Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

IMF เตือนหนี้สาธารณะโลกจ่อทะลุ 100% GDP ดันบทบาทบิตคอยน์(BTC) เป็นสินทรัพย์หลบภัยทางเลือก

บิตคอยน์(BTC) กำลังกลับมาได้รับความสนใจในฐานะ ‘สินทรัพย์ทางเลือก’ อีกครั้ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจมหภาคทั่วโลก คำเตือนล่าสุดจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) จึงไม่ได้เป็นเพียง ‘สัญญาณความเสี่ยง’ แต่ยังถูกมองว่าเป็นตัวกระตุ้นให้เสน่ห์ระยะยาวของ ‘บิตคอยน์(BTC)’ เด่นชัดขึ้น

เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) จากรายงานฉบับล่าสุดของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) ระบุว่า หากแนวโน้มปัจจุบันยังดำเนินต่อไป ภายในปี 2029 หนี้สาธารณะทั่วโลกจะพุ่งขึ้นจนเข้าใกล้ระดับ 100% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(GDP) ทั้งโลก ซึ่งหมายความว่า มูลค่าการผลิตทางเศรษฐกิจต่อปีของโลกอาจถูกใช้ไปเพื่อรองรับภาระหนี้ของรัฐบาลเป็นหลัก

IMF ชี้ว่า สหรัฐและจีนเป็นสองประเทศที่ขับเคลื่อนการเพิ่มขึ้นของหนี้เป็นหลัก ขณะเดียวกันงบประมาณด้านการป้องกันประเทศที่ขยายตัวในหลายประเทศ ยิ่งเร่งให้ภาระการคลังของรัฐบาลพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่สามารถไล่ตามความเร็วในการออกพันธบัตรรัฐบาลได้ นักลงทุนย่อมเริ่มตั้งคำถามต่อ ‘ความมั่นคงทางการคลัง’ และเรียกร้องให้ผลตอบแทนพันธบัตร (อัตราดอกเบี้ย) อยู่ในระดับที่สูงขึ้น

ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ถูกมองว่ามีโอกาสได้รับประโยชน์เชิงโครงสร้าง เนื่องจากเป็นสินทรัพย์แบบ ‘กระจายศูนย์’ ที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของธนาคารกลางหรือรัฐบาล และดำเนินการอยู่นอกระบบการเงินดั้งเดิม(TradFi) อย่างชัดเจน

ตัวอย่างในอดีตสะท้อนภาพนี้ได้ดี ช่วงวิกฤตธนาคารไซปรัสในปี 2013 เมื่อมีการประกาศมาตรการตัดลดเงินฝาก(Bitcoin) ราคาบิตคอยน์ตอบสนองด้วยการพุ่งขึ้นแรง ขณะที่ในปี 2023 ระหว่างการล้มของธนาคารท้องถิ่นหลายแห่งในสหรัฐ ราคาบิตคอยน์ซึ่งเคลื่อนไหวแถว 25,000 ดอลลาร์ ก็ปรับตัวดีดกลับและเริ่มต้นแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ แสดงให้เห็นว่า เมื่อใดที่ความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินดั้งเดิมสั่นคลอน ‘บิตคอยน์’ มักถูกมองเป็น ‘สินทรัพย์หลบภัย’ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

อย่างไรก็ตาม ‘อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น’ ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้ โดยทั่วไปแล้ว เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้น สินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์มักเผชิญแรงขาย เนื่องจากผลตอบแทนแบบการันตีของตราสารหนี้ที่สูงขึ้นทำให้ ‘ต้นทุนค่าเสียโอกาส’ ของการถือครองบิตคอยน์เพิ่มตามไปด้วย

ตัวอย่างชัดเจนคือช่วงปลายปี 2021 ถึงปี 2022 เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอย่างเร่งตัว ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐดีดตัวแรง ราคาบิตคอยน์ร่วงลงจากโซนประมาณ 70,000 ดอลลาร์ ลงไปแตะระดับราว 16,000 ดอลลาร์

แต่ความแตกต่างระหว่างรอบก่อนหน้ากับสถานการณ์ปัจจุบันอยู่ที่ ‘สาเหตุ’ ของการขึ้นดอกเบี้ย ช่วงก่อนนั้น การปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นเพราะต้องการสกัดเงินเฟ้อจากนโยบายการเงิน ขณะที่สัญญาณที่ IMF เตือนในตอนนี้ เน้นไปที่ ‘ความเสี่ยงด้านเครดิต’ จากภาระหนี้ภาครัฐที่สูงขึ้น หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นเพราะนักลงทุนกังวลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐบาล การขึ้นดอกเบี้ยในลักษณะนี้จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มทางเลือกผลตอบแทน แต่สะท้อน ‘ความกังวลของตลาด’ ต่อคุณภาพเครดิตของภาครัฐโดยตรง

เมื่อโลกกำลังก้าวสู่ยุคที่ ‘หนี้สาธารณะสูงเกิน GDP’ ทางเลือกของรัฐบาลมีจำกัด ทั้งการลดรายจ่าย การขึ้นภาษี การก่อหนี้เพิ่ม หรือการปล่อยให้เงินเฟ้อช่วยลดมูลค่าหนี้ในเชิงจริง แต่ไม่ว่าทางเลือกใดก็มักลงเอยด้วยการบั่นทอน ‘ผลตอบแทนที่แท้จริง’ ของผู้ถือพันธบัตร ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

ตรงกันข้าม ‘บิตคอยน์(BTC)’ มีโครงสร้างที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน ปริมาณรวมถูกจำกัดไว้ที่ 21 ล้านเหรียญตามโปรโตคอล ทำให้ปราศจากความเสี่ยงจาก ‘การพิมพ์เพิ่ม’ หรือการลดทอนมูลค่าของสกุลเงินผ่านนโยบายการเงินแบบดั้งเดิม

‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์สินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนมากมองว่า โครงสร้างจำกัดอุปทานนี้คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้สถาบันการเงินและนักลงทุนรายใหญ่เริ่มเพิ่มสัดส่วน ‘บิตคอยน์(BTC)’ ในพอร์ตการลงทุนระยะยาว เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากหนี้สาธารณะและเงินเฟ้อในอนาคต

คำเตือนของ IMF ครั้งนี้อาจไม่ได้หมายความว่าราคาบิตคอยน์จะพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในระยะสั้น แต่ในโลกที่โครงสร้างเศรษฐกิจโลกกำลังล็อกตัวเข้าสู่ภาวะ ‘หนี้ล้นระบบ’ มากขึ้นทุกปี บทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกและเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงเชิงมหภาค กำลังถูกประเมินค่าใหม่อย่างจริงจังมากขึ้นเรื่อย ๆ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1