นักลงทุนที่ถือบิตคอยน์(BTC) ระยะยาวรายหนึ่งถูกขโมยสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 750,000 ดอลลาร์ (ราว 26 ล้านบาท) ภายในเวลาไม่ถึง 12 ชั่วโมงหลังโอน BTC ไปยังกระดานเทรดรายใหญ่ในออสเตรเลีย ปมสำคัญของเหตุการณ์นี้ไม่ใช่การรั่วไหลของคีย์ส่วนตัวในกระเป๋าเงินส่วนบุคคล แต่เป็นการที่บัญชี Google และข้อมูลยืนยันตัวตนของเหยื่อถูกเจาะพร้อมกัน
Bitcoin News รายงานผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม X โดยอ้างคำบอกเล่าของคนใกล้ชิดเหยื่อว่า แฮกเกอร์เข้าถึงบัญชี Google ของเหยื่อมาแล้วนานราว 3 เดือนก่อนเกิดเหตุ แฮกเกอร์ได้ข้อมูลยืนยันตัวตนของ Google Authenticator (ตัวสร้างรหัสยืนยันตัวตนของ Google) ที่สำรองไว้ในอีเมลและระบบคลาวด์ จากนั้นรอจนกว่าเหยื่อจะฝาก BTC เข้ากระดานเทรดจึงลงมือ
กระดานเทรดระบุตัวผู้ขอถอนเงินว่าเป็นเจ้าของบัญชีตัวจริง จึงอนุมัติคำขอถอน โดยเหยื่อได้รับการแจ้งเตือนอนุมัติการถอนเงินในช่วงประมาณตี 3 เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ผู้ถือสินทรัพย์ระยะยาวโอนเงินเข้ากระดานเทรด ก็อาจตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีได้เช่นกัน
ฟีเจอร์ 'สำรองข้อมูลบนคลาวด์' ของ Google Authenticator ช่วยให้ผู้ใช้กู้คืนรหัสยืนยันตัวตนแบบใช้ครั้งเดียวได้จากหลายอุปกรณ์ เพิ่มความสะดวกสบาย แต่หากข้อมูลสำรองของบัญชีอีเมลและแอปยืนยันตัวตนผูกอยู่ในระบบบัญชีเดียวกัน แนวป้องกันทั้งหมดอาจอ่อนแอลงพร้อมกันเมื่อบัญชีนั้นถูกยึด
ความคิดเห็น เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในระดับบัญชีมักถูกมองข้ามง่ายกว่าการดูแลคีย์ส่วนตัวของกระเป๋าเงินเสียอีก ผู้ถือสินทรัพย์ระยะยาวจึงควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
โพสต์ดังกล่าวแนะนำให้ปิดฟีเจอร์สำรองข้อมูลบนคลาวด์ของ Google Authenticator แล้วหันมาใช้ 'คีย์ความปลอดภัยฮาร์ดแวร์' อย่าง YubiKey แทน พร้อมแนะนำว่าไม่ควรมีคีย์ความปลอดภัยเพียงตัวเดียว แต่ควรตั้งค่าไว้สองตัว เพื่อใช้เป็นตัวสำรองหากทำตัวหนึ่งหาย ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานคำแนะนำไม่ให้เก็บ BTC ไว้ในวิธีจัดเก็บเพียงวิธีเดียวมาแล้วเช่นกัน
ความคิดเห็น 0