บริษัทเชนนาลิซิสเปิดตัวเครื่องมือ ‘เวิร์กโฟลว์’ ช่วยวิเคราะห์บนเชนแบบอัตโนมัติ
เชนนาลิซิส บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนชื่อดัง เปิดตัวเครื่องมือ ‘เวิร์กโฟลว์(Workflows)’ ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถวิเคราะห์การใช้งานบนเชน(On-chain) และตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบทางกฎหมายได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องมีความรู้ด้านการเขียนโค้ด
เมื่อวันที่ 18 (เวลาท้องถิ่น) เชนนาลิซิสยืนยันว่าได้เปิดใช้งานฟีเจอร์ใหม่นี้อย่างเป็นทางการ โดยเวิร์กโฟลว์จะช่วยให้ผู้ตรวจสอบทั่วไปและทีมกำกับดูแลสามารถวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนได้โดยไม่ต้องมีพื้นฐานเทคนิคเชิงลึก ฟีเจอร์นี้ใช้เทมเพลตการวิเคราะห์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ซึ่งสามารถใช้งานได้โดยไม่จำเป็นต้องรู้ภาษา SQL หรือไพธอน พร้อมกันนี้ บริษัทเปิดเผยว่าเครื่องมือดังกล่าวสามารถช่วย ‘ปรับมาตรฐาน’ การสืบสวนซ้ำๆ ให้มีประสิทธิภาพและความสม่ำเสมอมากขึ้น
เอคิม บูยุก(Ekim Buyuk) ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของเชนนาลิซิสกล่าวว่า “งานที่เคยใช้เวลานานและต้องอาศัยทักษะด้านเทคนิค ตอนนี้ทุกคนสามารถทำได้ภายในไม่กี่นาที เครื่องมือนี้ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานมุ่งเน้นที่การตั้งคำถามสำคัญมากกว่าการเข้าใจโครงสร้างข้อมูลที่ซับซ้อน”
เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบัน อาชญากรได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง ‘ปัญญาประดิษฐ์(AI)’ มาใช้ในการพัฒนากลโกงให้ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น จากการศึกษาเชิงลึกของเชนนาลิซิส พบว่า การหลอกลวงที่ใช้ AI มีมูลค่าการฉ้อฉลต่อผู้เสียหายเฉลี่ยสูงกว่า 4.5 เท่าเมื่อเทียบกับกลโกงทั่วไป ซึ่งสะท้อนถึง ‘แนวโน้มการใช้เทคโนโลยีล่าสุดเพื่อเร่งกระบวนการอาชญากรรม’
อีกหนึ่งความท้าทายในการสืบสวนกลโกง คือการที่การฉ้อฉลแต่ละครั้งอาจดูเหมือนมีผู้เสียหายจำนวนน้อยและมูลค่าต่อรายไม่มาก แต่หากพิจารณาจากข้อมูลบนเชน จะพบรูปแบบเครือข่ายของกลุ่มอาชญากรที่เชื่อมโยงกันอย่างกว้างขวางและซับซ้อน โดยมีเหยื่อหลายร้อยถึงหลายพันรายรวมอยู่ในเครือข่าย
AI ก่อให้เกิดกลโกงรูปแบบใหม่ คาดปี 2025 มูลค่าความเสียหายแตะ 25 ล้านล้านวอน
ในรายงานล่าสุดของเชนนาลิซิสเรื่อง ‘รายงานการหลอกลวงและการทุจริตในคริปโตปี 2025’ บริษัทประเมินว่ามูลค่าความเสียหายจากการฉ้อโกงรวมเมื่อปีที่ผ่านมาแตะระดับประมาณ 17,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 25 ล้านล้านวอน โดยมีปัจจัยหลักมาจาก ‘การอุตสาหกรรมกลโกง’ ที่ใช้ AI, เทคโนโลยีดีพเฟก และเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติเป็นเครื่องมือ
เหตุการณ์ตัวอย่างหนึ่งที่สอดคล้องกับแนวโน้มนี้ เกิดขึ้นในวันที่ 2 มกราคม 2026 เมื่อมีแฮกเกอร์รายหนึ่งเจาะระบบเครือข่ายที่รองรับเครื่องเสมือนอีเธอเรียม(EVM) และขโมยเงินจำนวนประมาณ 2,000 ดอลลาร์ต่อบัญชีจากวอลเล็ตหลายร้อยรายการ แม้จะเป็นคดีเล็กๆ แต่ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการโจมตีครั้งนี้ได้รับการออกแบบมาอย่างเป็นระบบ
นักวิเคราะห์บล็อกเชนที่ใช้ชื่อว่า ‘ZachXBT’ ตั้งข้อสังเกตว่ากรณีดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับการแฮกล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับเลเจอร์(Ledger) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการโจมตีที่มีการวางแผนการไว้ล่วงหน้าอย่างเต็มรูปแบบ
ในอีกด้านหนึ่ง กลโกงที่ใช้เทคนิคทางวิศวกรรมสังคมยังคงระบาด โดย ZachXBT ได้ติดตามผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งตลอดปี 2025 และพบว่าบุคคลดังกล่าวหลอกผู้ใช้งานเป็นมูลค่ารวมกว่า 2 ล้านดอลลาร์ โดยปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทคริปโตชื่อดังอย่าง ‘คอยน์เบส’
อย่างไรก็ตาม วงการยังมีข่าวดี โดยบริษัทความปลอดภัย PeckShield รายงานว่าในเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา มูลค่าความเสียหายจากการแฮกในตลาดคริปโตลดลงเหลือเพียง 76 ล้านดอลลาร์ หรือราว 112,200 ล้านวอน ลดลงราว 60% จากเดือนพฤศจิกายนที่มีความเสียหายสูงถึง 194.2 ล้านดอลลาร์
เวิร์กโฟลว์ของเชนนาลิซิส พลิกโฉมการสู้กับกลโกงยุค AI
การเปิดตัว ‘เวิร์กโฟลว์’ ของเชนนาลิซิสครั้งนี้เปิดทางให้กับการเผยแพร่การวิเคราะห์บนเชนในวงกว้าง ท่ามกลางวิวัฒนาการของกลโกงคริปโตที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือ มันช่วยให้ทั้งบุคคลทั่วไปและทีมกำกับดูแลสามารถสร้างแนวป้องกันและจัดการภัยคุกคามด้วยข้อมูลเชิงลึกที่ใช้งานง่าย
‘คำ’ สำคัญคือ การมีระบบเครื่องมืออัตโนมัติแบบนี้เป็นการขยายศักยภาพของระบบป้องกันในยุคที่การหลอกลวงกำลังสเกลใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในอนาคต ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของเครือข่ายกลโกงและความหลากหลายของเทคนิคที่ใช้ เครื่องมือเช่นนี้อาจมีบทบาทสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยให้กับระบบคริปโตโดยรวม
ความคิดเห็น 0