ประเทศนาอูรูดันการทูตด้วย ‘คริปโต’ ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ
ประเทศนาอูรูกำลังกดคันเร่งสู่ยุทธศาสตร์ ‘คริปโต’ เต็มตัว หลังแต่งตั้งผู้ประกอบการคริปโตชื่อดัง ดัดวาน ยูซุฟ(Dadvan Yousuf) เป็นกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันอุตสาหกรรม ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติให้ไหลเข้าสู่เกาะเล็กกลางแปซิฟิกแห่งนี้
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) สำนักข่าว Reuters รายงานว่า เดวิด อาเดียง ประธานาธิบดีนาอูรู ระบุว่าการแต่งตั้งครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมความร่วมมือข้ามพรมแดนกับผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล สถาบันการเงิน และบริษัทเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยรัฐบาลมองว่า ยูซุฟจะทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ยุทธศาสตร์ ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ ของนาอูรูสู่เวทีโลก และเชื่อมต่อประเทศเข้ากับเครือข่ายการเงินและเทคโนโลยีระดับนานาชาติ
การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนว่านาอูรูไม่ต้องการหยุดแค่การตั้ง ‘หน่วยงานกำกับ’ เท่านั้น แต่ต้องการก้าวขึ้นเป็น ‘ฮับคริปโต’ ที่ดึงดูดบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลจากทั่วโลกเข้ามาตั้งฐานดำเนินงาน ก่อนหน้านี้ นาอูรูได้จัดตั้ง ‘สำนักงานกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลโคแมนด์ ริดจ์ (CRVAA)’ ขึ้นเมื่อปีที่แล้ว เพื่อออกใบอนุญาตและกำกับดูแลบริษัทคริปโต ธนาคารดิจิทัล และกิจกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ ปูทางด้วยกรอบกฎหมายอย่างเป็นทางการสำหรับอุตสาหกรรมนี้ ประเทศที่มีประชากรราว 12,500 คน และพื้นที่เพียง 21 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นประเทศเกาะที่มีขนาดเล็กเป็นอันดับ 3 ของโลก จึงกำลังวาง ‘คริปโตเคอร์เรนซี’ เป็นแหล่งรายได้ใหม่ของชาติอย่างชัดเจน
อาเดียงย้ำว่านโยบายด้าน ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ ของนาอูรูมุ่งเสริมความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เขาระบุว่านาอูรูเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญความเสี่ยงสูงจาก ‘วิกฤตสภาพภูมิอากาศ’ และความเปราะบางทางเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องหายุทธศาสตร์ใหม่เพื่อความอยู่รอดในระยะยาว รัฐบาลมองว่าการดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศภายใต้กรอบ ‘กฎระเบียบ’ และ ‘คอมพลายแอนซ์’ ระดับนานาชาติที่ชัดเจน คือหัวใจของแผนการครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม ประวัติของยูซุฟก็สร้างเครื่องหมายคำถามไม่น้อย สำนักงานกำกับดูแลตลาดการเงินสวิตเซอร์แลนด์ หรือฟินมา(FINMA) เคยสั่งให้โครงการคริปโตที่เขาก่อตั้งยุติการดำเนินงานในปี 2023 โดยระบุว่าได้มีการขายโทเคนมูลค่าหลายล้านดอลลาร์โดยไม่มีใบอนุญาตที่จำเป็น และชี้ว่าโครงการดังกล่าวแทบไม่มีการดำเนินงานจริง ‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์บางรายมองว่าการที่นาอูรูต้องการสร้างภาพลักษณ์ด้าน ‘ความน่าเชื่อถือของการกำกับดูแล’ ทำให้ประเด็นนี้อาจกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในอนาคต
นาอูรูยังเคยถูกกล่าวถึงในเอกสารของศาลที่เกี่ยวข้องกับการล้มละลายของแพลตฟอร์ม FTX เมื่อปี 2023 จนได้รับความสนใจชั่วคราว เอกสารบันทึกภายในที่รั่วไหลออกมาระบุถึงไอเดียใช้เงินที่ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเพื่อ ‘ซื้อเกาะนาอูรูทั้งเกาะ’ และสร้างบังเกอร์หนีภัยสำหรับเตรียมรับมือหายนะระดับโลก เหตุการณ์นั้นทำให้นาอูรูถูกจับตาในฐานะเป้าหมายการใช้เงินคริปโตอย่างสุดโต่ง ก่อนที่รัฐบาลจะเลือกหันมาเดินเกมสร้าง ‘แบรนด์ประเทศ’ ด้วยนโยบายสินทรัพย์ดิจิทัลของตัวเองแทน
ท้ายที่สุด การแต่งตั้งยูซุฟในครั้งนี้จึงถูกมองเป็นสัญญาณชัดเจนว่านาอูรูกำลังก้าวจากเฟส ‘จัดระเบียบกฎเกณฑ์’ ไปสู่เฟส ‘เชิญชวนการลงทุนเชิงรุก’ เต็มตัว สำหรับประเทศขนาดเล็กที่หวังใช้ ‘คริปโต’ และ ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ คำถามสำคัญคือจะสามารถดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีการเงินและเม็ดเงินลงทุนระดับโลกได้มากแค่ไหน ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของยุทธศาสตร์ ‘คริปโตเคอร์เรนซี’ ของนาอูรูในระยะยาว
ความคิดเห็น 0