Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ยุคใหม่ตลาดคริปโต: สถาบันการเงินขึ้นแท่นตัวเอก กระทิงเดินหน้าท่ามกลางการหายไปของรายย่อย

ตลาดคริปโตปีนี้กำลังเข้าสู่ ‘ยุคใหม่’ ที่ขับเคลื่อนด้วยสถาบันการเงิน ขณะที่นักลงทุนรายย่อยกลับทยอยหายไปจากตลาด ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพสูงและภาระค่าใช้จ่ายรายเดือนที่หนักหน่วง ทำให้ ‘สถาบัน’ กลายเป็นตัวเอกของรอบกระทิงครั้งนี้อย่างชัดเจน

เมื่อวันที่ 12 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Cointelegraph เจพี ริชาร์ดสัน(JP Richardson) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทกระดานเทรดคริปโต ‘Exodus’ ระบุว่า ปีนี้เป็นปีที่การเข้ามามีบทบาทของสถาบันการเงินในตลาดคริปโตเพิ่มความเร็วยิ่งขึ้น ขณะที่นักลงทุนรายย่อยกลับไหลออกจากตลาด เขาใช้คำว่า ‘เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์คริปโตที่สถาบันเข้าสู่ตลาดกระทิงเต็มตัว แต่คนทั่วไปอาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตลาดกำลังอยู่ในขาขึ้น’ เพื่อสะท้อนภาพความแตกต่างของรอบนี้

ริชาร์ดสันยกตัวอย่างสัญญาณสำคัญหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าตลาดรวมของสเตเบิลคอยน์ที่ขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล การเดินหน้าลุยคริปโตของสถาบันการเงินดั้งเดิม เช่น การออกกองทุนอีทีเอฟบิตคอยน์(BTC) ของโมแกนสแตนลีย์(MS) การเปิดรายชื่อรอใช้บริการซื้อขายบิตคอยน์สปอตของชาร์ลสชวาบ(Charles Schwab) การตั้งฝ่ายธุรกิจคริปโตของฟรังกลินเทมเพิลตัน(Franklin Templeton) ไปจนถึงการที่แพนีเมย์(Fannie Mae) เริ่มรับสินเชื่อบ้านที่ใช้บิตคอยน์เป็นหลักประกัน ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ‘เงินสถาบัน’ กำลังทยอยไหลเข้ามาในโครงสร้างตลาดอย่างต่อเนื่อง

เขาเปรียบเทียบกับรอบปรับฐานใหญ่ในปี 2018 และ 2022 ที่ตอนนั้นทั้งสถาบันและรายย่อยต่างเทขายและถอยออกจากตลาดพร้อมกัน แต่รอบนี้กลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะสถาบันกลับเร่งเข้าซื้อและสะสมสินทรัพย์ดิจิทัลในช่วงผันผวน “สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าตลาดคริปโตกำลังเคลื่อนจากยุค ‘กระแสเก็งกำไรของคนทั่วไป’ ที่เต็มไปด้วยความผันผวน มาสู่ตลาดที่สถาบันเน้นการสะสมสภาพคล่องในระยะยาว ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับตลาดการเงินที่เติบโตแล้ว” ริชาร์ดสันอธิบาย

‘ภาระค่าครองชีพ’ บีบรายย่อยออกจากตลาดคริปโต

ในวันเดียวกัน มิคาเอล ฟาน เดอ ป็อปเป(Michaël van de Poppe) ผู้ก่อตั้ง MN Fund และยูทูบเบอร์สายคริปโตชื่อดัง โพสต์บน X ว่า ตอนนี้นักลงทุนรายย่อยแทบไม่มีความสนใจต่อคริปโตแล้ว เขาอ้างถึงปัจจัยด้านเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น พร้อมระบุว่า “คนส่วนใหญ่ลำบากแม้กระทั่งการจ่ายบิลในแต่ละเดือน” ทำให้ ‘พื้นที่เสี่ยง’ สำหรับลงทุนสินทรัพย์ผันผวนอย่างคริปโตหดตัวลงอย่างมาก

ฟาน เดอ ป็อปเปคาดการณ์ว่า รอบวัฏจักรนี้จะไม่ใช่ ‘เวทีของรายย่อย’ แต่จะเป็นรอบที่สถาบันการเงินและผู้เล่นทุนใหญ่เข้ามากุมบทบาทหลักในการขับเคลื่อนราคาและสภาพคล่องในตลาด “ความคิดเห็น” มุมมองนี้สอดคล้องกับทิศทางข้อมูลบนเชนและพฤติกรรมของบัญชีขนาดเล็กที่เริ่มแสดงให้เห็นช่องว่างชัดเจนระหว่างเงินสถาบันกับเงินรายย่อย

