Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

สหรัฐฯ จ่อคลอดดีลประนีประนอมดอกเบี้ยสเตเบิลคอยน์ เปิดทางปลดล็อกกฎหมายคริปโต CLARITY Act

วุฒิสภาสหรัฐฯ กำลังเข้าใกล้จุดเปลี่ยนสำคัญของกฎหมาย ‘สเตเบิลคอยน์’ หลังมีรายงานว่ากลุ่ม ส.ว. เตรียมเปิดเผย ‘ร่างประนีประนอม’ ว่าด้วยประเด็น ‘ดอกเบี้ย/ผลตอบแทน’ บนสเตเบิลคอยน์ ซึ่งเป็นปมหลักที่ทำให้กฎหมาย CLARITY Act ติดค้างอยู่ในสภาสูง และอาจกลายเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกกฎเกณฑ์คริปโตฝั่งสหรัฐฯ ในระยะต่อไป

เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ ‘โพลิติโก(Politico)’ ทอม ทิลลิส(Tom Tillis) วุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกัน เปิดเผยว่าจะเผยแพร่ ‘ร่างข้อเสนอประนีประนอม’ ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อคลี่คลายข้อขัดแย้งระหว่างภาคธนาคารและอุตสาหกรรมคริปโตเกี่ยวกับ ‘ผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์’ ที่ถือครองอยู่ โดยเป้าหมายหลักคือการวางกรอบให้ชัดว่าสถาบันหรือแพลตฟอร์มคริปโตสามารถ ‘จ่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทน’ จากยอดคงเหลือสเตเบิลคอยน์ได้ในลักษณะใดบ้าง

ทิลลิสได้ร่วมทำงานกับแองเจลา อัลส์บรูคส์(Angela Alsobrooks) วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตในการปรับถ้อยคำของกฎหมายฉบับใหม่ และได้ส่ง ‘ร่างเบื้องต้น’ ให้ทั้งสมาคมธนาคารและบริษัทคริปโตหลายแห่งพิจารณาแล้ว อย่างไรก็ตาม ภาคธนาคารยังคงคัดค้านสาระสำคัญบางส่วน ทำให้ยังมีโอกาสเกิดการปรับแก้ในวินาทีสุดท้ายก่อนเผยแพร่ฉบับอย่างไม่เป็นทางการ

ปัญหาเรื่อง ‘ดอกเบี้ยสเตเบิลคอยน์’ ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดที่ทำให้ CLARITY Act ไม่สามารถเดินหน้าต่อในวุฒิสภาได้ ทั้งที่สภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องไปตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่การเจรจาในวุฒิสภากลับติดขัด เพราะผลประโยชน์ของ ‘ธนาคารพาณิชย์’ กับ ‘แพลตฟอร์มคริปโต’ แทบจะสวนทางกันโดยตรง

ปัจจุบันกฎหมาย GENIUS Act ที่ผ่านความเห็นชอบไปก่อนหน้า ได้วางกรอบเบื้องต้นเอาไว้ว่า ผู้ออกสเตเบิลคอยน์ (issuer) ‘ห้าม’ จ่ายดอกเบี้ยให้ผู้ถือเหรียญโดยตรง แต่ ‘อนุญาต’ ให้แพลตฟอร์มบุคคลที่สาม เช่น ‘ตลาดซื้อขายคริปโต’ หรือแพลตฟอร์มฟินเทค เป็นผู้จัดสรรผลตอบแทนให้ลูกค้าแทนได้ โครงสร้างนี้ทำให้พื้นที่ของผลิตภัณฑ์ที่คล้าย ‘บัญชีออมทรัพย์สเตเบิลคอยน์’ หรือ ‘โปรแกรมผลตอบแทนบนกระดานเทรด’ ยังเปิดกว้างอยู่ในระดับหนึ่ง

