Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เกาหลีใต้ลงดาบโค인วัน(Coinone) ปรับ 5.2 พันล้านวอน ฐานละเมิดกฎ AML–KYC สะเทือนอุตสาหกรรมคริปโตทั้งระบบ

ทางการเกาหลีใต้ลงดาบ ‘โค인วัน(Coinone)’ ฐานละเมิดกฎ ‘ป้องกันการฟอกเงิน(AML)’ ครั้งใหญ่ หลังพบบัญชีลูกค้าที่ไม่ได้ยืนยันตัวตนกว่า 7 หมื่นบัญชี และทำธุรกรรมซ้ำๆ กับผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนคริปโตต่างประเทศที่ไม่จดทะเบียน ส่งสัญญาณเข้มงวดต่อธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งอุตสาหกรรม

เมื่อวันที่ 15 (เวลาท้องถิ่น) จากรายงานของสื่อเกาหลีและต่างประเทศ ระบุว่า สำนักงานวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน (FIU) ภายใต้คณะกรรมการบริการการเงินของเกาหลีใต้ มีมติว่า โค인วันละเลยภาระหน้าที่ด้าน ‘รู้จักลูกค้าของท่าน(KYC)’ อย่างมีนัยสำคัญ โดยพบว่ามีราว 70,000 บัญชีที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการยืนยันตัวตนอย่างถูกต้อง บางบัญชีมีข้อมูลสำคัญไม่ครบถ้วนแต่กลับถูกบันทึกว่า “ผ่านการยืนยันแล้ว” และยังสามารถทำธุรกรรมต่อไปได้โดยไม่มีการระงับ

FIU ยังชี้ว่า มีธุรกรรมมากกว่า 10,000 ครั้งที่เกิดขึ้นระหว่างโค인วันกับ ‘16 แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตต่างประเทศที่ไม่ได้จดทะเบียน’ ในเกาหลีใต้ ทั้งที่หน่วยงานกำกับดูแลเคยออกคำเตือนล่วงหน้าแล้ว การเพิกเฉยต่อคำเตือนนี้ถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระดับ ‘โทษทางปกครอง’ รุนแรงขึ้น

จากผลการสอบสวน โค인วันถูกสั่งปรับเป็นเงิน 5.2 พันล้านวอน (ประมาณหลักร้อยล้านบาท) พร้อมมาตรการ ‘ระงับการให้บริการบางส่วน’ เป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งรวมถึงการจำกัดการฝาก–ถอนของลูกค้าใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าว ถือเป็นการลงโทษที่กระทบต่อศักยภาพการขยายฐานผู้ใช้อย่างตรงตัว

ด้าน ชา มยองฮุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโค인วัน ถูกลงโทษทางปกครองในระดับ ‘คำเตือนอย่างเป็นทางการ’ แต่ยังไม่เข้าข่ายโทษทางอาญา ทั้งนี้ โค인วันยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ภายใน 10 วัน และรายละเอียดของมาตรการลงโทษขั้นสุดท้ายจะถูกกำหนดหลังเสร็จสิ้นกระบวนการพิจารณาคำคัดค้าน

เหตุการณ์นี้ตอกย้ำทิศทาง ‘คุมเข้มแพลตฟอร์มคริปโต’ ของเกาหลีใต้ ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนที่แล้ว แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตอันดับ 2 ของประเทศอย่าง บิท썸(Bithumb) ก็เพิ่งถูกลงโทษในข้อหา ‘ละเมิดกฎการป้องกันการฟอกเงิน’ เช่นกัน โดยต้องเสียค่าปรับจำนวนมาก และถูกสั่ง ‘ระงับการให้บริการบางส่วน’ เป็นเวลา 6 เดือน

กรณีของบิท썸ยิ่งทำให้ตลาดสะเทือน เพราะบริษัทเกิดเหตุโอนผิดให้ลูกค้าถึง 620,000 บิตคอยน์(BTC) ในทางเทคนิค แม้ส่วนใหญ่เป็นการโอนในระดับบัญชีภายใน แต่ ‘ตัวเลขความผิดพลาด’ ที่สูงผิดปกติก็เพียงพอที่จะกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างแรง ‘ความคิดเห็น’ เหตุการณ์แบบนี้ทำให้หน่วยงานกำกับมองว่าปัญหาไม่ได้มีแค่การฟอกเงิน แต่รวมถึงความเสี่ยงเชิงระบบ (systemic risk) ของแพลตฟอร์มด้วย

หน่วยงานกำกับของเกาหลีใต้ส่งสัญญาณชัดว่า การปรับเงินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป กำลังพิจารณามาตรการเสริม เช่น เครื่องมือ ‘หยุดซื้อขายชั่วคราว’ ในช่วงที่มีธุรกรรมผิดปกติ หรือเกิดการผันผวนของราคาอย่างรุนแรง คล้ายกับกลไกเซอร์กิตเบรกเกอร์ในตลาดหุ้น เพื่อป้องกันความเสียหายลุกลาม

การลงโทษโค인วันครั้งนี้จึงถูกตีความว่าเป็น “คำเตือนครั้งใหญ่” ต่อแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศ ว่าต้องยกระดับ ‘ระบบควบคุมภายใน’ และ ‘มาตรฐานป้องกันการฟอกเงิน’ ให้เข้มข้นกว่าขั้นต่ำตามกฎหมาย ‘ความคิดเห็น’ สำหรับตลาดคริปโตเกาหลีใต้ ซึ่งมีปริมาณเทรดสูงติดอันดับโลก การเพิกเฉยต่อประเด็นคอมพลายแอนซ์อาจสร้างความเสี่ยงเชิงโครงสร้างทั้งต่อธุรกิจและนักลงทุนในวงกว้าง

สุดท้าย ท่าทีและคำชี้แจงของโค인วันต่อ FIU ในช่วงอุทธรณ์ 10 วันข้างหน้าจะเป็นตัวแปรสำคัญ ว่ามาตรการลงโทษจะถูกผ่อนหนักให้เบาลงหรือไม่ รวมถึงจะเป็นสัญญาณต่อผู้เล่นรายอื่นว่า หน่วยงานกำกับพร้อมจะยืดหยุ่นแค่ไหน หากแพลตฟอร์มสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการปรับปรุงระบบจริงและลดช่องโหว่การฟอกเงินได้อย่างเป็นรูปธรรม

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

บิตคอยน์(BTC) ติดแนวต้าน 7.6 หมื่นดอลลาร์ แต่สัญญาณ ‘숏 스퀴즈’ จากตลาดอนุพันธ์เริ่มสุกงอม

โพลิกอน(POL) ปลดล็อก 3.6 พันล้านโทเค็นด้วย sPOL LST ดันยูนนิซิตี้สเตกกิ้งเชื่อมดิไฟแน่นขึ้น

รากุเท็นเพย์ญี่ปุ่นเปิดใช้ ริเพิล(XRP) จ่ายได้กว่า 5 ล้านร้าน ดันคริปโตสู่ระบบชำระเงินจริง

นักวิเคราะห์ชี้บิตคอยน์(BTC) ยังไม่ถึงก้นเหว คาดจุดต่ำสุดอาจเลื่อนไปไตรมาส 4 ปี 2026

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1