ด้านนักวิเคราะห์จากคริปโตควอนต์(CryptoQuant) นามแฝง ‘ดาร์กโพสต์(Dark Post)’ เปิดเผยเมื่อต้นเดือนว่า การไหลเข้าของบัญชีขนาดเล็กแตะระดับต่ำสุดในรอบ 9 ปี โดยเฉพาะข้อมูลจากกระดานเทรดไบแนนซ์(Binance) ที่บ่งชี้ว่า กระแสเงินของบัญชีที่ถือบิตคอยน์(BTC) ต่ำกว่า 1 BTC ลดลงแตะจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เขาระบุว่า “นักลงทุนรายย่อยได้หายตัวออกจากตลาดอย่างชัดเจน”

นอกจากนี้ ยังมีมุมมองว่าบางส่วนของเม็ดเงินรายย่อยอาจไหลออกจากคริปโตไปสู่ตลาดหุ้นและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ หลังทั้งสองตลาดทำผลตอบแทนได้โดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้คริปโตดูด้อยความน่าสนใจลงในสายตานักลงทุนที่โฟกัสผลตอบแทนระยะสั้นเป็นหลัก

จิตวิทยาตลาดระยะสั้นยัง ‘เปราะบาง’ แพ้ให้กับตัวแปรมหภาค

เจฟฟ์ โค(Jeff Ko) หัวหน้านักวิเคราะห์ของกระดานเทรด CoinEx ให้ความเห็นว่า ภาพรวมบรรยากาศในตลาดคริปโตตอนนี้ยังคง ‘เปราะบาง’ และถูกขับเคลื่อนอย่างมากด้วยตัวแปรมหภาคอย่างราคาน้ำมัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และความคาดหวังต่อเงินเฟ้อ เขามองว่าการปรับฐานของบิตคอยน์(BTC) ในช่วงหลังไม่ได้สะท้อนถึงการที่ดีมานด์ต่อคริปโตหายไปโดยตรง แต่เป็นผลจากความไม่แน่นอนด้านมหภาคที่ทำให้ ‘ส่วนเพิ่มของความเสี่ยง’ หรือ risk premium ขยายตัว นักลงทุนจึงต้องการส่วนชดเชยที่สูงขึ้นสำหรับการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง

อย่างไรก็ตาม เขาประเมินว่าแนวโน้มในระยะกลางอาจสดใสมากกว่า โดยให้เหตุผลว่า ราคาน้ำมันมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานของอุปสงค์และอุปทาน ทำให้การยืนอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานทำได้ยาก เมื่อแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานเริ่มคลายตัว ก็อาจช่วยลดแรงตึงเครียดด้านเงินเฟ้อและเปิดพื้นที่ให้นักลงทุนกลับมาหาความเสี่ยงในตลาดมากขึ้น

บรรยากาศในหมู่นักวิเคราะห์เริ่มตีความว่า ภาพรวมที่กำลังเกิดขึ้นคือการเปลี่ยนผ่านจากตลาดคริปโตยุคเดิมที่ขับเคลื่อนด้วย ‘ความรู้สึก’ ของรายย่อย และการเหวี่ยงขึ้นลงแบบสุดโต่ง มาสู่ตลาดที่ตอบสนองต่อกระแสเงินสถาบัน นโยบายการเงิน และตัวแปรมหภาคมากขึ้น “ความคิดเห็น” หากเทรนด์นี้เดินหน้าต่อไป วัฏจักรคริปโตในอนาคตอาจมีลักษณะใกล้เคียงตลาดทุนดั้งเดิมมากขึ้น ทั้งด้านโครงสร้างผู้เล่นและพฤติกรรมราคา

ท้ายที่สุด การที่นักลงทุนรายย่อยจะกลับเข้าสู่ตลาดคริปโตได้อย่างมีนัยสำคัญ ดูเหมือนจะขึ้นกับสองเงื่อนไขหลักคือ ‘เสถียรภาพของเงินเฟ้อ’ และ ‘การฟื้นตัวของความอยากเสี่ยงในสินทรัพย์ลงทุน’ หากค่าครองชีพเริ่มผ่อนคลายและคนทั่วไปมีพื้นที่ทางการเงินมากพอสำหรับการลงทุนอีกครั้ง เมื่อนั้นกระแสเงินรายย่อยอาจไหลกลับมาเติมเชื้อไฟให้ตลาดคริปโต แต่วัฏจักรนี้อาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะ ‘เวทีหลัก’ กำลังถูกจับจองโดยสถาบันไปแล้วเรียบร้อย

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1