บิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ‘ETF แบบถือครองจริง’ ยังสะท้อนบรรยากาศ ‘หลบความเสี่ยง’ ในตลาดชัดเจน หลังเม็ดเงินไหลเข้าแล้วไหลออกสลับไปมาในเวลาไม่กี่วัน ขณะที่กองทุนอ้างอิงโซลานา(SOL) และริปเปิล(XRP) มียอดซื้อขายเบาบาง สะท้อนความสนใจใน ‘อัลท์คอยน์’ ที่อ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) แพลตฟอร์มวิเคราะห์กองทุนคริปโต ‘โซโซแวลู(SoSoValue)’ รายงานว่า กองทุน ETF บิตคอยน์(BTC) มียอด ‘เงินไหลเข้า’ สูงถึง 471.3 ล้านดอลลาร์ภายในวันเดียวเมื่อวันที่ 6 เมษายน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับจากต้นมีนาคมเป็นต้นมา โดยกองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของแบล็คร็อกดึงเม็ดเงินได้มากสุดที่ 181.9 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กองทุน FBTC ของฟิเดลิตี้ตามมาติด ๆ ที่ 147.3 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศก็พลิกในเวลาเพียงสองวัน วันที่ 7 เมษายนมี ‘เงินไหลออก’ 159.05 ล้านดอลลาร์ และวันที่ 8 เมษายนออกเพิ่มอีก 125.55 ล้านดอลลาร์ แม้ตลาดคาดว่า ‘การประกาศหยุดยิงสหรัฐ–อิหร่าน’ จะช่วยหนุนสินทรัพย์เสี่ยง แต่ในความเป็นจริงเม็ดเงินจาก ETF กลับไหลออกก่อน จากนั้นเมื่อความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มผ่อนคลายลงในวันที่ 9–10 เมษายน กองทุนบิตคอยน์(BTC) ก็กลับมารับเม็ดเงินรวมกว่า 598.5 ล้านดอลลาร์ แต่ถึงวันที่ 13 ก็กลับทิศเป็นเงินไหลออกอีกครั้งราว 291.1 ล้านดอลลาร์
ฝั่งอีเธอเรียม(ETH) ETF เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน วันที่ 6 เมษายนมีเงินไหลเข้า 120.24 ล้านดอลลาร์ มากที่สุดนับจากวันที่ 17 มีนาคม ก่อนที่อีกสองวันถัดมาจะมีเงินไหลออก 83.3 ล้านดอลลาร์ หลังจากนั้นตลอด 3 วันทำการถัดมา กองทุนอีเธอเรียม(ETH) ETF กลับมารับเม็ดเงินสุทธิรวมกว่า 159.5 ล้านดอลลาร์ ‘ความคิดเห็น’ การที่บิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ถูกซื้อ–ขายในจังหวะใกล้เคียงกัน บ่งชี้ว่านักลงทุนกำลังปรับพอร์ตตามปัจจัยมหภาคและแรงซื้อขายระยะสั้น มากกว่าจะเลือกถือระยะยาว
ในทางกลับกัน ETF อ้างอิงริปเปิล(XRP) และโซลานา(SOL) แทบไม่มีบทบาทเมื่อเทียบกับสองเหรียญหลัก โดยยอดเงินไหลเข้าสุทธิรายสัปดาห์ของ XRP อยู่เพียง 13.8 ล้านดอลลาร์ ส่วนโซลานา(SOL) ETF อยู่ที่ 11.69 ล้านดอลลาร์เท่านั้น กองทุน XRP ETF บันทึกสถานะ ‘ศูนย์การเคลื่อนไหว’ ทั้งวันที่ 6 และ 8 เมษายน ก่อนจะมีเงินไหลเข้า 9.09 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 10 ขณะที่โซลานา(SOL) ETF ก็มีเงินไหลเข้ารอบใหญ่เพียงวันเดียวคือ 11.45 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 10 เช่นกัน โดยภาพรวมจึงถูกตีความว่า ในภาวะตลาดผันผวน นักลงทุนยัง ‘ไม่กล้า’ เข้าลงทุนในอัลท์คอยน์ ETF มากนัก
อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญคืออัตราแลกเปลี่ยนวอน–ดอลลาร์ ที่ขยับขึ้นไปบริเวณ 1 ดอลลาร์ต่อ 1,473.50 วอน ทำให้ ‘ดอลลาร์แข็งค่า’ กลายเป็นแรงกดดันต่อบรรยากาศลงทุนโดยรวม ขณะเดียวกันความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่ได้คลี่คลายอย่างชัดเจน ‘ความคิดเห็น’ ภายใต้สภาพแวดล้อมแบบนี้ มีโอกาสสูงที่เม็ดเงินจะยังคงไหลเข้าหรือหมุนเวียนอยู่ในกองทุนบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) เป็นหลัก ส่วน ETF อัลท์คอยน์อย่างโซลานา(SOL) และริปเปิล(XRP) น่าจะยังเผชิญทิศทางการลงทุนที่ระมัดระวังไปอีกระยะ
ความคิดเห็น 0