บิตคอยน์(BTC) พยายามทะลุแนวต้านสำคัญแถว 7.6 หมื่นดอลลาร์อีกครั้งแต่ไม่สำเร็จ ก่อนจะอ่อนตัวลงมา อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์กลับชี้ว่า ‘숏 스퀴즈’ อาจกำลังสุกงอม และยังเปิดโอกาสให้เกิดการดีดตัวของราคาในระยะสั้น
เมื่อช่วงต้นการซื้อขาย บิตคอยน์(BTC) เคยดีดขึ้นไปยืนเหนือ 7.6 หมื่นดอลลาร์ชั่วคราว แต่ก็ถูกแนวต้านซึ่งกั้นไว้มากว่า 2 เดือนกดกลับลงมา หลังจากนั้นราคาถูกขายจนหลุดลงมาต่ำกว่า 7.4 หมื่นดอลลาร์ ก่อนจะฟื้นตัวเล็กน้อย มาซื้อขายบริเวณประมาณ 7.43 หมื่นดอลลาร์ คิดเป็นการปรับขึ้นราว 1.3% ในกรอบเวลา 24 ชั่วโมง ขณะที่ อีเธอเรียม(ETH) เคยทะลุ 2400 ดอลลาร์แล้วถูกกดลงคล้ายกัน แต่หากมองในกรอบวันยังบวกได้ราว 2.5% สะท้อนแรงซื้อที่แข็งแรงกว่าบิตคอยน์เล็กน้อย ด้านดัชนีแนสแด็กของสหรัฐพุ่งขึ้นราว 2% และยืนใกล้จุดสูงสุดระหว่างวัน แสดงภาพการเคลื่อนไหวที่ต่างทิศกับตลาดคริปโตในช่วงนี้
ในฝั่งอนุพันธ์ ‘숏’ กำลังหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจกลายเป็นเชื้อไฟให้ราคาดีดแรงได้ในภายหลัง เบ틀레 룬เด(Vetle Lunde) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ K33 รี서치 ระบุว่า โครงสร้างตลาดตอนนี้เอื้อต่อโอกาสเกิด ‘숏 스퀴즈’ มากขึ้น โดยชี้ให้เห็นว่าอัตรา ‘펀딩비’ ของสัญญาฟิวเจอร์สแบบไร้กำหนดอายุ (Perpetual Futures) บนแพลตฟอร์ม Binance ฝั่งบิตคอยน์ ยังคงติดลบต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 11 ติดต่อกัน ทั้งที่ราคาฟื้นตัวขึ้นมาพอสมควรแล้ว สัญญาณเช่นนี้สะท้อนว่าเทรดเดอร์จำนวนมากยังคงเปิดสถานะเดิมพันฝั่งขาลงต่อไป แม้ราคาจะเริ่มขยับขึ้น
ควบคู่กันนั้น ปริมาณ ‘미결제약정(Open Interest)’ หรือสัญญาคงค้างในตลาดฟิวเจอร์สก็กำลังเพิ่มขึ้น ไม่ได้ลดลงเหมือนช่วงที่มีการปิดสถานะเดิมจำนวนมาก แปลว่าตลาดกำลังมี ‘숏’ ใหม่ถูกเปิดเพิ่ม มากกว่าจะเป็นการทยอยปิดสถานะที่ค้างอยู่เดิม การที่ ‘숏’ เพิ่มขึ้นพร้อมกับ Open Interest ขยายตัว มักถูกมองว่าเป็นสูตรสำเร็จแบบเดิมๆ ที่เคยจุดชนวนให้เกิดการพุ่งขึ้นของราคาอย่างรวดเร็วในอดีต
ประเด็นที่น่าจับตาอีกจุดคือ ค่าเฉลี่ย 30 วันของ ‘펀딩비’ ฝั่งบิตคอยน์ที่ติดลบต่อเนื่องมาแล้วถึง 46 วัน นานพอๆ กับช่วง ‘ตื่นกลัว’ ครั้งใหญ่ในอดีต เช่น หลังเหตุล่มสลายของ FTX ในปี 2022 หรือช่วงที่จีนสั่งแบนการขุดบิตคอยน์อย่างเข้มงวดในปี 2021 ทั้งสองเหตุการณ์นั้นล้วนเป็นช่วงเวลาที่ตลาดอยู่ในโหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยงอย่างชัดเจน แต่ต่อมากลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสเข้าซื้อสำหรับนักลงทุนระยะยาว
룬데ให้ ‘ความคิดเห็น’ ไว้ว่า ช่วงที่ตลาดไปกองฝั่ง ‘숏’ หนาแน่นผิดปกติแบบนี้ มักเป็นจังหวะที่ ‘ความน่าสนใจในการเข้าซื้อบิตคอยน์เพิ่มสูงขึ้นในเชิงประวัติศาสตร์’ เพราะหากราคาขยับขึ้นสวนทางเพียงเล็กน้อย ก็มีโอกาสทำให้สถานะ ‘숏’ จำนวนมากถูกบังคับปิดพร้อมกัน ส่งผลให้ราคาถูกดันขึ้นต่ออย่างรวดเร็วจากแรงซื้อบังคับ (Short Covering) ตามมาเป็นลูกโซ่
ภาพรวมแล้ว บิตคอยน์(BTC) อาจยังติดอยู่ใต้แนวต้าน 7.6 หมื่นดอลลาร์ในเชิงเทคนิค แต่ในเชิงโครงสร้างตลาดอนุพันธ์ แรงกดดันจากฝั่ง ‘숏’ กำลังสะสมตัวมากขึ้นเรื่อยๆ หากราคาสามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือโซน 7.6 หมื่นดอลลาร์ได้อีกครั้ง ตลาดอาจได้เห็น ‘숏 스퀴즈’ รอบใหม่ที่ทำให้ความผันผวนของบิตคอยน์พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีเหล่านักเก็งกำไรฝั่งขาลงเป็นเชื้อเพลิงสำคัญของรอบนี้
ความคิดเห็น 0