หุ้น'แอลจี อีเลคทรอนิคส์(066570)' พุ่งขึ้นกว่า 6% ในช่วงต้นตลาดวันที่ 14 หลังมีกระแสข่าวว่าคู กวางโม(Koo Kwang-mo) ประธานกลุ่มแอลจี อาจได้พบกับเจนเซ่น หวง(Jensen Huang) ซีอีโอเอ็นวิเดีย(Nvidia·$NVDA) อีกครั้ง
ตามข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (Korea Exchange) เวลา 9.12 น. ของวันเดียวกัน (เวลาท้องถิ่น) หุ้นแอลจี อีเลคทรอนิคส์ซื้อขายอยู่ที่ 219,500 วอน เพิ่มขึ้น 6.30% จากวันก่อนหน้า โดยมีรายงานว่าประธานคูจะเดินทางไปพบซีอีโอหวงที่สำนักงานใหญ่เอ็นวิเดียในซิลิคอนแวลลีย์ สหรัฐฯ ซึ่งสร้างความคาดหวังต่อความร่วมมือด้าน'ปัญญาประดิษฐ์ (AI)' และส่งผลบวกต่อราคาหุ้น
นี่จะเป็นการพบกันครั้งที่สองของทั้งคู่ นับตั้งแต่การพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่ตึกแอลจี ทวินทาวเวอร์ ย่านยออีโด กรุงโซล เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ห่างกันประมาณ 2 เดือน โดยการพบกันครั้งนั้นใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงและเป็นการหารือแบบปิด
หลังการพบกันในเดือนมิถุนายน หุ้นแอลจี อีเลคทรอนิคส์ก็ปรับตัวขึ้นจากความคาดหวังด้านความร่วมมือ AI เช่นกัน แต่หลังจากนั้นเมื่อไม่มีแผนความร่วมมือที่ชัดเจนออกมา แรงขายทำกำไรจากความผิดหวังก็ตามมา
ชเว จองอุก(Choi Jung-wook) นักวิเคราะห์จากฮันาซีเคียวริตีส์(Hana Securities) ระบุว่า “มีรายงานว่าประธานคู กวางโมจะเดินทางไปพบซีอีโอเจนเซ่น หวงที่ซิลิคอนแวลลีย์ในสัปดาห์นี้ เพื่อทำข้อตกลงพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และสิ่งที่ตลาดจับตามองที่สุดในครั้งนี้คือ จะมีการประกาศแผนความร่วมมือที่จับต้องได้และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจนออกมาหรือไม่” ความเห็นนี้สะท้อนว่าตลาดให้ความสำคัญกับ'เนื้อหาความร่วมมือ'มากกว่าการพบกันเพียงอย่างเดียว
ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่ว่า แอลจี อีเลคทรอนิคส์และเอ็นวิเดียจะเสนอแผนความร่วมมือที่เชื่อมโยง AI เข้ากับผลิตภัณฑ์จริงและภาคอุตสาหกรรมได้หรือไม่ กลุ่มแอลจีมีทั้งธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วน บริการไอที และหน่วยวิจัย AI อยู่ในเครือ
ด้านเอ็นวิเดียเองก็ขยายขอบเขตความร่วมมือจากชิปและแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ AI ไปสู่วงการหุ่นยนต์และเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับมากขึ้นเรื่อยๆ
'Physical AI' หรือปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ หมายถึงเทคโนโลยีที่เชื่อมโยง AI เข้ากับอุปกรณ์จริง เช่น หุ่นยนต์ ยานยนต์ และเครื่องจักรอุตสาหกรรม โดยทั่วไปต้องอาศัยทั้งชิปและซอฟต์แวร์ รวมถึงเซ็นเซอร์ ชิ้นส่วน และศักยภาพการผลิตสินค้าสำเร็จรูปควบคู่กันไป
สำหรับแอลจี อีเลคทรอนิคส์ ประเด็นสำคัญคือจะสามารถเชื่อมโยงธุรกิจเดิมอย่างเครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ และหุ่นยนต์ เข้ากับแพลตฟอร์มชิป AI ได้หรือไม่ ส่วนฝั่งเอ็นวิเดียก็ต้องการเห็นความต้องการชิป AI ขยายตัวออกจากศูนย์ข้อมูลไปสู่ภาคอุตสาหกรรมและอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภคมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันว่าการพบกันครั้งนี้จะนำไปสู่สัญญาทางธุรกิจหรือผลประกอบการที่ดีขึ้นในทันที รายละเอียดความร่วมมือและกำหนดการที่ทั้งสองบริษัทจะประกาศยังไม่ถูกเปิดเผยออกมา
ทิศทางราคาหุ้นแอลจี อีเลคทรอนิคส์หลังจากนี้จะขึ้นอยู่กับแรงซื้อขายระหว่างวันและเนื้อหาการประกาศจริง โดยตลาดกำลังจับตาดูว่าหลังการพบกันระหว่างประธานคูและซีอีโอหวง ขอบเขตความร่วมมือจะขยายไปได้มากน้อยเพียงใด
ความคิดเห็น 0