กูร์ฮาน คิซิลออซเดิมพันแบบทรัมป์และสร้างแบบมัสก์ ดันมูลค่าบริษัทแตะ 1.76 หมื่นล้านบาท
ท่ามกลางโลกของอุตสาหกรรมที่มักเต็มไปด้วยขั้นตอนยุ่งยากและการประนีประนอม กูร์ฮาน คิซิลออซ(Gurhan Kiziloz) กลับเลือกเล่นเกมคนละแบบ เขาสลัดทิ้งขนบของการให้ความสำคัญกับกระบวนการมากกว่าผลลัพธ์ และหันมาใช้ความเป็นผู้นำที่ยึด ‘ผลงาน’ เป็นศูนย์กลาง จนสามารถผลักดันมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของตนเองให้แตะ 1.2 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 1.76 หมื่นล้านบาทได้สำเร็จ วิธีการของเขาเต็มไปด้วยแบบแผนที่ชัดเจน รวดเร็ว เด็ดขาด และพร้อมรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ อารมณ์คล้ายท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ในแวดวงการเมือง
ล่าสุด โครงการบล็อกเชน ‘บล็อกแดก(BlockDAG)’ ที่คิซิลออซเป็นผู้ก่อตั้งสร้างความฮือฮาในวงการ เมื่อผู้บริหารระดับสูงรวมถึงซีอีโอถูกปลดจากตำแหน่งอย่างเฉียบพลันโดยไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ ชัดเจนว่านี่คือภาพสะท้อนของแนวทางผู้นำสายผลลัพธ์ ที่กำหนดเกณฑ์ชัดเจน หากใครไม่ผ่านเกณฑ์ ก็ไม่มีพื้นที่สำหรับคำอธิบาย แนวทางนี้อาจถูกมองว่า ‘โหด’ หรือ ‘มุทะลุ’ แต่คนที่ติดตามเส้นทางชีวิตของเขามาเป็นเวลากว่า 10 ปี ต่างบอกว่าเป็นเรื่องปกติของคิซิลออซ
ในยุคที่การกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียถือเป็น ‘คุณธรรม’ รูปแบบการบริหารของคิซิลออซจึงดูขัดแย้งไปบ้าง อย่างไรก็ตาม เขาเคยใช้วิธีนี้สร้างเน็กซัสอินเตอร์เนชันแนล(Nexus International) ให้กลายเป็นบริษัทที่มีรายได้ใกล้แตะ 1 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.47 หมื่นล้านบาท) และเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสไตล์นี้ก็เวิร์กได้เช่นกัน โดยเฉพาะในบางเงื่อนไข คิซิลออซมีนิสัยอนุมัติงบอย่างรวดเร็ว ไม่เสียเวลาไปกับระบบอนุมัติซับซ้อน และไม่ปล่อยให้ลำดับชั้นใดๆ มาขวางการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของเขา
สิ่งที่เขาทำไม่ได้หยุดแค่ ‘กระจุกอำนาจ’ แต่ยังรวมถึงการประเมินประสิทธิภาพโครงสร้างองค์กรแบบโหดๆ เช่นเดียวกับสิ่งที่อีลอน มัสก์(Elon Musk) ทำกับทวิตเตอร์(ปัจจุบันคือ X) คิซิลออซใช้แนวคิด "ผลผลิตมาก่อนระบบบริหาร" ปรับโครงสร้างบล็อกแดกใหม่ทั้งหมด ตัดลำดับชั้นผู้นำออกเพื่อเร่งสปีดให้ ‘กลยุทธ์’ และ ‘การปฏิบัติ’ เชื่อมถึงกันโดยตรง จากนั้นปรับระบบรายงานผลให้ยึด ‘ผลงาน’ เป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ตำแหน่งหรือโครงสร้างองค์กรอีกต่อไป
แม้จะไม่ใช่วิธีที่ ‘ปลอดภัย’ แต่ภายใต้การแข่งขันที่รุนแรงซึ่งมีทั้งอีเธอเรียม(ETH) เป็นเจ้าตลาด และโซลานา(SOL) ที่มาแรงเรื่องสปีด บล็อกแดกในฐานะผู้เล่นหน้าใหม่ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเคลื่อนไหวเร็วอย่างในภาวะสงคราม คิซิลออซก็เข้าใจประเด็นนั้น เขาเลือกโหมด ‘ปฏิบัติการ’ ไม่ใช่ ‘พัฒนา’
ที่น่าทึ่งคือคิซิลออซไม่ได้พึ่งเงินจากนักลงทุนเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่นำเน็กซัสอินเตอร์เนชันแนล, Spartans.com จนถึงบล็อกแดก เขาลงทุนเองทุกบาททุกสตางค์ ไม่มีบอร์ดบริหาร ไม่ต้องตอบคำถามจากนักลงทุนนอก ไม่มีสไลด์อัปเดตผลงานรายไตรมาส ไม่มีอะไรเลยนอกจากเขาและทีมที่เชื่อมั่น ซึ่งหมายความว่า ‘ทุกการตัดสินใจ’ คือความรับผิดชอบของเขาแต่เพียงผู้เดียว
แม้วิธีนี้จะมีข้อกังขาว่าอาจเป็น ‘จุดล้มเหลวเพียงจุดเดียว’ (Single point of failure) แต่คิซิลออซกลับเห็นว่า ตรงข้ามต่างหากคือสิ่งที่ควรกลัว เพราะการตัดสินใจโดยคณะกรรมการอาจช้าและไร้ประสิทธิภาพ ในขณะที่ ‘การตัดสินใจผิดพลาดของผู้ก่อตั้ง’ อย่างน้อยก็รู้เร็วว่า ‘พลาด’ และมีโอกาสแก้ไขทัน
คำถามสำคัญคือ ภายใน 1 ปีจากนี้ ลีดเดอร์ชิพแนวทดลองของคิซิลออซจะพิสูจน์ตัวเองได้หรือไม่ การบุกด้วยความกล้า ผสมผสานระหว่างอิสระในการตัดสินใจ กับความเร็วด้านปฏิบัติ อาจเป็นจุดเปลี่ยน หรือจุดจบก็เป็นได้ ในยุคที่ทุกคนเชื่อใน ‘การกระจาย’ และ ‘การถ่วงดุลอำนาจ’ การที่เขายังคงยืนหยัดกับแนวทาง ‘ควบคุมแบบเบ็ดเสร็จ’ จึงถือว่าไม่ธรรมดา
ไม่ว่าเขาจะกลายเป็น ‘ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์’ หรือ ‘นักพนันที่กล้าเกินไป’ ปีหน้าอาจเป็นช่วงเวลาที่ตลาดจะให้คำตอบ
ความคิดเห็น 0