ฝั่งสถาบันการเงินดั้งเดิมมองว่า หากปล่อยให้ ‘สินค้าออมทรัพย์หรือการลงทุนที่อ้างอิงสเตเบิลคอยน์’ จ่ายอัตราผลตอบแทน (APY) สูงอย่างต่อเนื่อง อาจเร่งให้เงินฝากไหลออกจากระบบธนาคารไปยังแพลตฟอร์มคริปโต จนกระทบความสามารถในการระดมทุนเพื่อปล่อยสินเชื่อของธนาคาร ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของระบบการเงินปัจจุบัน ‘ความคิดเห็น’ ธนาคารกังวลว่าการเปิดช่องให้สเตเบิลคอยน์กลายเป็นคู่แข่งเงินฝากเต็มรูปแบบ จะสั่นคลอนเสถียรภาพของระบบเครดิตทั้งระบบ

ในทางกลับกัน ฝั่งอุตสาหกรรมคริปโตยืนยันว่า ‘ผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์’ เป็นแรงดึงดูดสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้งานยังคงฝากเงินหรือสินทรัพย์ไว้ใน ‘ตลาดซื้อขาย’ และ ‘แพลตฟอร์มดีฟาย(DeFi)’ พร้อมทั้งเห็นว่าหากกฎใหม่เข้มงวดจนปิดกั้นรูปแบบการให้ผลตอบแทนเหล่านี้ อาจทำให้สหรัฐฯ เสียเปรียบประเทศอื่นในการแข่งขันธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และผลักดันให้สภาพคล่องไหลออกไปยังเขตอำนาจศาลที่มีกฎเกณฑ์ผ่อนคลายกว่า

ทิศทางการเจรจาล่าสุดมีแนวโน้มไปในรูปแบบ ‘ห้ามดอกเบี้ยแบบพาสซีฟ’ แต่ ‘ผ่อนปรนผลตอบแทนแบบใช้จริง’ กล่าวคือ มีการพูดคุยกันว่าควร ‘จำกัด’ การจ่ายดอกเบี้ยจากยอดสเตเบิลคอยน์ที่เพียงแต่ถูกเก็บไว้เฉย ๆ (idle balance) ขณะเดียวกัน ‘อนุญาต’ ให้มีการให้รางวัลหรือคืนค่าธรรมเนียมในกรณีที่เหรียญถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์จริง เช่น การชำระเงิน โอนเงิน หรือมีบทบาทในกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน

ร่างของทิลลิสที่เตรียมเปิดเผยถูกคาดหมายว่าจะ ‘ขีดเส้นแบ่ง’ ให้ชัดเจนระหว่าง ‘ดอกเบี้ยในความหมายคล้ายเงินฝากธนาคาร’ กับ ‘รางวัลหรืออินเซนทีฟที่อิงกับกิจกรรมบนเครือข่าย’ เพื่อให้หน่วยงานกำกับดูแล เช่น ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และหน่วยงานกำกับตลาดการเงิน สามารถใช้เป็นกรอบวินิจฉัยได้ง่ายขึ้นว่าอะไรอยู่ในข่ายต้องกำกับแบบสถาบันการเงินดั้งเดิม และอะไรยังถือเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ดิจิทัลเชิงนวัตกรรม

ผลลัพธ์ของ ‘ดีลประนีประนอม’ รอบนี้อาจส่งแรงกระเพื่อมไปไกลกว่าตัวกฎหมาย CLARITY Act เอง เพราะจะมีผลต่อระดับ ‘APY ของสเตเบิลคอยน์’ โครงสร้างสภาพคล่อง และ ‘จุดที่ผู้ลงทุนเลือกเก็บเงินดอลลาร์ดิจิทัล’ ว่าจะอยู่กับธนาคาร, อยู่บนตลาดซื้อขายคริปโต หรือไหลไปยังโปรโตคอลดีฟายในต่างประเทศ ‘ความคิดเห็น’ วิธีที่สหรัฐฯ สรุปนิยามคำว่า ‘ผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์’ ในครั้งนี้ ยังถูกจับตามองว่าอาจเชื่อมโยงโดยตรงกับการแข่งขันเรื่อง ‘ดอลลาร์ดิจิทัล’ และบทบาทของเงินดอลลาร์ในระบบการเงินยุคบนบล็อกเชนในระยะยาวอีกด้วย

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1