นักลงทุนกลุ่ม 'เจนซี' (Gen Z) เพิ่มสัดส่วนการถือครอง ETF ในผลิตภัณฑ์อิงหุ้นของไบแนนซ์(Binance) แต่กลับเทรดถี่น้อยกว่าและใช้เลเวอเรจต่ำกว่าคนรุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน
ไบแนนซ์ รีเสิร์ช(Binance Research) ระบุว่า ข้อมูล ณ ต้นเดือนสิงหาคม ETF คิดเป็นสัดส่วนถึง 25% ของปริมาณการเทรดกิจกรรมด้านหุ้นของกลุ่มเจนซี ด้านคอยน์เทเลกราฟ(Cointelegraph) เป็นผู้รายงานข้อมูลนี้ต่อ ทั้งนี้ในเดือนกรกฎาคม สัดส่วนเงินไหลเข้าสุทธิของเจนซีใน ETF อยู่ที่ 21.9% เพิ่มขึ้นจาก 18.5% ในเดือนมิถุนายน ขณะที่สัดส่วนหุ้นรายตัวในช่วงเดียวกันลดลงจาก 77% เหลือ 74.2%
การวิเคราะห์ครั้งนี้เปรียบเทียบกิจกรรมการเทรดหุ้นทางตรง หุ้นโทเคไนซ์ และ TradFi Perpetual Futures ในแต่ละช่วงวัย พบว่าเจนซีเทรดน้อยกว่ากลุ่มวัยทำงานอื่นในทุกประเภทผลิตภัณฑ์ทั้งสามกลุ่ม โดยจำนวนการเทรด TradFi Perpetual Futures เฉลี่ยต่อเดือนของเจนซีอยู่ที่ 13 ครั้ง เทียบกับมิลเลนเนียล 17 ครั้ง และเจนเอ็กซ์ 16.5 ครั้ง
บัญชีหุ้นทางตรงก็สะท้อนพฤติกรรม 'ซื้อแล้วถือ' ของเจนซีเช่นกัน โดย 22% ของบัญชีหุ้นทางตรงของเจนซีไม่เคยส่งคำสั่งขายแม้แต่ครั้งเดียว เทียบกับเจนเอ็กซ์ที่ 19% และเบบี้บูมเมอร์ที่ 9% อย่างไรก็ตาม สัดส่วนบัญชีที่ 'ซื้ออย่างเดียว' สูงสุดกลับเป็นของมิลเลนเนียลที่ 30%
สินทรัพย์ที่เจนซีในกลุ่มบัญชี 'ซื้ออย่างเดียว' ซื้อสะสมมากที่สุด ได้แก่ โบรดคอม(Broadcom) เทสลา(TSLA) และชวาบ ยูเอส ดิวิเดนด์ อิควิตี้ ETF(Schwab US Dividend Equity ETF) สะท้อนว่าความนิยมใน ETF ไม่ได้มาจากการหลีกเลี่ยงหุ้นรายตัวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นแนวโน้มที่ถือทั้งหุ้นเทคโนโลยีรายตัวและผลิตภัณฑ์กระจายความเสี่ยงไปพร้อมกัน
ด้านเลเวอเรจและ ETF ประเภทอินเวิร์ส เจนซีแสดงความระมัดระวังมากกว่าเช่นกัน โดย 88.2% ของบัญชี TradFi Perpetual Futures ของเจนซีไม่มีกิจกรรมเทรดเลเวอเรจหรืออินเวิร์ส ETF เลย เทียบกับมิลเลนเนียลที่ 84.5% และเจนเอ็กซ์ที่ 85.9%
ETF คือกองทุนที่รวมสินทรัพย์หลายประเภทไว้ด้วยกันและซื้อขายได้ในตลาดหลักทรัพย์ ส่วน TradFi Perpetual Futures เป็นอนุพันธ์ที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์การเงินดั้งเดิมอย่างหุ้นหรือ ETF แต่ไม่มีวันหมดอายุ แม้จะเป็น ETF ตัวเดียวกัน แต่โครงสร้างการเทรดและความเสี่ยงจะต่างกันไปตามรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการถือสปอต หุ้นโทเคไนซ์ หรือ Perpetual Futures
ไบแนนซ์ รีเสิร์ชระบุในรายงานเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมว่า ปริมาณการเทรด ETF TradFi Perpetual Futures สะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2026 ทะลุ 1.16 แสนล้านดอลลาร์ โดยในเดือนกรกฎาคม ETF TradFi Perpetual Futures คิดเป็น 19% ของปริมาณการเทรด TradFi Perpetual Futures ทั้งหมด ขณะที่บนไบแนนซ์เพียงแพลตฟอร์มเดียว สัดส่วนนี้อยู่ที่ประมาณ 30%
