ทางการฝรั่งเศสยกระดับแรงกดดันด้านใบอนุญาต ‘คริปโต’ ของสหภาพยุโรป(EU) ชัดเจนขึ้นต่อเนื่อง ก่อนกำหนดเริ่มใช้กฎระเบียบ ‘MiCA’ อย่างเป็นทางการ โดยหน่วยงานกำกับดูแลการเงินย้ำว่า ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่สามารถ ‘ขอและได้ใบอนุญาต’ ทันเวลา มีโอกาสถูกขึ้นบัญชีดำ และอาจเผชิญทั้งการฟ้องร้องและคดีอาญาในบางกรณี
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Reuters สำนักงานกำกับดูแลตลาดการเงินฝรั่งเศส หรือ AMF ระบุว่า เตรียมใช้มาตรการเข้มงวดกับบริษัทคริปโตที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตภายใต้กฎของ EU ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน มารี-แอนน์ บาร์บา-ลายานี(Marie-Anne Barbat-Layani) ประธาน AMF กล่าวว่าการยื่นขอและ ‘ปิดดีลใบอนุญาต’ ตอนนี้เป็นเรื่องที่ “เร่งด่วนมาก ๆ” พร้อมเตือนว่าบริษัทที่ยังให้บริการลูกค้าในยุโรปโดยไม่มีใบอนุญาต มีสิทธิ์ถูกลงโทษเต็มรูปแบบ
กฎ ‘MiCA’ ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้มาตรฐานการ ‘ออกเหรียญ, ซื้อขาย, และเก็บรักษา’ สินทรัพย์ดิจิทัล เป็นหนึ่งเดียวทั่วทั้ง EU บริษัทคริปโตต้องขออนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศใดประเทศหนึ่งก่อน จากนั้นจึงใช้ใบอนุญาตประเทศนั้นขยายบริการไปยังสมาชิกทั้ง 27 ประเทศได้ผ่านระบบที่เรียกว่า ‘พาสสปอร์ต(Passporting)’ แต่ความเร็วในการอนุมัติของแต่ละประเทศยังเป็นจุดอ่อน บาร์บา-ลายานีเผยว่า ESMA เคยแสดงความกังวลต่อความล่าช้าในการอนุมัติของมอลตาเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนว่า ‘ช่องว่างด้านเวลา’ อาจกลายเป็นความเสี่ยงเชิงกำกับดูแล
ฝรั่งเศสเองก็ถือจุดยืนค่อนข้างระมัดระวังต่อระบบ ‘พาสสปอร์ต’ นี้ ประธาน AMF ระบุชัดว่า แม้บริษัทจะได้ใบอนุญาตจากประเทศสมาชิกอื่น แต่หากฝรั่งเศสเห็นว่า ‘มาตรฐานไม่ถึง’ ก็สามารถปิดกั้นประสิทธิภาพของใบอนุญาตดังกล่าวในฝรั่งเศสได้ เธอยอมรับว่านั่นอาจถูกมองเป็น “ความล้มเหลวในระดับส่วนรวมที่ร้ายแรง” ของระบบ EU แต่ย้ำว่าหากจำเป็น ฝรั่งเศสก็พร้อมใช้มาตรการเพื่อปกป้องนักลงทุนในประเทศ
ความเคลื่อนไหวในฝรั่งเศสเกิดขึ้นในจังหวะที่ ‘สหรัฐกำลังผ่อนคลาย แต่ EU กำลังกดคุมให้แน่นขึ้น’ ด้านหนึ่ง ทวีปยุโรปเร่งดัน MiCA เพื่อนำกิจกรรม ‘คริปโต’ เข้าสู่กรอบกฎหมายแบบครบวงจร ขณะที่ในสหรัฐ นโยบายกำกับดูแลกำลังขยับออกจากแนวทาง ‘บังคับใช้กฎหมายเชิงรุก’ ที่ แกรี เกนส์เลอร์(Gary Gensler) เคยผลักดันสมัยคุม SEC ภายใต้ทรัมป์ก้าวเข้าสู่ทำเนียบขาว รัฐบาลชุดใหม่มุ่งจัดระเบียบผ่านกฎหมายมากขึ้น ทั้งกฎหมาย ‘GENIUS Act’ ที่เน้นวางกรอบสเตเบิลคอยน์ และ ‘CLARITY Act’ ที่ต้องการนิยามสินทรัพย์ดิจิทัลให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งกำลังเดินหน้าต่อในสภาคองเกรส
ความคิดเห็น ในมุมของผู้ประกอบการ ‘ทิศทางกฎระเบียบที่ต่างกัน’ ระหว่าง EU กับสหรัฐ อาจทำให้กลยุทธ์ของบริษัทคริปโตแตกออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน ฝั่งยุโรปจะเน้นการเข้ากรอบ MiCA เพื่อให้ได้สถานะ ‘ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต’ และใช้สิทธิพาสสปอร์ตลุยตลาด 27 ประเทศ ส่วนสหรัฐกำลังใช้การออกกฎหมายใหม่มาจัดวางเส้นแบ่งระหว่างสินทรัพย์แบบหลักทรัพย์, สินค้าโภคภัณฑ์ และสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่น
ปัจจุบันมูลค่ารวมของตลาด ‘คริปโต’ อยู่ราว 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยด้าน ‘กฎเกณฑ์’ สามารถเขย่าความเชื่อมั่นของตลาดได้มากกว่าที่ตัวเลขดูเป็นแค่เปอร์เซ็นต์ ในบริบทนี้ การที่ฝรั่งเศสใช้ท่าทีแข็งกร้าวต่อใบอนุญาตจึงสะท้อนว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของ EU กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ให้ความสำคัญกับ ‘ผู้เล่นที่ได้รับอนุญาตอย่างเต็มรูปแบบ’ มากขึ้น
ท้ายที่สุด การแจ้งเตือนของฝรั่งเศสเป็นสัญญาณตรงไปยังบริษัทคริปโตทั่วโลกที่ต้องการเข้ามาในยุโรปว่า แค่ ‘อยากทำตลาด’ ไม่พอ ต้องคำนวณทั้งการขออนุญาตในแต่ละประเทศ ความเร็วในการอนุมัติ มาตรฐานกำกับดูแลท้องถิ่น รวมถึง ‘ความเป็นไปได้ที่พาสสปอร์ตอาจถูกจำกัด’ หากประเทศใหญ่ ๆ อย่างฝรั่งเศสมองว่ามาตรฐานความคุ้มครองนักลงทุนยังไม่เพียงพอ
ความคิดเห็น 0