Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ชนแนวต้าน 75,000 ดอลลาร์ ตลาดลุ้นทะลุขึ้นรอบใหม่หรือกลับไปแกว่งในกรอบ

บิตคอยน์(BTC) กำลังเผชิญแรงขายอีกครั้งบริเวณแนวต้านสำคัญ ‘75,000ดอลลาร์’ ทำให้ความผันผวนระยะสั้นกลับมารุนแรงขึ้น ขณะที่ตลาดจับตาว่าระดับราคานี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนของแนวโน้มรอบใหม่ หรือพาบิตคอยน์กลับเข้าสู่ช่วง ‘แกว่งตัวในกรอบ’ ต่อไป

เมื่อไม่นานมานี้ บิตคอยน์ดีดขึ้นไปใกล้ ‘76,000ดอลลาร์’ ก่อนอ่อนตัวลงมาบริเวณราว ‘73,900ดอลลาร์’ นักวิเคราะห์มองว่าการปรับพอร์ตของ ‘ผู้ดูแลสภาพคล่อง’ มีส่วนสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ราคาระยะสั้น ขณะที่ภาพรวมตลาดยังถูกผูกไว้กับปัจจัยเดิม ทั้งการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐ–อิหร่าน ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มคลายตัว และแนวต้าน ‘75,000ดอลลาร์’ ที่ยังเป็นด่านหลักของรอบนี้

‘75,000ดอลลาร์’ จะเป็นเพดานหรือประตูขึ้นรอบใหม่

บรรดาผู้เชี่ยวชาญย้ำตรงกันว่าโซน ‘75,000ดอลลาร์’ เป็นทั้ง “เพดานด้านบน” และ “จุดกลับตัวของเทรนด์” หากบิตคอยน์สามารถทะลุระดับนี้อย่างชัดเจนและยืนได้มั่นคง มีโอกาสสูงที่ ‘ขาขึ้น’ จะขยายตัวต่อเนื่อง แต่หากถูกปฏิเสธอีกรอบ สัญญาณขายทำกำไรอาจถาโถม จนราคาย่อลงกลับเข้าสู่ ‘ตลาดกรอบแคบ’ อีกครั้ง

นักวิเคราะห์คริปโตจากมาร์เร็กซ์(Marex) ระบุว่า “ถ้าบิตคอยน์ยืนเหนือ ‘75,000ดอลลาร์’ ได้ เทรนด์ขาขึ้นมีโอกาสถูกขยายต่อ แต่หากชนแล้วถูกกดลงมาอีกครั้ง ระดับราคานี้จะกลายเป็นเหมือน ‘แม่เหล็ก’ ดึงราคาให้แกว่งตัวแรงในกรอบผันผวน”

อัลต์คอยน์อ่อนแรง แต่ ‘อีเธอเรียม(ETH)’ เริ่มส่งสัญญาณแกร่งกว่า

ทิศทางที่ไม่ชัดเจนของบิตคอยน์ กดดันให้บรรยากาศในตลาดอัลต์คอยน์ซบเซาตามไปด้วย ‘ริปเปิล(XRP)’, ‘อีเธอเรียม(ETH)’ และ ‘โซลานา(SOL)’ ร่วงลงมากกว่า 2% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สะท้อนแรงขายระยะสั้นที่กระจายตัวในเหรียญหลัก

อย่างไรก็ตาม ‘อีเธอเรียม’ เริ่มแสดงสัญญาณแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับบิตคอยน์ จากการที่กิจกรรมบนเชนเพิ่มขึ้น ทำให้ ‘อัตราส่วน ETH/BTC’ ดีดขึ้นแตะระดับ ‘0.032’ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่าความต้องการถือครองอีเธอเรียมยังคง ‘เหนียวแน่น’ เมื่อเทียบกับบิตคอยน์ในช่วงตลาดลังเล

ตลาดอนุพันธ์ชี้ชัด ‘ไร้ทิศทาง’

ฝั่งอนุพันธ์เกิดการ ‘ล้างพอร์ต’ รวมกันราว ‘424ล้านดอลลาร์’ โดยเป็นการปิดทั้งฝั่ง ‘ลอง(ซื้อ)’ และ ‘ชอร์ต(ขาย)’ ในสัดส่วนที่เกือบเท่ากัน สะท้อนภาพตลาดที่ยังขาดความเชื่อมั่นว่าจะไปทางไหนชัดเจน