รายงานดังกล่าวยังระบุว่า ETF กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และ ETF ดัชนีเกาหลีอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ TradFi Perpetual Futures ที่มีการซื้อขายคึกคักเป็นพิเศษ โดยปริมาณการเทรด Perpetual Futures ของ ETF ดัชนีเกาหลีแบบเลเวอเรจสูงยังแซงหน้าปริมาณการเทรดของ ETF อ้างอิงต้นทางเสียอีก
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานแนวโน้มที่เจนซีขยายเงินไหลเข้าสุทธิใน ETF และเลือกผลิตภัณฑ์กระจายความเสี่ยงมากกว่าการใช้เลเวอเรจ โดยข้อมูลของไบแนนซ์ในตอนนั้นระบุว่า เจนซีมีสัดส่วนกิจกรรมการเทรดใน bStocks ถึง 44% และ 98.9% ของบัญชี bStocks ไม่มีกิจกรรมเลเวอเรจหรืออินเวิร์ส ETF เลย
ในตลาดหุ้นโทเคไนซ์ ยังพบการเปลี่ยนแปลงส่วนแบ่งตลาดของ bStocks จากไบแนนซ์ด้วย ข้อมูลจาก Token Terminal ระบุว่า วันที่ 11 มูลค่าหุ้นโทเคไนซ์ของ bStocks อยู่ที่ 610.6 ล้านดอลลาร์ แซงหน้า xStocks ของคราเคน(Kraken) ที่ 601.2 ล้านดอลลาร์ไปชั่วคราว ก่อนที่วันที่ 14 อันดับจะสลับกันอีกครั้ง โดย xStocks ขึ้นไปที่ 610.7 ล้านดอลลาร์ ส่วน bStocks ลดลงเหลือ 579.6 ล้านดอลลาร์
ณ วันที่ 14 ส่วนแบ่งตลาดของ xStocks และ bStocks อยู่ที่ 22.3% และ 21.2% ตามลำดับ ขนาดตลาดหุ้นโทเคไนซ์โดยรวมอยู่ที่ประมาณ 2.7 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ออนโด ไฟแนนซ์(ONDO) ยังคงเป็นผู้ออกโทเคนรายใหญ่ที่สุดด้วยมูลค่า 971.8 ล้านดอลลาร์
RWA.xyz ระบุว่า ณ วันที่ 14 มูลค่าหุ้นโทเคไนซ์ที่กระจายอยู่ทั้งหมดอยู่ที่ 2.43 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 5% ในรอบ 30 วันที่ผ่านมา ทั้งนี้หุ้นโทเคไนซ์คือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ออกแบบมาให้มูลค่าอ้างอิงกับหุ้นดั้งเดิม แต่โครงสร้างการออกและกฎเกณฑ์ที่บังคับใช้ในแต่ละแพลตฟอร์มอาจแตกต่างจากหุ้นทั่วไป
ผลิตภัณฑ์หุ้นโทเคไนซ์ของไบแนนซ์เติบโตมาตั้งแต่ช่วงเปิดตัว สอดรับกับความต้องการเทรดนอกเวลาทำการของตลาดหุ้น TokenPost เคยรายงานการประกาศของไบแนนซ์ที่ระบุว่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารของ bStocks ทะลุ 500 ล้านดอลลาร์ภายใน 7 สัปดาห์หลังเปิดตัว และข้อมูลจาก Token Terminal ล่าสุดนี้ก็แสดงให้เห็นว่า bStocks ไต่อันดับขึ้นมาใกล้เคียงกับ xStocks ของคราเคนในกลุ่มผู้ออกหุ้นโทเคไนซ์รายใหญ่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ไบแนนซ์อธิบายว่าผลิตภัณฑ์หุ้นทางตรงเพิ่งมีขนาดที่มีนัยสำคัญตั้งแต่เดือนมิถุนายนเท่านั้น ทำให้ช่วงเวลาของข้อมูลยังสั้นเกินกว่าจะสรุปเป็นแนวโน้มระยะยาวได้ ส่วนคำถามที่ว่าความนิยม ETF และความถี่การเทรดที่ต่ำของเจนซีเป็น 'การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง' หรือเป็นผลจากองค์ประกอบของผู้ใช้งานในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น ยังต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยัน
ความคิดเห็น 0