ไมโครซอฟท์(Microsoft)(MSFT) เริ่มดำเนินการรวมแอป 'โคไพลอต' สำหรับผู้ใช้ทั่วไปกับ 'ไมโครซอฟท์ 365 โคไพลอต' สำหรับผู้ใช้งานในองค์กรให้กลายเป็นประสบการณ์แอปเดียว ทางเข้าใช้งานของบัญชีส่วนตัวและบัญชีองค์กร-โรงเรียนจะลดจำนวนลง แต่เส้นแบ่งข้อมูลระหว่างบัญชีแต่ละประเภทยังคงถูกรักษาไว้เหมือนเดิม
เดอะเวิร์จ (The Verge) รายงานว่าแอปรวมใหม่นี้จะใช้ชื่อ 'ไมโครซอฟท์ โคไพลอต' (Microsoft Copilot) และจะถูกทยอยเปิดให้ใช้งาน โดยเวอร์ชันมือถือและเว็บจะเริ่มกลางเดือนสิงหาคม ส่วนเวอร์ชันวินโดวส์และแมคจะตามมาในกลางเดือนกันยายน ข้อมูลบัญชีส่วนตัวกับบัญชีที่ใช้งานในที่ทำงานจะยังคงถูกแยกจากกันภายในแอปเดียวกันด้วย
เอกสารสนับสนุนที่ไมโครซอฟท์เผยแพร่ต่อสาธารณะ ณ วันที่ 13 ยังคงอธิบายว่าไมโครซอฟท์ โคไพลอตกับไมโครซอฟท์ 365 โคไพลอตเป็นผลิตภัณฑ์แยกกัน โดยไมโครซอฟท์ โคไพลอตถูกจัดเป็นผู้ช่วย AI สำหรับบัญชีส่วนตัว ขณะที่ไมโครซอฟท์ 365 โคไพลอตเป็นแอปเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่รองรับทั้งบัญชีองค์กร-โรงเรียนและบัญชีส่วนตัว
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงใกล้เคียงกับคำว่า 'อยู่ระหว่างรวม' มากกว่า 'รวมเสร็จสมบูรณ์' กำหนดการเปิดตัวและวิธีการย้ายเนื้อหาเดิมที่เดอะเวิร์จรายงานนั้นได้รับการยืนยันจากเนื้อหาข่าว แต่เอกสารสนับสนุนอย่างเป็นทางการของไมโครซอฟท์ยังไม่ได้สรุปด้วยถ้อยคำเดียวกัน
กระแสการรวมแอปนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปี โดยไมโครซอฟท์ประกาศเมื่อวันที่ 17 มีนาคมว่าจะรวมทีมโคไพลอตฝั่งผู้บริโภคและฝั่งองค์กรให้เป็น 'ทีมงานเดียวกัน'
เจคอบ แอนดรูว์(Jacob Andreou) หัวหน้าฝ่ายไมโครซอฟท์ โคไพลอต เป็นผู้ดูแลทั้งประสบการณ์โคไพลอตฝั่งผู้บริโภคและฝั่งองค์กรพร้อมกัน บริษัทวางโครงสร้างที่จะจัดวางทิศทางของประสบการณ์โคไพลอต แพลตฟอร์มโคไพลอต แอปไมโครซอฟท์ 365 และโมเดล AI ให้ไปในทิศทางเดียวกัน
วันที่ 28 พฤษภาคม ไมโครซอฟท์เปิดตัวดีไซน์ใหม่ของไมโครซอฟท์ 365 โคไพลอต ช่องกรอกข้อความถูกขยายให้กว้างขึ้น ส่วนเมนูนำทางด้านซ้ายก็ถูกปรับให้ค้นหาบทสนทนา เอเจนต์ และประวัติการใช้งานได้ง่ายขึ้น