‘มูลค่ามิเปิดสถานะ (Open Interest, OI)’ ของฟิวเจอร์สบิตคอยน์ปรับตัวลดลงตามราคาที่อ่อนตัวลง ซึ่งบ่งชี้ว่าภาพรวมใกล้เคียงกับการ “ปิดโพซิชั่นเดิม” มากกว่าการเปิดชอร์ตใหม่อย่างรุนแรง ขณะที่ XRP, ETH และ SOL ก็แสดงพฤติกรรมคล้ายกัน คือ OI ลดลงพร้อมราคาที่อ่อนตัว

ในอีกด้านหนึ่ง ‘สัญญาฟิวเจอร์สน้ำมันดิบ’ มี OI ลดลงถึงราว 12% สื่อถึงความกังวลด้านความเสี่ยงซัพพลายพลังงานที่เริ่มคลายตัว ปัจจัยนี้มักถูกตีความว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อ ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ รวมถึงคริปโตด้วย

ส่วนตลาดออปชัน บ่งชี้ชัดถึงการกลับมาของ ‘ความต้องการป้องกันขาลง’ โดยราคาพุทออปชันของบิตคอยน์ยังสูงกว่าคอลออปชันแทบทุกช่วงราคา ขณะที่อีเธอเรียมก็เผชิญภาวะที่ฝั่งซื้อประกันกันการร่วงในระยะสั้นยังครองความได้เปรียบ

ความผันผวนรุนแรงในเหรียญเล็ก สัญญาณ ‘อุปทานบิดเบือน’

ในตลาดอัลต์คอยน์ขนาดเล็ก ความผันผวนกำลังขึ้นสู่ระดับสุดโต่ง เหรียญอย่าง ‘ดิเอ็กเซ(DEXE)’, ‘M’ และ ‘GT’ ทะยานขึ้นติดอันดับตัวเต็งฝั่งบวก ขณะที่ ‘HASH’, ‘เวิลด์คอยน์(WLD)’ และ ‘แซดแคช(ZEC)’ กลับร่วงหนัก นำขบวนฝั่งแดง

ที่ถูกจับตาเป็นพิเศษคือโทเคน ‘เรฟ(RAVE)’ ของโปรเจกต์ เรฟDAO(RaveDAO) ซึ่งราคาทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรงในช่วงหลัง มูลค่าตลาดของโทเคนนี้พุ่งจากราว ‘65ล้านดอลลาร์’ เป็น ‘4,750ล้านดอลลาร์’ ภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ ก่อนจะย่อลงมาอยู่แถว ‘3,400ล้านดอลลาร์’ ในตอนนี้

มีการวิเคราะห์ว่าระหว่างทาง ‘กระเป๋าที่เกี่ยวข้องกับทีมพัฒนา’ ซึ่งถือครองโทเคนมากกว่า 90% ของซัพพลายทั้งหมด ได้เคลื่อนย้ายโทเคนจำนวนมหาศาลเข้าสู่กระดานเทรด เพื่อสร้างภาพ ‘แรงขายกดราคา’ ให้ตลาดเข้าใจว่ากำลังมีแรงเทขายออกมาอย่างหนัก จากนั้นจึงดึงโทเคนกลับ พร้อมเร่งให้เกิดการล้างโพซิชั่นชอร์ต และดันราคากลับขึ้น

ในขณะนี้ ‘ฟันดิงเรต’ ของเรฟ(RAVE) ยังคงติดลบอย่างรุนแรง สะท้อนว่าการถือชอร์ตยังแออัด หากราคาเด้งขึ้นเพียงเล็กน้อย อาจจุดชนวนให้เกิดแรงซื้อปิดชอร์ตเพิ่ม จนราคาถูกดันขึ้นต่อได้ไม่ยาก แต่ด้วยสภาพคล่องที่ตื้น การเคลื่อนไหวทั้งขาขึ้นและขาลงจึงมีโอกาส ‘เหวี่ยงแรง’ ในสองทิศทาง

ข้อสรุป: ทางแยกสำคัญ ‘แกว่งในกรอบ’ หรือ ‘ทะลุขึ้นต่อ’

บิตคอยน์กำลังถูกทดสอบอีกครั้งที่แนวต้าน ‘75,000ดอลลาร์’ ท่ามกลางบรรยากาศตลาดที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งจากฝั่งอนุพันธ์และอัลต์คอยน์ที่สะท้อนอารมณ์ “ยังไม่กล้าฟันธง” ของนักลงทุน โดย ‘การทะลุหรือถูกปฏิเสธที่ระดับราคานี้’ จะเป็นปัจจัยชี้ขาดทิศทางเทรนด์ระยะสั้น ว่าตลาดจะกลับเข้าสู่โหมด ‘ไซด์เวย์ในกรอบ’ หรือเปิดทางไปสู่รอบขาขึ้นชุดใหม่อย่างจริงจัง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1