พัมป์ฟัน(PUMP) ทำรายได้ในรอบ 7 วันที่ผ่านมาแตะ 12 ล้านดอลลาร์ ขึ้นแท่นอันดับ 3 ของโปรโตคอลคริปโตทั้งหมดที่ทำรายได้สูงสุด เป็นรองเพียงเทเธอร์(USDT) และยูเอสดีซี(USDC) ของเซอร์เคิล(Circle)
CryptoBriefing รายงานเมื่อวันที่ 15 จากข้อมูลชุดที่เผยแพร่ ระบุว่าพัมป์ฟันขึ้นอันดับ 3 ของโปรโตคอลทั้งหมดเมื่อวัดจาก 'รายได้ 7 วัน' ในการจัดอันดับเดียวกันนี้ เทเธอร์ทำรายได้ 111.88 ล้านดอลลาร์ ครองอันดับ 1 ส่วนเซอร์เคิลทำได้ 44.45 ล้านดอลลาร์ อยู่อันดับ 2
อันดับนี้น่าสนใจตรงที่นำรายได้จากแหล่งที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงมาเทียบกันในตารางเดียว รายได้ของเทเธอร์และเซอร์เคิลมาจากผลตอบแทนของสินทรัพย์หนุนหลังสเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับดอลลาร์เป็นหลัก ขณะที่พัมป์ฟันเก็บค่าธรรมเนียมจากการออกและซื้อขายมีมคอยน์บนเครือข่ายโซลานา(SOL)
ดีไฟลามา(DeFiLlama) แยกรายได้ของพัมป์ฟันออกเป็นส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมซื้อขายจากระบบ 'bonding curve' ที่ตกเป็นของแพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียม 'graduation' ที่เก็บตอนโทเคนย้ายไปซื้อขายบนตลาดกระจายศูนย์ และค่าธรรมเนียมโปรโตคอลของ PumpSwap หน้าเว็บทางการของพัมป์ฟันระบุว่านำรายได้ครึ่งหนึ่งของแต่ละวันไปใช้ซื้อคืนและเผาโทเคนพัมป์ฟัน
bonding curve คือโครงสร้างการออกและซื้อขายที่ราคาโทเคนปรับขึ้นอัตโนมัติตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น ใช้ในช่วงที่มีมคอยน์ใหม่กำลังระดมสภาพคล่องเริ่มต้น เมื่อผ่านเงื่อนไขที่กำหนดจะย้ายเข้าสู่การซื้อขายบนตลาดกระจายศูนย์ ค่าธรรมเนียมซื้อขายและค่าธรรมเนียมการย้ายนี้เองที่เป็นฐานรายได้หลักของพัมป์ฟัน
ต้นทางข่าวระบุว่าพัมป์ฟันเก็บค่าธรรมเนียมได้ 1.62 ล้านดอลลาร์ในรอบ 24 ชั่วโมง รายได้ 30 วันอยู่ที่ 40.51 ล้านดอลลาร์ และรายได้สะสมทะลุ 1,200 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขเหล่านี้เป็นที่มาของมุมมองที่ว่าพัมป์ฟันได้เปลี่ยนสถานะจากเครื่องมือออกมีมคอยน์ มาเป็นแอปพลิเคชันที่สร้างกระแสเงินสดจริงบนเครือข่ายโซลานา
อย่างไรก็ตาม อันดับนี้ไม่ใช่ตัวเลขคงที่ หน้าข้อมูลสาธารณะของดีไฟลามาปรับตัวเลขรายได้ 24 ชั่วโมง 7 วัน และ 30 วันอยู่ตลอดตามความเคลื่อนไหวของตลาด ข้อมูลของพัมป์ฟันที่เปิดเผยอยู่ในวันที่ 16 ก็มีทั้งรายได้ 7 วันและ 30 วันต่างไปจากช่วงที่มีการรายงานก่อนหน้านี้แล้ว
รายได้ของพัมป์ฟันเคลื่อนไหวไปตามกระแสการซื้อขายมีมคอยน์บนโซลานา Cointelegraph อ้างอิงข้อมูลของ Messari รายงานว่าพัมป์ฟันทำรายได้ 124.7 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 1 ปี 2026 ถือเป็นแหล่งรายได้ใหญ่ที่สุดของระบบนิเวศโซลานาในช่วงนั้น ขณะที่ The Block รายงานในเดือนมิถุนายนว่ากิจกรรมบนพัมป์ฟันลดลงถึง 80% ภายใน 3 เดือน และรายได้ต่อวันร่วงลงมาอยู่ที่ราว 800,000 ดอลลาร์
แพลตฟอร์มเดียวกันจึงสลับไปมาระหว่างช่วงรายได้ติดอันดับต้นๆ กับช่วงร่วงหนักในเวลาไม่นาน สะท้อนว่ารายได้ของพัมป์ฟันไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเติบโตของโปรโตคอลเพียงอย่างเดียว แต่ไวต่อปริมาณการซื้อขายของนักลงทุนรายย่อยและกระแสมีมคอยน์ด้วย เมื่อการหมุนซื้อขายคึกคัก ค่าธรรมเนียมก็เพิ่มขึ้น แต่เมื่อกระแสซาลง รายได้ก็ลดฮวบตามไปด้วยเช่นกัน
รายได้ของพัมป์ฟันที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่าราคาโทเคน PUMP จะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันเสมอ แม้หน้าทางการจะระบุโครงสร้างซื้อคืนและเผาโทเคน แต่ราคาจริงยังขึ้นอยู่กับปริมาณโทเคนหมุนเวียน อุปสงค์ในตลาด และบรรยากาศการซื้อขายมีมคอยน์โดยรวม ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงาน กระแสโทเคน PUMP ของทีมและนักลงทุนพัมป์ฟันจำนวน 4,940 ล้านเหรียญ ที่ทยอยปลดล็อกรายเดือนและกระจายไปยัง 125 กระเป๋า
ปฏิกิริยาจากตลาดยังแบ่งออกเป็นสองฝั่ง บางส่วนมองว่าพัมป์ฟันคือโครงสร้างพื้นฐานหลักของการซื้อขายมีมคอยน์บนโซลานา ขณะที่อีกฝั่งเตือนว่าเทรดเดอร์จำนวนมากได้กำไรเพียงเล็กน้อยหรือขาดทุนจริง รายได้จากค่าธรรมเนียมอาจสะท้อนความสามารถทำกำไรของแพลตฟอร์มได้ก็จริง แต่ไม่ได้แปลว่าผู้ใช้งานจะได้ผลตอบแทนตามไปด้วย
สำหรับนักลงทุนไทย ข้อมูลชุดนี้ชี้ให้เห็นว่าควรแยก 'รายได้ของโปรโตคอล' 'ราคาโทเคน' และ 'ผลงานของมีมคอยน์แต่ละตัว' ออกจากกัน เพราะทั้งสามตัวชี้วัดนี้ไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันเสมอไป
การที่พัมป์ฟันขึ้นมาติดอันดับต้นๆ ของโปรโตคอลรายได้สูงสุด อ่านได้ว่ากระแสการซื้อขายมีมคอยน์บนโซลานายังไม่ดับ แต่ในเวลาเดียวกันก็สะท้อนชัดว่ารายได้ของแพลตฟอร์มนี้ยังไวต่อปริมาณการซื้อขายของนักลงทุนรายย่อยอยู่มาก
ความคิดเห็น 0