตลาดหุ้นเกาหลีก็กลับมาอยู่ในระดับหลัก 100 ล้านล้านวอนอีกครั้ง สมาคมการลงทุนทางการเงินเกาหลี (Korea Financial Investment Association) ระบุเมื่อวันที่ 13 ว่ายอดเงินฝากของนักลงทุนเพิ่มขึ้น 91,900 ล้านวอนจากวันก่อนหน้า มาอยู่ที่ 100.0683 ล้านล้านวอน ขณะที่ยอดคงค้างสินเชื่อมาร์จิ้นอยู่ที่ 30.9262 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นวันทำการที่ 7
ความคิดเห็น 0