ในเอกสารฉบับเดียวกัน ไมโครซอฟท์ระบุอัตราการใช้งานโคไพลอตที่เพิ่มขึ้นในแต่ละแอป ได้แก่ △เวิร์ด 27% △เอ็กเซล 33% △เพาเวอร์พอยต์ 43% △เอาต์ลุก 30% ตัวเลขดังกล่าวอ้างอิงจากการเปรียบเทียบการใช้งานระยะสั้นก่อนและหลังนำประสบการณ์ในแอปใหม่มาใช้
วันที่ 22 มิถุนายน แอปไมโครซอฟท์ 365 โคไพลอตถูกปรับให้เน้นโครงสร้างแบบแชทมากขึ้น แท็บ 'งาน' (Task) ใหม่จะรวมแชทที่ตั้งเวลาไว้และกิจกรรมของเอเจนต์ไว้ในที่เดียว ส่วนวิธีการแยกดูข้อมูลงานกับคำตอบที่อ้างอิงจากเว็บถูกจัดระเบียบใหม่ผ่านสวิตช์ 'Work IQ'
Work IQ คือฟีเจอร์ที่เชื่อมข้อมูลงานภายในไมโครซอฟท์ 365 อย่างอีเมล ไฟล์ แชท และการประชุม เข้ากับคำตอบของโคไพลอต แม้แอปที่รวมกันจะมองเห็นเป็นแอปเดียว แต่โคไพลอตฝั่งองค์กรยังทำงานภายใต้สิทธิ์การเข้าถึงและนโยบายความปลอดภัยขององค์กร ขณะที่โคไพลอตฝั่งส่วนตัวยังให้บริการโดยยึดบัญชีส่วนบุคคลเป็นหลัก
สิ่งที่สำคัญสำหรับผู้ใช้งานในองค์กรไทยจึงไม่ใช่ชื่อแอป แต่เป็นเส้นแบ่งระหว่างบัญชีกับข้อมูล มีการประเมินว่าเรื่องนี้สอดคล้องกับกระแสที่การนำ AI เชิงสร้างสรรค์มาใช้ในองค์กรกำลังเปลี่ยนจุดโฟกัสจากการแข่งขันด้านประสิทธิภาพโมเดล ไปสู่ปัญหาระบบภายในองค์กรและการจัดการสิทธิ์การเข้าถึง
การจัดระเบียบฟีเจอร์ก็ดำเนินไปพร้อมกัน ไมโครซอฟท์มีกำหนดยุติฟีเจอร์ 'Deep Research' และ 'พอดแคสต์' ในแอปโคไพลอตตั้งแต่วันที่ 18 เป็นต้นไป
หลังยุติให้บริการ ฟีเจอร์พอดแคสต์จะทั้งสร้างใหม่ไม่ได้และเข้าถึงของเดิมไม่ได้อีกต่อไป ส่วน Deep Research จะยังคงเก็บรายงานที่บันทึกไว้บางส่วน แต่จะไม่สามารถสร้างรายงานวิจัยใหม่ได้
กระแสตอบรับจากชุมชนผู้ใช้งานที่เปิดเผยต่อสาธารณะเน้นไปที่ความสับสนมากกว่าฟีเจอร์ใหม่ บนไมโครซอฟท์ Q&A มีคำถามซ้ำ ๆ เกี่ยวกับไอคอนโคไพลอตที่ถูกปักหมุดอัตโนมัติบนทาสก์บาร์หรือหายไปเอง รวมถึงคำบ่นเรื่องไอคอนที่หน้าตาคล้ายกันจนทำให้สับสน
Windows Central และ Digital Trends ก็ชี้ปัญหาไอคอนโคไพลอตซ้ำซ้อนและความสับสนในการแยกแอปเช่นกัน คำว่า 'ซูเปอร์แอป' ที่เดอะเวิร์จใช้ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นชื่อผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการ และการใช้งานจริงบนหน้าจอผู้ใช้จะเห็นผลชัดเจนต่อไปในกระบวนการทยอยเปิดตัวทั้งฝั่งมือถือ-เว็บ และฝั่งวินโดวส์-แมค
ความคิดเห็น 0